|
จงอย่าสงสัยในสัญญาของอัลเลาะฮฺ |
|
Monday, 19 January 2009 |
|
لاَ يُشَكِّكَنَّكَ فِى الْوَعْدِ عَدَمُ وُقُوْعِ الْمَوْعُوْدِ وَإِنْ تَعَيَّنَ زَمَنُهُ ، لِئَلَّا يَكُوْنَ ذَلِكَ قَدْحاً فِىْ بَصِيْرَتِكَ وَإِخْمَاداً لِنُّوْرِ سَرِيْرَتِكَ “ลา ยุชักกิกันน่า ก้า ฟิลวะ อฺดิ อะดะมุ วะกูอิลเมาอูด วะอิน ตะอัยย่าน่าซะมะนุฮู ลิอัลลา ยะกูน่า ซาลิก้า ก็อดฮัน ฟี บะซีร่อติ้ก้า วะอิคมาดัน ลินูริ ซะรีร่อติ้ก้า” ท่านอิมาม อิบนุอะฏออิลแหละฮ์ กล่าวว่า " จงอย่า สงสัยในสัญญาโดยสิ่งที่ถูกสัญญาไว้ยังไม่เกิด และ แม้ว่าได้เจาะจงเวลาของสัญญาไว้แล้วก็ตาม เพื่อไม่ให้ความสงสัยนั้น ทำให้เกิดตำหนิขึ้นในตาใจของท่านและเพื่อไม่ให้รัศมีในหัวใจของท่านหม่นหมอง ลง" |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
Friday, 02 May 2008 |
|
بسم الله الرحمن الرحيم
คำว่า "ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ" เป็นต้นทุนแห่งความดีงาม และเป็นจุดเริ่มต้นของการงานที่ดีทั้งหลายทั้งปวง ดังนั้นเรามาเริ่มต้นด้วย "บิสมิลลาฮฺ" กันเถิด
โอ้ นัฟซูของฉัน จงรู้ไว้เถิด แท้จริง "บิสมิลลาฮฺ" ถ้อยคำที่ดีงามและมีศิริมงคลนี้มันคือสัญลักษณ์แห่งอิสลาม และเป็นการซิเกรของสรรพสิ่งทั้งหลายด้วยลิ้นตามสภาพการณ์ของมัน หากเจ้าอยากรู้ว่า "บิสมิลลาฮฺ" นั้นมีพลังยิ่งใหญ่อันไม่มีวันหมด และมีศิริมงคลไพศาลอันไม่มีวันจางหายมากเพียงใด เจ้าจงสดับรับฟังเรื่องสั้นเพื่อเทียบเคียงความเข้าใจดังต่อไปนี้
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
บทวิภาษบทความเฉพาะกิจ ออกอีดิลอัฎฮาที่ไม่ต้องรอคำประกาศจากสำนักจุฬาราชมนตรี |
|
Monday, 21 April 2008 |
บทวิภาษ บทความเฉพาะกิจ “ออกอีดิลอัฎฮาที่ไม่ต้องรอคำประกาศจากสำนักจุฬาราชมนตรี”
อ.มุรีด ทิมะเสน ได้เขียนบทความเฉพาะกิจนี้ ณ ที่บ้าน วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม 2549
โดยเริ่มต้น “อรัมภบท” ว่า
เนื่องด้วยปีนี้ (พ.ศ. 2549) เมืองไทยออกอีดิลอัฎฮา 2 วัน นั่นคือวันเสาร์ที่ 30 ธ.ค. 49 และวันอาทิตย์ที่ 31 ธ.ค. 49 จึงสร้างความสับสนให้แก่พี่น้องมุสลิมในเมืองไทยเป็นอย่างยิ่งโดยพวกเขาตัดสินใจไม่ได้ว่าตนเองจะออกอีดอีด อัฎฮาวันไหนกันแน่? บางคนกล่าวว่า ฉันจะออกตามคำประกาศของประเทศซาอุดิอาระเบีย เพราะวันวุกุฟ ( وقوف ) หรือวันอะเราะฟะฮฺ ( عرفة) มีที่ประเทศซาอุดิอาระเบียเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ส่วนอีกใจหนึ่งก็ยังกังวลกับคำประกาศจากสำนักจุฬาราชมนตรีว่าด้วยความเชื่อเดิมที่ว่าต้องปฏิบัติตามผู้นำ สิ่งต่างๆ ข้างต้นเป็นความกังวลที่ทวีเพิ่มมากขึ้นในการออกอีดอีดิลอัฎฮาปีนี้ (2549) เป็นอย่างยิ่ง
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
วันสงกรานต์กับจุดยืนของมุสลิม |
|
Friday, 11 April 2008 |
ในทุกแง่มุมของการดำเนินชีวิต มุสลิมต้องกำหนดและแสดงบทบาทของตนให้สอดคล้องกับหลักการของอิสลาม ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดบทบาทที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ดังนั้น วันสงกรานต์จึงถือเป็นวันหนึ่งที่ประเทศไทยกำหนดให้มีความสำคัญ แต่ในเมื่อมุสลิมเป็นส่วนหนึ่งของชนในชาติ แล้วเราจะกำหนดจุดยืนและบทบาทของตนเอย่างไรเกี่ยวกับวันสงกรานต์นี้
ความหมายของ วันสงกรานต์
คำว่า "สงกรานต์" มาจากภาษาสันสฤกตว่า สํ-กรานต แปลว่า ก้าวขี้น ย่างขึ้น หรือก้าวขึ้น การย้ายที่ เคลื่อนที่ คือพระอาทิตย์ย่างขึ้น สู่ราศีใหม่ หมายถึงวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งตกอยู่ในวันที่ 13,14,15 เมษายนทุกปี แต่วันสงกรานต์นั้นคือ วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ วันที่ 14 เป็นวันเนา วันที่ 15 เป็นวันเถลิงศก |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
Tuesday, 01 April 2008 |
|
 ปรัชญาของความตายในทัศนะของบะดีอุซซะมาน ซะอี้ด อัลนุรซีย์
ความตาย เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่นักปรัชญาและนักวิชาการทุกยุคทุกสมัยให้ความสนใจ พวกเขามโนภาพความตายจากทัศนะและจุดยืนของตนเอง บางท่านมีมุมมองทางวัตถุนิยม ความตายในทัศนะของพวกเขาจึงไม่ได้เป็นมากไปกว่า การที่ร่างกายหยุดการทำงาน ทางกายภาพอันเนื่องมาจากสาเหตุทางธรรมชาติ หรือสาเหตุที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันที่ทำให้อายุไขจบสิ้นลงไป
ส่วนอีกกลุ่มมีมุมมองทางด้านจิตวิญญาณ (ตรงข้ามกับวัตถุนิยม) ความตายในทัศนะของพวกเขาคือ การตัดความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างวิญญาณกับร่างกายอย่างสมบูรณ์ ซึ่งมันคือระดับขั้นหนึ่งที่จำเป็นต่อการที่จะก้าวขึ้นไปสู่ระดับขั้นใหม่ที่ชีวิตจะได้รับการตะญัลลีย์ (การสำแดงให้เห็นแจ้งประจักษ์)ในอีกระดับหนึ่งที่สูงส่งและมีเกียรติกว่า |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
Saturday, 22 March 2008 |
|
อันมนุษย์มีวันต้องสิ้นสุดไปไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตาม เช่นเดียวกัน ท่านศาสนทูตมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ผู้ซึ่งเป็นสามัญชนธรรมดา ก็จำต้องจากลาอุมมะฮฺผู้เป็นที่รักยิ่ง และด้วยกาลเวลาที่ผันผ่านไป นับตั้งแต่ภารกิจของท่านได้เริ่มต้นขึ้นจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ท่านได้ทิ้งไว้ซึ่งแบบฉบับที่ทรงคุณค่าและสมบูรณ์แบบแก่บรรดามนุษยชาติ
อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตรัสว่า “วันนี้เป็นวันที่ฉันได้ทำให้ศาสนาสมบูรณ์สำหรับพวกท่านแล้ว เป็นวันที่ฉันได้ให้เนียะอฺมัตแก่พวกท่านอย่างครบถ้วนแล้ว และวันที่ฉันยินดีให้อิสลามเป็นครรลองในการดำเนินชีวิตของพวกท่าน”
มีรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า เมื่อโองการนี้ได้ถูกประทานลงมา ท่านซัยยิดินาอุมัรถึงกับร้องไห้ ซึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้พูดกับท่านอุมัรว่า “โอ้อุมัร เหตุใดท่านจึงร้องไห้” ท่านอุมัรกล่าวว่า “ฉันร้องไห้เพราะพวกเราได้รับทราบข้อมูลในเรื่องศาสนาเพิ่มเติม เมื่อศาสนาสมบูรณ์แล้วก็จะไม่มีสิ่งใด ๆ อีกนอกจากจะค่อย ๆ เสื่อมลง” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกกับท่านอุมัรว่า “ความจริงเป็นอย่างที่ท่านเข้าใจ”
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>
|