กระดานเสวนานักศึกษาอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ มุมมุสลิมะฮ์
Pages: 12345678910111213141516
Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: ILHAM Date: ก.พ. 24, 2010, 08:25 PM
เดี๋ยวถ้าซิเบ้งเท่งทึงนะ ผมจะอ่านช่วยอ่านยาซีนให้
เตรียมเขียนพินัยกรรมมอบมรดกสืบทอดทายาทให้ซานาพลางๆได้เลยนะ
Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: Bangmud Date: ก.พ. 24, 2010, 08:42 PM
อ้างถึง
ถ้ากินยาพาราเซตตามอล ที่หมดอายุแล้ว จะเป็นไรมั้ยคะ

เออ น่าสงสัยเหมือนกันแฮะ ถ้ากินแล้วอาการปวดหาย ก็น่าจะแปลได้ว่า ยายังใช้ได้ผล

ที่เขากำหนดอายุยาพาราฯ เพราะว่า มันอาจมีการสลายตัว สารเคมีที่ออกฤทธิ์มันไม่มากพอจะออกฤทธิ์

ไม่เหมือนยาบางตัวที่ยาหมดอายุแล้ว เคมีภัณฑ์จะเปลี่ยนเป็นสารอันตราย เช่น ยาเตตตระซัยคลีน

พาราอันตรายเมื่อกินเกินขนาด เพราะมันทำลายเซลล์ตับ

แอสไพริน และพาราฯ เป็นยาแก้ปวด OTC (Over The Counter) คือยาสามัญที่ขายได้โดยไม่ต้องมีใบสั่ง 

ที่ไหนก็ขายได้และหาซื้อได้

วัสสลาม
Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: nada-yoru Date: ก.พ. 24, 2010, 08:59 PM

หนูเคยซื้อยาแก้ปวดของญี่ปุ่นมากินค่ะแช กินครั้งเดียวไม่หาย
ต้องกินหลายครั้งและหลายเม็ด...ก็เลยเซ็ง ไม่เหมือนยาพาราฯ จากบ้านเรา
กินสองเม็ดที่เดียว หายค่ะ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ...

นี่ก็คงต้องง้อยาที่ญี่ปุ่นแล้วอ่ะสิ  frown
ไม่ได้เรื่องมากนะคะ แต่ว่า เวลาปวดที เราก็อยากให้มันหายปวดไวๆ
แชว่่ามั้ยคะ hehe
เพราะถ้ามันหายช้า มันก็จะกลายเป็นการต่อเวลาแห่งความทรมาน
ออกไปอีกอ่ะสิคะ  frown

แล้วถ้ามันยังกินแล้วหายปวดอยู่(หมายถึงไอที่มันหมดอายุแล้วอ่ะค่ะ)
กินได้มั้ยคะ... hehe

เพราะว่า...อิอิอิ


เดี๋ยวถ้าซิเบ้งเท่งทึงนะ ผมจะอ่านช่วยอ่านยาซีนให้
เตรียมเขียนพินัยกรรมมอบมรดกสืบทอดทายาทให้ซานาพลางๆได้เลยนะ

v
v
v


โอ้อัลลอฮ หากการมีชีวิตของฉันดีต่อฉัน ดีต่อศาสนา ทั้งโลกนี้และโลกหน้า
ขอให้พระองค์ทรงอนุมัติให้ข้าพระองคืได้มีชีวิตต่อไปด้วยเถอด

แต่หากว่าไม่ แล้ว ขอให้พระองค์ทรงอนุมัติความตายให้ข้าพระองค์ด้วยเถอด 


ผู้ที่ประเสริฐ คือ ผู้ที่ชีวิตของเขายืน แล้วการงานของเขาดี 

ผู้ที่ขาดทุน  คือผู้ที่อายุของเขายาว แต่การงานยิ่งเลว 





อามีน ยาร็อบบัลอาลามีน

 :ameen:

เวลากลัว ไม่รู้ทำไมถึงนึกถึงประโยคนี้ ซึ่งคล้ายๆกับในหัวข้อ

"กว่าจะรักแท้"
ขึ้นมาทุกที  mycry

วัสลามค่ะ




Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: nada-yoru Date: ก.พ. 28, 2010, 03:01 PM

 salam

ทางแพทย์บอกว่า ไมเกรนเป็นโรคที่รักษาไม่หาย...

เลยนำลิงก์เกี่ยวกับไมเกรนมาฝากค่ะ...


อาหารบำบัดไมเกรน



ปล.พอดีเป็นคนนึงที่มีอาการปวดหัว จะว่าบ่อยก็คงจะไม่ได้
คือจะออกอาการในช่วงที่มีเรื่องต้องคิดต้องกังวลเท่านั้น
หากไม่มีอะไรต้องคิดต้องกังวลก็จะไม่มีอาการปวดเลย...
ซึ่งมันจะปวดอย่างทรมานเอาเสียด้วย บางครั้งหายได้ด้วยการอาบน้ำ
บางครั้งหายได้ด้วยการกินยาพาราฯ บางครั้งหายด้วยการนอนหลับพักผ่อน
บางครั้งหายด้วยการกินอาหาร...

และบางครั้งทำยังไงก็ไม่หาย...

ก็เลยสงสัยว่าตัวเองเป็นอะไร...ที่น่าสงสัยมันก็หลายโรคอยู่ที่เกี่ยวกับอาการปวดหัว
เพราะเป็นคนหนึ่งที่ใช้งานสมองแทบตลอดเวลา
เลยคิดว่า การมอบหมายไปยังอัลลอฮฺ(ตะวักกัล) คงทำให้อาการปวดหัว
หายได้เช่นกันค่ะ...อินชาอัลลอฮฺ ;D

หากใครมีอาการปวดหัวบ่อยๆลองเข้าไปอ่านตามลิงก์นั้น
และลองอ่านตรงที่มีคนเข้ามาคอมเม้นดูก็จะดีไม่น้อยเลยค่ะ ;D

ป.ลิงอีกที...เท่าที่อ่านๆดูอาการของแต่ละคนที่เป็นไมเกรน
รวมทั้งมีรุ่นพี่ที่เป็นไมเกรนอยู่ด้วยนั้น...
ก็เลยทำให้รู้สึกว่า ตัวเองไม่น่าจะเป็นไมเกรน(มั้ง)คะคุณหมอ... hehe
แต่ถ้าจะเป็นที่เส้นประสาทตรงส่วนหลังเป็นสาเหตุแห่งอาการปวด
ล่ะก็ไม่แน่ โทรไปคุยกับพ่อค่ะ เลยนึกขึ้นมาได้ว่่า
หลังจากร่วงตกจากต้นชมพู่หน้าบ้านเมื่อตอนยังเด็กๆ
อาการปวดหัวจะมีบ่อยเวลาก้มหน้าทำงาน และพ่อมักจะบีบคลายที่เส้น
ตรงด้านหลังให้ประจำเหมือนตอนแรกๆที่เจ็บจุกตอนตกจากต้นไม้ใหม่ๆค่ะ
อาการปวดหัวก็จะหายไป ทั้งๆที่พ่อไม่ได้บีบให้ที่ขมับแต่อย่างใด
แต่แค่บีบและคลายเส้นประสาท ตรงปีกไก่และที่คอให้...ไม่ต้องทานยาเลยค่ะ
แถมท่านยังบอกว่า อาการเหมือนคนแก่เลย...5555555

ตอนเรียนยังออกแบบและทำที่นวด(แทนมือคน)แบบพกพาได้ออกมาเลยค่ะ
(ต่อยอดความคิดจากที่นวดของพ่อที่บ้านมาค่ะ เพราะพ่อทำมาเพื่อนวดหลัง
ในยามที่ไม่มีใครนวดให้ ก็เลยปรับปรุงรูปแบบนิดหน่อย)
แต่ว่ายกให้อาจารย์ประจำวิชาไปเป็นที่ระลึกซะแล้วค่ะ... อิอิอิ

ก็เลยสับสนว่า ไอทีปวดๆอยู่มันเกี่ยวกับเส้นประสาทตึงเพราะก้มทำโน่นนี่
เป็นเวลานานๆ หรือว่าเพราะความเครียด หรือทั้งสองอย่างเลย

สรุป...หากจะปีนต้นไม้ก็อย่าให้ร่วงลงมานะคะ
แต่ถ้ากิ่งหักเพราะรับน้ำหนักผลไม้ที่เราจะปีนไปเอาไม่ไหว
อันนี้ไม่เกี่ยวกับความสามารถในการปีนของเราค่ะ...
ต้นมันผลดกก็งี้แหล่ะค่ะ น้ำหนักเราไม่ใช่สาเหตุทีทำให้กิ่งหักเลย ;D

คิดว่ามันมีผลค่ะ(อย่างน้อยก็เจ็บจุกไปหลายวัน และบางครั้งอาจมีสภาพคล้ายคนแก่
ที่ต้องให้สว.มาช่วยบีบเส้นให้อีก)...  Oops:

บอกเล่าเก้าสิบ

วัสลามค่ะ





Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: AUZULODEEN Date: มี.ค. 04, 2010, 11:39 AM
 salam
ก๊ะเขารู้มากจริงๆ
Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: Al Fatoni Date: มี.ค. 04, 2010, 12:05 PM
ไปเดินดูหนังสือที่อินโดแถวที่ผมอยู่นั้น ก้เจอหลายเล่มนะ ที่ออกแนวรักษ์สุขภาพตามสุนนะฮ์นบีย์ ศ็อลฯ บางเล่มออกแบบซะเหมือนหนังสือนิตยสารสุขภาพทั่วไป สวยมากครับ น่าอ่าน ข้อมูลก็ดีด้วย จะอ้างอิงหะดีษกับผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไปด้วย มีตั้งแต่เล่มขนาดพ็อกเก็ตบุค จนกระทั่งแบบวิชาการที่นักศึกษาพวกสายวิทย์เท่านั้นจะเข้าใจ ผมซื้อมาเล่มหนึ่ง เกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของการอาบน้ำละหมาด (วุฎูอ์) ตามหลักการแพทย์ นอกจากนี้เรื่องการละหมาดกับอิริยาต่างๆ ของมันที่ส่งผลต่อสุขภาพของร่างกาย เล้งไว้อยู่จะซื้อเล่มนี้มาเหมือนกัน แต่แพงมาก มีภาพสาธิตด้วย แต่ส่วนใหญ่ที่เจอจะออกแนวการกินการดื่มตามสุนนะฮ์เพื่อสุขภาพ - วัสสลามุอลัยกุม
Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: ... Date: มี.ค. 04, 2010, 12:56 PM

    salam

    อ่านแล้ว เล่าสู้กันฟังบ้างนะค่ะ ;D
     
           ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ  loveit: loveit:
Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: AUZULODEEN Date: มี.ค. 04, 2010, 01:06 PM
 salam

    salam

    อ่านแล้ว เล่าสู้กันฟังบ้างนะค่ะ ;D
    
           ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ  loveit: loveit:
ทำไมต้องสู้ด้วย
Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: ... Date: มี.ค. 04, 2010, 04:01 PM
salam

    salam

    อ่านแล้ว เล่าสู้กันฟังบ้างนะค่ะ ;D
    
           ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ  loveit: loveit:
ทำไมต้องสู้ด้วย

  เติ้นฮั้น ไซต้องจับพิดกันแหล่ว fouet: fouet:
Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: AUZULODEEN Date: มี.ค. 05, 2010, 02:49 PM
 salam
จับถูกแล้วไม่ใช่จับผิด
Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: nada-yoru Date: มี.ค. 05, 2010, 05:25 PM
salam
ก๊ะเขารู้มากจริงๆ

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ...

เอาความรู้ของชาวบ้านเขามาโพสอีกทีงิท่่าน
ส่วนประสบการณ์ส่วนตัวของข้าน้อยยังน้อยนิด เพราะอายุยังน้อย  hehe


วัสลามค่ะ




Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: nada-yoru Date: มี.ค. 15, 2010, 10:55 PM
 salam

วันนี้มีเคล็ด(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพมาฝากค่ะ ;D

สืบเน่ืองจากการได้คุยกับคุณป้าคนญี่ปุ่นเรื่องใบฝรั่งที่สามารถช่วย
ลดน้ำตาลในกระแสเลือดได้ หากนำใบฝรั่งสดๆมาหั่นแล้วนำไปตาก
จนแห้งสนิทแล้วนำมาต้มน้ำดื่มหลังจากรับประทานอาหาร
หรือของหวาน ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่เมื่อรับประทานอาหารหรือของหวาน
ประเภทคาร์โบไฮเดรต(พวกแป้ง) ซึ่งสิ่งนี้จะถูกสลายกลายเป็นน้ำตาล
ในกระแสเลือด หากมีปริมาณมากจะมีผลต่อสุขภาพ
เนื่องจากผู้สูงอายุนั้นจะใช้พละกำลังน้อยกว่าวัยอื่น
เลยทำให้เกิดการสะสม จึงจำต้องมีสิ่งที่จะมาสลายน้ำตาลในสายเลือด
หนึ่งในนั้นก็คือ ใบฝรั่งนั่นเองค่ะ และยังมีใบไม้อีกชนิดนึงเช่นกันค่ะ
แต่ข้าน้อยไม่แน่ใจแล้วว่่าชื่ออะไร...ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายๆกับใบฝรั่งคือ
ช่วยสลายน้ำตาลในกระแสเลือดได้  loveit:

ส่วนอีกเรื่องนึงที่คุณป้าคนญี่ปุ่นเล่าให้ฟังก็คือ...
ท่านบอกว่า...ปกติที่ท่่านสังเกตมานั้น คนจะล้มป่วยลงหรือมีโรคภัยมารุมเร้า
เอาตอนที่รู้สึกโล่งใจ หรือหละหลวม ประมาท
ท่านยกตัวอย่างให้ฟังอย่างเข้าใจง่ายๆ อย่่างเช่น ทุกๆวันเราจะกลับเข้าบ้าน
แล้วล้างมือให้สะอาด เพื่อชำระล้างเชื่อโรคที่ติดมาจากข้างนอก
และทำมาตลอด ทำประจำ จนวันนึง เรากลับรู้สึกว่า ไม่ทำบ้างคนไม่เป็นไรหรอก
ก็เลยไม่ทำมัน ท่านบอกว่าเมื่อนั้นแหล่ะ โรคภัยจะถามหา
ไม่ใช่เพราะอะไร เพราะว่าเราหละหลวม เรารู้สึกว่ามันคงไม่เป็นไร
ซึ่งร่างกายเรามันตกใจกับสิ่งที่ไม่เคยเจอ มันจะเริ่มต่อต้าน
ทำให้ระบบต่างๆที่เคยเป็นมาสั่นกลอน ปั่นป่วนประมาณนั้นน่ะค่ะ

ซึ่งท่านเล่าให้ฟังอีกว่า...เมื่อตอนยังสาว ยังทำงานได้คล่อง
ท่านก็ทำมาตลอด เพราะต้องทำงานหนักเลี้ยงดูบุตร
พอลูกเริ่มโต และท่านไม่ได้ให้กำเนิดลูกแล้ว ท่านบอกว่าช่วงนั้น
เป็นช่วงที่ท่่านป่วยหนัก เนื่องจากตลอดระยะเวลาท่านให้กำเนิดบุตร
และเลี้ยงลูกมาตลอด พอไม่มี อะไรมันก็เปล่ียนไป
ยิ่งพอลูกโตพอจะเลี้ยงตัวเองได้ จากที่เคยทำงานหนักมาตลอดทั้งชีวิต
ก็คิดว่า ไม่เป็นไรแล้ว คือโล่งใจ หายห่วง
แต่ท่านบอกว่า แทนที่ท่านจะเลิกทำงานอย่างที่เคยทำ
และมาอยู่บ้านเฉยๆท่านไม่ทำแน่ๆ เพราะว่าประสบการณ์สอนท่านว่่า
หากท่านหยุด ร่างกายจะชะงัก โรคภัยจะถามหาได้ง่าย
ท่านเลยบอกว่า เคยทำมายังไงก็ทำอย่่างนั้น แม้จะมีแรงน้อยลง
ไม่เท่าเดิมแต่ท่านจะทำ ทำเพื่อให้ร่างกายไม่ตกใจ
ท่านบอกว่า...ความเสมอต้นเสมอปลายเป็นสิ่งสำคัญ...
เราอย่าได้ประมาทต่อการใช้ชีวิต...
ข้าน้อยเองก็รู้สึกว่าอาจจะเป็นไปได้ เลยเล่าให้ท่านฟังว่า
ก่อนหน้านั้นมาอยู่ญี่ปุ่นแรกๆป่วยหนักอย่างที่ไม่เคยป่วยมาก่อน
อาจเพราะว่าร่างกายอยู่ในช่วงปรับตัว
และเมื่อป่วย จะทำให้คิดถึงบ้านคิดถึงพ่อแม่พี่น้องที่บ้านจับจิตจับใจ
เพราะเวลาป่วยก็จะมีพ่อแม่คอยห่วงใยคอยพัดวี คอยหุงหาอาหารให้
แต่พอมาป่วยอยู่คนเดียว มันเลยรุ้สึกอ้างว้าง ทรมานกายซ้ำยังทรมานใจ
เลยบอกกับใจตัวเองว่า จะพยายามรักษาสุขภาพให้มากกว่าเดิม
จะไม่ประมาทกับการใช้ชีวิต ต้องระมัดระวังไม่ให้ป่วยมากขึ้น
เลยเริ่มลงมือดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตัวเองมากกว่าแต่ก่อนน่ะค่ะ...
แต่พอกลับไปเยี่ยมบ้าน จากที่เคยทำๆมา ระวังโน่นระวังนี่มาตลอด
ก็เริ่มไร้กังวล เพราะรู้สึกว่า ถึงป่วยก็ไม่เป็นไร มีคนคอยดูแล
เลยไม่ได้ใส่ใจตัวเองเท่าที่ควรหรืออย่างที่เคยทำๆมาตลอดระยะเวลาที่อยู่คนเดียว
คือรู้สึกโล่งใจอะไรทำนองนั้นน่ะค่ะว่า ไม่ต้องทำอะไรถึงขนาดนั้นก็ได้แล้ว
และแล้วก็ได้เรื่องเลย เพราะแทนที่จะกลับไปสนุกกับครอบครัว
กลับต้องนอนซมเพราะป่วย พอป้าได้ฟัง ท่านเลยบอกว่า
มันอาจจะเป็นสาเหตุมาจากร่างกายอยู่ในช่วงปรับสภาพกับอากาศที่เปล่ียนแปลง
หรือร่างกายมันตกใจ ยิ่งเราหละหลวม ไม่ใส่ใจอย่างที่เคยทำ
จะยิ่งแย่ ท่านเลยเตือนว่า กลับไปไทยแล้ว ต่อให้มีคนอื่นๆคอยดูแลเราก็ตาม
เราก็อย่าโล่งใจจนลืมดูแลเอาใจใส่ตัวเองให้ดีด้วย เพราะนั่นคือหน้าที่ของเรา
จะให้ใครที่ไหนมาดูแลเราได้เท่าตัวเรา หากเราไม่ดูแลตัวเองให้ดีแล้ว
เราจะดูแลคนอื่นให้ดีได้อย่างไรกัน...เคยดูแลตัวเองอย่างไร
เคยระมัดระวังตัวอย่างไรเมื่อยามต้องใช้ชีวิตคนเดียว
ก็จงคงมั่นรักษามันเอาไว้ให้เสมอต้นเสมอปลาย...อย่าประมาท...


ก็เลยนำมาบอกเล่าให้พี่น้องได้อ่านกันค่ะ ;D

วัสลามค่ะ...



Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: AUZULODEEN Date: มี.ค. 16, 2010, 02:49 PM
 salam
ก๊ะเขาเขียนยาวตลอดเลย มียิ้มด้วย
Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: กูปีเยาะฮฺสะอื้น Date: มี.ค. 18, 2010, 02:49 PM
ญะซากั้ลลอฮฺ
Re: สูตร(ไม่)ลับสำหรับสุขภาพ By: nada-yoru Date: เม.ย. 20, 2010, 02:16 PM
 salam

หายไปนานกับเรื่องราวของสุขภาพ ตอนนี้คนนำเสนออย่างข้าน้อยก็สุขภาพย่ำแย่นิดหน่อยค่ะ
กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวปรับใจ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอะไรๆหลายๆอย่าง ร่างกายก็เลยตกใจ
โรคภัยก็เข้ามาทักทายได้ง่ายๆ วันนี้เลยเอาเรื่องอาการไอมาโพสให้พี่น้องได้อ่านกันค่ะ  ;D



อาการไอ รู้สาเหตุก็รักษาให้หายได้ โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล


“โอย ไอแค้กๆ” ทีไรเหนื่อยจริงๆ คุณคงเคยบ่นกับตัวเองใช่ไหมว่ารู้สึกรำคาญมากทุกครั้งที่มีอาการไอใช่ไหมครับ
แต่ถ้าคุณได้ทราบว่าการไอเป็นกลไกการตอบสนองของร่างกายอย่างหนึ่งต่อสิ่งผิดปกติในทางเดินหายใจ
มีความสำคัญอย่างมากเพื่อไว้เป็นกลไกป้องกันและกำจัดเชื้อโรค เสมหะหรือสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ
อ่านบทความนี้จบคุณคงชอบใจที่มีอาการไอทุกๆครั้งแน่ๆครับ


ทำไมเราจึงมีอาการไอ


กลไกการเกิดอาการไอเริ่มจากการที่มีสิ่งกระตุ้นตัวรับสัญญาณการไอหรือมีสารระคายเคือง
ในบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนและล่าง เริ่มตั้งแต่ช่องหูและเยื่อบุแก้วหู จมูก โพรงอากาศข้างจมูกหรือไซนัส
โพรงหลังจมูก คอหอย ลงไปยัง กล่องเสียง หลอดลม ปอด กระบังลม และเยื่อหุ้มปอดในที่สุด

นอกจากนี้ยังพบตัวรับสัญญาณการไอบริเวณเยื่อหุ้มหัวใจและกระเพาะอาหารอีกด้วย
โดยจะรับการกระตุ้นผ่านไปทางเส้นประสาทสมองคู่ที่ 10 เป็นหลักไปยังศูนย์ควบคุมการไอ (cough center)
ในสมองบริเวณเมดุลลาซึ่งจะมีการควบคุมลงมายังกล้ามเนื้อและอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ
เช่น กล้ามเนื้อกระบังลม กล้ามเนื้อซี่โครง กล้ามเนื้อท้อง กล่องเสียง
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลอดลม ทำให้เกิดการตีบแคบของหลอดลม ทำให้เกิดอาการไอ 


อาการไอแบ่งได้กี่ชนิด

ถ้าแบ่งตามระยะเวลาของอาการไอ แบ่งได้


1.ไอฉับพลัน คือเริ่มมีอาการไอน้อยกว่า 3 สัปดาห์ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน
เช่น หวัด โพรงไซนัสอักเสบฉับพลัน คอหรือกล่องเสียงอักเสบ หลอดลมอักเสบ
โรคถุงลมโป่งพอง ปอดอักเสบ การที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหลอดลม
หรืออยู่เฉยๆคุณเองหายใจสัมผัสกับสารระคายเคืองในอากาศในสิ่งแวดล้อม
เช่น ควันบุหรี่ ควันไฟ กลิ่นสเปรย์ แก๊ส มลพิษทางอากาศ


2. ไอเรื้อรัง มีอาการไอนานมากกว่า 3 ถึง 8 สัปดาห์ ส่วนใหญ่เกิดจากโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบเรื้อรังแล้วมีน้ำมูกไหลลงคอ โรคหืด โรคกรดไหลย้อน (GERD)
 การใช้เสียงมากทำให้เกิดสายเสียงอักเสบเรื้อรัง เนื้องอกบริเวณคอ กล่องเสียงหรือหลอดลม
โรคของสมองส่วนที่ควบคุมการไอ โรควัณโรคปอด รวมทั้งผลข้างเคียง
จากการรับประทานยารักษาความดันโลหิตสูงกลุ่ม angiotensin-converting enzyme inhibitor (ACE-I)   


ไอนานๆจะมีผลเสียมากกว่า

การที่ไอมากๆ อาจทำให้เสียบุคลิกภาพในการอยู่ร่วมในสังคม เนื่องจากทำให้เป็นที่รำคาญ
หรือเป็นที่รังเกียจของผู้อื่นและยังอาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ บางครั้งก็จะไปรบกวนการรับประทานอาหาร
รวมทั้งการนอนหลับ ในกรณีที่ผู้ป่วยอายุมากแล้วมีการไอมากๆรุนแรง อาจทำให้กระดูกอ่อนซี่โครงหักได้
รวมทั้งทำให้ถุงลมหรือเส้นเลือดฝอยในปอดแตก ออกสู่โพรงเยื่อหุ้มปอด
 เกิดอาการหอบเหนื่อยและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากในคนไข้ที่มีการผ่าตัดตาและหู
เช่น การผ่าตัดต้อกระจก การไอ อาจทำให้เลนส์แก้วตาเทียมที่ใส่ไปในลูกตาหลุดออกได้
หรือการผ่าตัดปะเยื่อแก้วหู การไอมากๆอาจทำให้เยื่อแก้วหูเทียมที่วางไว้เคลื่อนที่ออกมาได้


เมื่อมีอาการไอไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุให้ได้

เมื่อคุณไปพบแพทย์จะมีการซักประวัติ ตรวจร่างกายในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและล่าง
 และอาจส่งตรวจเพิ่มเติมเช่น ส่งตรวจภาพถ่ายรังสีของโพรงไซนัสและปอด
การส่องกล้องตรวจระบบทางเดินหายใจ การตรวจเสมหะ การตรวจสมรรถภาพการทำงานของปอด


รู้ต้นเหตุก็รักษาอาการไอให้หายได้


การรักษาที่ดีที่สุดก็คือต้องหาสาเหตุของไอให้ได้และรักษาตามสาเหตุ


·         ถ้าผู้ป่วยไอจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนหรือล่าง
เช่น หวัด หลอดลมอักเสบ และมีอาการไอไม่มากนัก การรักษาเบื้องต้นจะให้ยาบรรเทาอาการไอไปก่อน


·         กรณีที่ไอมีเสมหะที่เหนียวข้นมาก จะถูกขับออกจากหลอดลมได้ยากโดยการไอ
การให้ยาละลายเสมหะจะช่วยให้เสมหะถูกขับออกได้ง่ายขึ้น บรรเทาอาการไอได้ดีกว่า
แต่หากผู้ป่วยได้รับยาดังกล่าวแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาและรักษาตามสาเหตุ


·         หากคนไข้มีอาการของการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ซึ่งทราบได้โดยดูจากเสมหะมีสีเหลืองหรือเขียว
ถึงเวลาที่แพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย


การปฏิบัติตนขณะมีอาการไอให้หายเร็วขึ้น


·         หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้ไอมากขึ้น เช่น สารเคมี ควันบุหรี่ ฝุ่น มลพิษทางอากาศ
สารก่ออาการระคายเคืองต่างๆ


·         ระวังตัวเมื่อสัมผัสอากาศเย็นๆ โดยเฉพาะแอร์หรือพัดลมเป่า การดื่มหรืออาบน้ำเย็น
การรับประทานไอศกรีม หรืออาหารที่ระคายคอ เช่น อาหารที่ทอดด้วยน้ำมัน
เนื่องจากอากาศที่เย็นสามารถกระตุ้นหลอดลมทำให้หลอดลมหดตัวทำให้มีอาการไอมากขึ้นได้


·         ควรให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายให้เพียงพอขณะนอน เช่น นอนห่มผ้า ถ้าจะให้ดี ควรใส่ถุงเท้าเวลานอนด้วย
 ในกรณีที่ไม่ชอบห่มผ้าหรือห่มแล้วชอบสะบัดหลุดโดยไม่รู้ตัว ควรใส่เสื้อหนาๆ หรือใส่เสื้อเข้านอน


·         ปิดปากและจมูกเวลาไอ ด้วยผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชู


·         ล้างมือทุกครั้งถ้าใช้มือป้องปากเวลาไอ


·         ควรดื่มน้ำอุ่นมากๆ ผู้ที่สูบบุหรี่ควรหลีกเลี่ยงหรืองดการสูบบุหรี่


การป้องกันอาการไอ

·         ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกประเภท ทั้งผักและผลไม้
ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ


·         หลีกเลี่ยงความเครียดและการสัมผัสอากาศที่เย็นมากๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ


·         อยู่ห่างจากผู้ที่ไม่สบาย เนื่องจากอาจรับเชื้อโรคจากบุคคลที่ติดเชื้อได้







แหล่งข้อมูล

Melissa Conrad Stöppler, www.medicinenet.com, Cold, Flu, Allergy Treatments


พญ. ประภาพร พรสุริยะศักดิ์ สมาคมโรคภูมิแพ้และอิมมูโนวิทยาแห่งประเทศไทย, อาการไอ


Cough, www.medicinenet.com


ปล.ด้วยความปรารถนาดี ไม่อยากให้พี่น้องมีเสียงเหมือนเป็ดวาและต้องมานอนขัน(ไอ)ปลุกชาวบ้านตอนดึกๆดื่นๆ
หรือขันแข่งกับพ่อไก่โต้งตอนเช้าๆค่ะ  :laugh:


เพราะว่า....


ไอ เลิฟ ยู ค่ะ    hehe



วัสลามค่ะ