กระดานเสวนานักศึกษาอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ ข่าวสารและสังคมมุสลิม
Pages: 123
• สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) • By: rayes Date: ต.ค. 29, 2009, 03:25 AM


   
กล้วย กล้วยนั้น เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง มีหลายพันธ์ด้วยกัน เช่นกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ และอื่นๆ นับว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีวิตมินต่างๆมากมาย โดยเฉพาะเป็นยาบำบัดโรคได้ และอัลลอฮ์ ทรงตรัสว่า กล้วยนั้น เป็นผลไม้ ชนิดหนึ่งในสวนสวรรค์ เพื่อตอบแทนแก่บ่าวของพระองค์ที่ประกอบคุณงามความดีว่า


ความว่า และต้นกล้วยที่ออกผลเป็นเครือ ตั้งแต่ยอด จรดโคน

กล้วยนั้น มีสรรพคุณรักษาโรคได้ดังนี้
โรคเจ็บหน้าอก
โรคปอด
โรคไต
ลดอาการไอ
โรคกระเพาะปัสสวะอักเสบ
เพิ่มอสุจิ
เพิ่มสมรถภาพทางเพศ
โรคท้องร่วง

นกล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิด คือ ซูโครส (sucrose) ฟรักโทส (fructose) และกลูโคส (glucose) ให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันที โดยมีรายงานวิจัยยืนยันว่า กล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอต่อการทำงานถึง 90 นาทีจาก การสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซึม พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม เพราะในกล้วยหอมมี tryptophan กรดอะมิโนโปรตีน ซึ่งร่างกายแปลงเป็น serotonin สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น
 
          ขณะ ที่ในสตรีช่วงก่อนมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย ไม่อยู่กับร่องรอย และก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย เช่น ปวดท้อง ปวดหัว ฯลฯ การกินกล้วยหอมช่วยได้ระดับหนึ่ง
 
          ช่วย สู้โรคโลหิตจาง ธาตุเหล็กในกล้วยหอมกระตุ้นร่างกายให้ผลิตเฮโมโกลบินในกระแสโลหิต หยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้ ส่วนที่เกี่ยวกับความดันโลหิต กล้วยหอมมีเกลือโพแทสเซียมเหลืองอยู่มาก เป็นตัวช่วยความดันเลือด ระดับที่หน่วยงานด้านอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาอนุมัติให้เป็นผลไม้ที่มี ส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ยงความดันได้จริง
 
          กล้วย หอมยังมีประสิทธิภาพช่วยผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ เพราะวิตามินบี 6 บี 12 โพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่มีอยู่มาก ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วจากการขาดสารนิโคติน ในผู้มีอาการเมาค้าง (ซึ่งไม่ควรมีเพราะไม่ควรเมา)
 
          สารวิตามิน จะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็วขึ้น และเพราะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด การกินกล้วยหอมสัก 1 - 2 คำ ระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น ยังทุเลาอาการแพ้ท้องได้
 
          เส้น ใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยของลำไส้เล็กทำงานดีขึ้น ระบบขับถ่ายในร่างกายทำงานได้ดี ลดปัญหาท้องผูก และสารลดกรดตามธรรมชาติที่มีอยู่ยังช่วย ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง แต่อีกด้านกรดต่างๆ ที่มีอยู่ทำให้มีการเคลือบผิวของกระเพาะ ลดการเป็นแผลในกระเพาะได้
 
          ส่วน ภายนอก บรรเทาแผลยุงกัด หลังยุงกัดจนได้ตุ่มแดง ก่อนใช้ยาทาลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด ช่วยลดอาการคันหรือบวม
 
          อ้วน จากทำงานมากเกินไป กล้วยหอมก็ช่วยได้ สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียศึกษาและพบว่า ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแลตและพวกโปเตโตชิพส์มากเกินไป และนั่นทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นกินกล้วยหอมสักเล็กๆ น้อยๆ ประมาณทุกๆ 2 ชั่วโมง จะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจุกจิก
 
          เสริม สร้างพลังสมอง ข้อนี้อ้างอิงจากงานวิจัยอังกฤษที่ระบุว่า ในแคว้นมิดเดิลเซกส์ มีนักเรียนจำนวน 200 คนจากโรงเรียนทวิกเคนแนม บอกว่าสอบผ่านเพราะได้กินกล้วยหอมเป็นอาหารเช้า รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมองสดชื่น โดยงานวิจัยพบว่าโพแทสเซียมในกล้วยหอมช่วยนักเรียนให้ตื่นตัวอยู่เสมอ
 
          การ รับประทานกล้วยหอมสุกเป็นประจำจะทำให้ร่างกายได้รับสารเพ็กติน โปรตีน วิตามินเอ วิตามินซี รวมถึงธาตุฟอสฟอรัสและแคลเซียม บำรุงสายตาให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ยับยั้งการเกิดโรคต่างๆ ในช่องปาก ลดการเกิดตะคริว และกล้วยหอมเป็นผลไม้เย็น ผ่อนร้อนได้



 
 
Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: rayes Date: ต.ค. 29, 2009, 03:42 AM
   

องุ่น

องุ่น เป็นผลไม้ที่ดีที่สุด และมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ ทั้งสดและแห้ง อัลลอฮ์ ทรงตรัสใว้ในอัลกรุอานถึง 11 ที่ด้วยกัน



ความว่า และ อัลลอฮ์ ทรงทำให้ออกมาจากน้ำนั้น(ฝน)ซึ่งสวนองุ่น มะกอก (ซัยตูน)และทับทิม(ซูเราะฮ์ อัลอันอาม อายะฮ์ที่99)

ท่านรอซูลุลลอฮ์ ชอบรับประทานองุ่น

أَنَّهُ كَانَ يُحَبُّ الْعِنَب َوَالْبَطِّيْخَ


ความว่า แท้จริง ท่านรอซูลุลลอฮ์ นั้นชอบรับประทานองุ่นและแตงโม

องุ่น มีสรรพคุณรักษาโรคได้ดังนี้

1 ทำให้กระเพาะอาหารม้ามตับแข็งแรง

2 โรคปอดอักเสบ

3 โรคไตอักเสบ

4 โรคกระเพาะปัสสวะอักเสบ

5 โรคท้องร่วง

6 เมล็ดองุ่นเขียว อุดมด้วย อีมอนเลียนท์(emollient)สามารถ เคลือบผิว และปกป้องจากการสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส


 

Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: rayes Date: ต.ค. 29, 2009, 03:51 AM


   
แตงกวา

แตง กวานับว่าเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณ เป็นยารักษาโรค และเป็นพืชผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการ แตงกวานั้นมีวิตมิน บี วิตมีนซี ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส และมีเอนไซม์ ช่วยในการย่อยโปรตีน ปัจจุบันแตงกวานั้น มีผลิตภัณฑ์หลายชนิด นำมาสกัดผสมกับเครื่องสำอางหลายยี่ห้อ เช่น โฟมล้างหน้า ครีมพอกหน้า

คุณค่าที่ใด้รับจากแตงกวา

ท่าน นบีมูฮัมหมัด (ซล) รับประทานแตงกวาสดๆอยู่เป็นประจำ และจำเป็นแก่พวกเราต้องปฎิบัติตาม เพื่อประโยชน์สองประการ

1 เป็นยาบำบัดโรค

2 มีคุณค่าต่อร่างกาย

รายงานจาก อับดุลลอฮ์ บินญะอ์ฟัร รอดฎิยัลลอฮุอันฮู กล่าวว่า

كَانَ يَأْكُلُ الْقِثَّاءَ باِلرُّطَبِ

ความว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม รับประทานแตงกวาพร้อมอินทผลัมสด (บันทึกโดย บุคอรีย์และมุสลิม)

แตงกวามีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคดังนี้

1 ลดความร้อนในกระเพาะอาหาร และป้องกันโรคแผลในกระเพาะอาหาร

2 โรคกระเพาะปัสสวะอักเสบ

3 ผลและเมล็ดอ่อน มีสรรพคุณฝาดสมาน เสริมการทำงานของระบบประสาท

4 ช่วยความจำ ลดอาการนอนไม่หลับ แก้กระหายน้ำ มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ขับปัสสาวะ ทำให้ผิวขาวใสและนุ่มนวล

5 ช่วยบำรุงผมและเล็บ สำหรับผู้ที่เป็นโรคเกาต์และบวมน้ำถ้ากินเป็นประจำ ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ

แตงกวากับสุขภาพและความงาม

ป้องกันสิวและสิวหัวดำ

ใช้เนื้อแตงกวาขูดฝอยพอกบริเวณหน้าและคอเป็นเวลา 15-20 นาที บำรุงผิว ถ้าใช้บ่อยจะป้องกันผิวหน้าแห้ง ป้องกันการเกิดสิวและสิวหัวดำ

ผิวหน้าสดใส

ใช้ น้ำมะนาวเล็กน้อยและน้ำลอยกลีบกุหลาบ (ที่ปลูกเองแบบปลอดสาร ใช้กลีบกุหลาบมากหน่อย น้ำไม่ต้องมาก วัตถุประสงค์คือให้น้ำมันหอมจากกลีบกุหลาบออกมาอยู่ในน้ำ) ผสมกับน้ำคั้นผลแตงกวา ทาบนผิวหน้าเพื่อทำให้ใบหน้าสดใส (โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีผิวมัน)

ผิวหน้าผุดผ่อง

ใช้น้ำคั้นผลแตงกวาและนมสดปริมาณเท่าๆกัน เติมน้ำลอยกลีบกุหลาบ 2-3 หยด ทาหน้านาน 15-20 นาที ทำให้ผิวหน้านุ่มและขาวขึ้น

ลบถุงดำใต้ตา

ใช้น้ำคั้นผลแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำคั้นมันฝรั่ง 1 ช้อนโต๊ะ ทารอบขอบตา พักราว 15 นาทีจึงล้างออก

บำรุงผิว

ผสมน้ำคั้นแตงกวา น้ำมะนาว น้ำส้ม น้ำแช่กลีบกุหลาบ กลีเซอรีน และน้ำผึ้งอย่างละเท่าๆกัน ใช้ทาผิวให้ตึงกระชับเพิ่มความอ่อนเยาว์

ลดรอยหมองคล้ำใต้รักแร้

ผสม น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำคั้นผลแตงกวา 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา และผงขมิ้นครึ่งช้อนชา หลังจากอาบน้ำเช็ดตัวให้ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าวเช็ดบริเวณใต้รักแร้เป็นวง กลม หลังจากนั้นผสมน้ำแตงกวา น้ำมะนาว และผงขมิ้นให้เข้ากัน ทาใต้รักแร้ทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกและเช็ดให้แห้ง ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

ช่วยการเจริญของผม

ให้ดื่มน้ำคั้นผลแตงกวาและน้ำแครอตเป็นประจำ ซิลิก้าและกำมะถันในน้ำแตงกวาบำรุงเส้นผม เล็บและผิวหนัง

ทรีตเม้นท์ลดความเสียหายของผมจากคลอรีน

ผสมไข่ 1 ฟอง น้ำมันมะกอก 3 ช้อนชา และแตงกวาปอกแล้ว 1 ส่วน 4 ผล ชโลมบนเส้นผม ทิ้งไว้ 10 นาทีจึงล้างออก

ลบรอยด่างดำ

การ ดื่มน้ำคั้นผลแตงกวาจะช่วยลดรอยด่างดำบนผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่องรอยยุงกัด และให้ทาน้ำแตงกวาผสมน้ำลอยกลีบกุหลาบอัตราส่วนเท่าๆ กันด้วย

แก้อาการเจ็บคอ

แก้อาการเจ็บคอโดยกลั้วคอด้วยน้ำคั้นผลแตงกวาวันละอย่างน้อย 3 ครั้ง

แก้อาการท้องผูก

น้ำคั้นผลแตงกวาเป็นยาระบายอย่างอ่อน ลดกรดในกระเพาะอาหาร ขับปัสสาวะและช่วยการขับถ่าย

มิตรแท้ของดวงตา

หั่น แตงกวาเป็นแว่นตามขวาง หลับตาวางแว่นแตงกวาลงบนเปลือกตา นอนในที่เงียบแสงสลัวๆ จะบรรเทาอาการเหนื่อยล้าของดวงตา ที่เกิดจากการใช้งานนานๆ ได้รับฝุ่นควัน แสงจ้า หรือใส่คอนแท็กเลนส์นานเกินไป

 

Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: rayes Date: ต.ค. 29, 2009, 03:59 AM



   
   
ขิง
ขิง นับว่าเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และถูกนำมาประกอบอาหารหลายชนิด ปัจจุบันขิงนั้นถูกนำมาสกัดเป็นผงพร้อมชงรับประทานได้เลย ที่สำคัญที่สุดคือเป็นเครื่องดื่มที่อัลลอฮ์ทรงตอบแทนบ่าว ของพระองค์ที่ยำเกรงต่อพระองค์ ในสวนสวรรค์และได้รับเครื่องหมาย(อ.ย)จากอัลลอฮ์ และรอซุ้ลมาเรียบร้อยแล้ว

อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า



และในสวนสวรรค์นั้นพวกเขาจะได้รับเครื่องดื่มจากแก้ว ซึ่งผสมด้วยขิง (ซูเราะห์ อัลอินซาน อายะฮ์ที่ 17 )

ขิงนั้นสามารถรักษาโรคต่างๆดังนี้


1 ความร้อนของมันสามารถย่อยอาหารต่างๆได้อย่างรวดเร็ว

2 สามารถขับลมในกระเพาะอาหาร ลดอาการการจุกเสียด

3 ทำให้สายตาดีขึ้น

4 รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

5 โรคตับอักเสบ

6 เพิ่มสมรถภาพทางเพศ เพิ่มน้ำอสุจิ และเพิ่มความจำ

วิธีทำ

นำขิงแก่มาปอกเปลือกล้างให้สะอาด แล้วต้มกับน้ำตาล นำมาดื่มทุกเช้าวัน เช้า-เย็น

คุณค่าที่ใด้รับจากขิง

ท่าน รอซูลลุลอฮฺ นำขิงมารักษาอาการต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วอย่างได้ผล อะบีสะอีด อัลคุดรีย์ กล่าวว่า กษัตริย์แห่งอาณาจักรโรมัน ได้แนะนำท่านรอซูลลุลลอฮฺโดยนำขิงมาให้ท่าน ดังนั้นมนุษย์ทุกคนควรนำมารับประทานหนึ่งชิ้น และฉันก็รับประทานหนึ่งชิ้น

 

Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: rayes Date: ต.ค. 29, 2009, 04:09 AM

   
น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกนั้นร้อน อัลลอฮ์ทรงแจ้งถึงสรรพคุณของน้ำมันมะกอกใว้หลายแห่งในอัลกรุอาน ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า



ความว่า ถูกจุดจากน้ำมันของต้นไม้ที่มีความจำเริญ คือ ต้นมะกอก(ซูเราะฮ์ อันนูร อายะฮ์ที่ 35)

รายงานจากท่านอบีฮุรอยเราะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮู กล่าวว่า แท้จริง ท่าน นบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

كُلُوْا الزَّيْتَ وَادَّهِنُوْا بِهِ فَاإِنَّهُ مِنْ شَجَرَةٍ مُبَارَكَةٍ

ความ ว่า ท่านทั้งหลาย จงรับประทานน้ำมัน(มะกอก )และจงทาด้วยน้ำมันของมัน แท้จริงมะกอกนั้น คือต้นไม้ที่มีความจำเริญยิ่ง(บันทึกโดย อัตติรมีซีย์และอิบนูมาญะฮ์)

น้ำมันมะกอกมีสรรพคุณดังนี้

1 ความเค็มของน้ำมันมะกอกสามารถจุดไฟติดได้

2 ทำให้ร่างกายแข็งแรง

3รักษาโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ

4 ป้องกันบาดแผลติดเชื้อ
 


Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: rayes Date: ต.ค. 29, 2009, 04:18 AM



   
เห็ด
เห็ด ชนิดที่คนมักนำมาปรุงอาหาร และหาได้ง่าย เช่น เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม เห็ดกระดุมหรือแชมปิญอง เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดโคน เห็ดหูหนู หรือ เห็ดหลินจือ อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ มีผลการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่าเห็ดแชมปิญอง (White mushroom) มี บทบาทช่วยในการรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่สุด เมื่อเทียบกับเห็ดรับประทานได้ชนิดอื่นๆ โดยสารบางอย่างในเห็ดชนิดนี้ไปช่วยยับยั้งเอ็นไซม์ aromatase ทำ ให้เกิดการยับยั้งการแปรฮอร์โมนแอนโดรเจนให้กลายเป็นเอสโตรเจนในผู้หญิง วัยหมด ประจำเดือน เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลง ก็ลดโอกาสการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมให้น้อยลงตามไปด้วย

มีรายงานจากท่านซะอีด บุตรของเซดดฺ ว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :

اَلْكَمْأَةُمِنَ الْمَنِّ وَمَاؤُهَـا شِـفَاءٌ لِلْعَيْنِ

" เห็ดนั้นมีสรรพคุณดังอัลมันนฺ ( คือของหวานชนิดหนึ่งที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่บนีอิสรออีล ) และน้ำของมันนั้นสามารถเป็นยาบำบัดโรคเกี่ยวกับสายตาได้ "บันทึกโดย อัลบุคอรี 10/137บทว่าด้วยการแพทย์ และมุสลิม (2049)บทว่าด้วยเรื่องความประเสริฐของเห็ด

เห็ดสามารถรักษาโรคต่างๆได้ดังนี้
1. โรคอัมพาต
2. โรคเส้นเลือดในสมองแตก
3. โรคกระเพาะอาหาร
4. ทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรง
5. โรคต่อมลูกหมากโต ทำให้ปัสสาวะคล่อง
6. โรคเกี่ยวกับสายตา เช่นตาแดง, ตาฟาง, ต้อกระจก
7. ทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรง
8. เห็ดหอมนั้นมีสรรพคุณลดไขมันในเส้นเลือด

วิธีทำ

1. นำเห็ดมาต้มกับน้ำ ใส่เกลือเล็กน้อย และนำมาดื่มทุกวัน
2. ถ้าหากนำมาประกอบอาหารให้ผสมกับน้ำมันพืช เครื่องเทศต่างๆ ทำให้อาหารนั้นมีคุณค่าสูงต่อร่างกาย
3. นำน้ำของเห็ดผสมกับยาหยอดตา มาหยอดตาสามารถรักษาโรคตาแดงได้


Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: al-firdaus~* Date: ต.ค. 29, 2009, 10:20 AM


เห็ดชนิดนี้ เอามาทำแกงเหลืองกะทิใส่เนื้อสับลงไป อร่อยอย่างแรง
มีประโยชน์ดีๆนี่เอง.... หน้าฝนแบบนี้ต้องไปตามเก็บ
mycool:

Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: rayes Date: ต.ค. 29, 2009, 10:24 AM
   เอาเลยก๊ะเมนูต่อไป ครัวมุสลิมะฮฺ เด่วผมจะคอยชิม(น้ำลายตัวเอง hehe hehe


Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: nada-yoru Date: ต.ค. 29, 2009, 10:32 AM






salam

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ...
เมื่อคืน(ไม่ใช่สิ เมื่อเช้า)นอนหลับไป...ฝันว่าไปเก็บเห็ดสีม่วง(ข้างบนปีกขวา)
ได้มาดอกโตๆดอกเดียว แล้วไม่กล้าเข้าไปเก็บต่อ เพราะว่ามีงูชุมอยู่ในนั้นด้วย
ตื่นมาไม่กี่ชั่วโมงเข้าบอร์ดเจอเรื่องเห็ดพอดี... :o

สงสัยจะเจอเรื่องดี ฝันถึงเห็ดทีไรได้รับข่าวดีตลอด(อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัว
ห้ามลอกเลียนแบบเน้อ...:D)

ปล.ชอบกล้วยค่ะ...เลยต้องบินว่อนหากล้วยกินก่อนนอน...

ญะซากัลลอฮุคอยรอนค่ะ




Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: Bangmud Date: ต.ค. 29, 2009, 11:26 AM
 salam
สว (คนสูงวัย) อย่างแช สงสัยจะต้องหากล้วยกับขิงมากินบ่อย ๆ (ลองอ่านประโยชน์ดู)
อยากเสริมนิดหน่อยครับ
กล้วยให้พลังงานสูง ดังนั้น ไม่เหมาะสำหรับคนเป็นเบาหวาน
มีอายะฮฺกุรฺอานบางอายะฮฺสงสัยจะพิมพ์ตก (24:35 , 76:17)
และบางหะดีษ

 أَنَّهُ كَانَ يُحَبُّ الْعِنَبَوَالْبَطِّيْخَ
น่าจะเป็น
[size=20كان pt]أَنَّهُ كَانَ يُحَبُّ الْعِنَب َوَالْبَطِّيْخَ[/size]
มีคำถามด้วยครับ
เมล็ดองุ่นเขียว อุดมด้วย อีมอนเลียนท์(emollient)สามารถ เคลือบผิว และปกป้องจากการสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส
มีวิธีใช้อย่างไรครับ กินหรือทา

 والسلام
Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: มัยซูน Date: ต.ค. 29, 2009, 11:58 AM


เห็ดชนิดนี้ เอามาทำแกงเหลืองกะทิใส่เนื้อสับลงไป อร่อยอย่างแรง
มีประโยชน์ดีๆนี่เอง.... หน้าฝนแบบนี้ต้องไปตามเก็บ
mycool:

เขาเรียก "เห็ดแครง" ค่ะ
ไม่ทราบที่อื่นเรียกยังไง


Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: rayes Date: ต.ค. 29, 2009, 02:01 PM


   
เห็ดแครง
ชื่อสามัญ :-
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Schizophylum commune Fr
ชื่ออื่น : เห็ดตีนตุ๊กแก
ถิ่นกำเนิด: -
ลักษณะทางพฤกษศาตร์: เห็ดแครงมีขนาดเล็กรูปร่างคล้ายพัด ที่ฐานมีก้านยาวประมาณ 0.1-0.5 ซม. ดอกเห็ดกว้างประมาณ 1-3 ซม. ผิวด้านบนมีสีขาวปนเทาปกคลุมอยู่ทั่ว ด้านใต้ของดอกมีครีบเป็นร่องสีน้ำตาลอ่อน ขอบดอกหยักคล้ายขอบเปลือกหอยแครง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ เห็ดแครง
ฤดูกาล : ฤดูฝน
แหล่งปลูก : ขึ้นตามท่อนไม้ยางพาราและกิ่งไม้จำพวกสะตอ มะม่วงและกระถินณรงค์ มีมากแถบภาคใต้ของประเทศไทย
การกิน  : เห็ดแครงอ่อนเนื้อนุ่ม รสหวานหอม คนใต้นำเห็ดแครงมาแกงกระทิใส่ไข่ แกงน้ำใส และตากแห้งเก็บไว้กินนอกฤดู
สรรพคุณทางยา: ช่วยขับปัสสาวะ ต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลมะเร็ง
 


Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: เหรียญ 2 ด้าน Date: ต.ค. 29, 2009, 03:38 PM
ขอบคุณครับ
Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: nada-yoru Date: ต.ค. 29, 2009, 04:24 PM
salam
สว (คนสูงวัย) อย่างแช สงสัยจะต้องหากล้วยกับขิงมากินบ่อย ๆ
(ลองอ่านประโยชน์ดู)

อยากเสริมนิดหน่อยครับ
กล้วยให้พลังงานสูง ดังนั้น ไม่เหมาะสำหรับคนเป็นเบาหวาน

มีคำถามด้วยครับ
เมล็ดองุ่นเขียว อุดมด้วย อีมอนเลียนท์(emollient)สามารถเคลือบผิว
และปกป้องจากการสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส
มีวิธีใช้อย่างไรครับ กินหรือทา



วะอะลัยกุมมุสลามค่ะ

ขอ สส (สาวสวย)ออกความคิดเห็นกลางสภานิดนึงนะคะ...งิงิ...

กล้วยนั้นอาจจะไม่ดีต่อคนเป็นเบาหวาน
แต่คนที่อ่อนหวานทานได้ใช่มั้ยคะแช
ขอมติจากสภาบนด่วน...;D

สำหรับเมล็ดองุ่นเขียวนั้น...ข้าน้อยไม่รู้ว่าที่ดีควรทำยังไง
ข้าน้อยกินเป็นลูกเดียวค่ะ...เคี้ยวมันทั้งเนื้อทั้งเม็ด(ไม่ค่อยคายเม็ดออกมาค่ะ
มันดูไม่ดีต่อสายตาประชาชีที่อยู่ด้วย ที่สำคัญคือเสียดายค่ะ
เลยเคี้ยวกลืนลงคอไปด้วยเรย...งิงิ) อร่อยดีค่ะ(หวานๆมันๆฝาดๆ)
กินบ่อยค่ะ...เพราะที่ข้าน้อยอยู่ราคาถูกกว่าลูกเงาะ
ผิวก็ยังสีเดิมไม่ยอมเปลี่ยนแปลงสักทีนิแช...;D
กลัวว่่าถ้ากินต่อไปนานๆอาจจะเขียวตามสีเม็ดองุ่นสุดๆ...;D
(อาจดูไม่เป็นวิชาการ แต่ข้าน้อยทดลองทำมาแล้วค่ะแช...)

รอคำตอบจากผู้รู้ที่ทดลองมาแล้วเห็นผลด้วยคนค่ะแช
เพราะไม่อยากให้อะไรๆเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลาาาาาา

Oops:

วัสลามุอะลัยกุมค่ะ



Re: สมุนไพรตามแนวทางนบี(ซล) By: al-firdaus~* Date: ต.ค. 29, 2009, 11:22 PM

สำหรับเมล็ดองุ่นเขียวนั้น...ข้าน้อยไม่รู้ว่าที่ดีควรทำยังไง
ข้าน้อยกินเป็นลูกเดียวค่ะ...เคี้ยวมันทั้งเนื้อทั้งเม็ด(ไม่ค่อยคายเม็ดออกมาค่ะ
มันดูไม่ดีต่อสายตาประชาชีที่อยู่ด้วย ที่สำคัญคือเสียดายค่ะ
เลยเคี้ยวกลืนลงคอไปด้วยเรย...งิงิ) อร่อยดีค่ะ(หวานๆมันๆฝาดๆ)



เท่าที่รู้และกินมา(เหมือนกัน)พอจะบอกได้ว่า
ในผิวและเมล็ดขององุ่นนั้นจะมีสารสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากธรรมชาติ
มีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระเหนือกว่า Antioxidant อื่น ๆ
พูดง่ายๆก็คือ กินแล้วผิวสวย ลดริ้วรอย  ชลอวัย ละก็ป้องกันมะเร็งและดีต่อหัวใจ ประมาณนี้อ่ะคะ
ความจริงในเนื้อองุ่นทั้งองุ่นเขียวและองุ่นม่วงก็มีอยู่บ้าง
แต่ไม่มากเท่าในเมล็ด คุณ nada-yoru เลือกเคี้ยวเม็ดนั้นถูกต้องแล้วค่ะ  ;D
แต่ก็ไม่ถูกต้องหมดนะคะ เพราะหากเคี้ยวเม็ดองุ่นเพียวๆ มักจะปนเปื้อนสารอื่นที่อันตรายได้
ต้องกินสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเท่านั้นนะคะ ถึงจะให้สารต้านอนุมูลอิสระ
ไม่ต้องกังวลไปค่ะ...เด๋วนี้มีอาหารเสริมซึ่งสกัดจากเมล็ดองุ่น ให้เราได้เลือกกันแล้ว
(ไม่ได้หลอกขายอาหารเสริมนะคะ...หลังไมค์ค่ะ ;D)