กระดานเสวนานักศึกษาอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ สนทนาศาสนธรรม
Pages: 12
ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: anti-bid'ah Date: ส.ค. 21, 2010, 01:33 PM

Benefits of Eating Dates

Muslims generally break their fast by eating dates. Prophet Muhammad (sallallahu alaiyhi wassallam) is reported to have said: "if anyone of you is fasting, let him break his fast with dates. In case he does not have them, then with water. Verily water is a purifier."

The Prophet(sallallahu alaiyhi wassallam) used to break his fast by eating some dates before offering Maghrib prayer, and if ripe dates were not available, he used to substitute them with some dried grapes. When they too were not available, he used to have a few sips of water, according to some reports. Modern science has proved that dates are part of a healthy diet. They contain sugar, fat and proteins, as well as important vitamins. Hence the great importance attached to them by the Prophet(sallallahu alaiyhi wassallam).

Dates are also rich in natural fibres. Modern medicine has shown that they are effective in preventing abdominal cancer. They also surpass other fruits in the sheer variety of their constituents. They contain oil, calcium, sulphur, iron, potassium, phosphorous, manganese, copper and magnesium. In other words, one date is a minimum of a balanced and healthy diet. Arabs usually combine dates with milk and yogurt or bread, butter and fish. This combination indeed makes a self-sufficient and tasty diet for both mind and body. Dates and date palms have been mentioned in the Holy Qur'an 20 times, thus showing their importance. The Prophet(sallallahu alaiyhi wassallam) likened a good Muslim to the date palm, saying, "Among trees, there is a tree like a Muslim. Its leaves do not fall."

Sayyidah Mariam (the Virgin Mary) mother of Jesus (sallallahu alaiyhi wassallam) had dates as her food when she felt labour pains and during confinement. They are definitely the "crown of sweets," and ideal food which is easy to digest, and within half an hour of taking it, the tired body regains a renewed vigour. The reason for this is that a shortage of sugar in the blood is the main factor that makes people feel hungry and not an empty stomach as is often assumed. When the body absorbs the nutritional essence of a few dates, the feeling of hunger becomes appeased. When one breaking the fast with dates takes some other food afterwards, he cannot eat much. It would seem that breaking the fast with dates then helps one avoid excessive eating.

Experiments have also shown that dates contain some stimulants that strengthen the muscles of the uterus in the last months of pregnancy. This helps the dilation of the uterus at the time of delivery on one hand and reduces the bleeding after delivery on the other. Dieticians consider dates as the best food for women in confinement and those who are breast-feeding. This is because dates contain elements that assist in alleviating depression in mothers and enriching the breast-milk with all the elements needed to make the child healthy and resistant to disease. The Prophet ((sallallahu alaiyhi wassallam)) has emphasized the importance of dates and their effectiveness in the growth of the fetus. He has also recommended they be given to women. Modern dietary institute now recommend dates to be given to children suffering from a nervous nature or hyperactivity. The Prophet ((sallallahu alaiyhi wassallam)) has also recommended dates as a medicine for heart troubles, according to some reports. Modern science has also proved the effectiveness of date, in preventing diseases of the respiratory system.

Dates are rich in several vitamins and minerals. When the level of trace elements falls in the body, the health of the blood vessels is affected leading to an increased heart-rate and a consequent inability to perform its function with normal efficiency. As dates are also rich in calcium, they help strengthen the bones. When the calcium content in the body decreases, children are affected with rickets and the bones of adults become brittle and weak.

Dates are also important in keeping up the health of eyes. It is quite effective in guarding against night-blindness. In the early years of this nation, dates served as food for Muslim warriors. They used to carry them in special bags hung at their sides. They are the best stimulant for muscles and so the best food for a warrior about to engage in battle.

Also it is said that The Prophet ((sallallahu alaiyhi wassallam)) used to combine dates with bread sometimes. At other times he mixed ripe dates with cucumber, or dates combined with ghee. He used to take all varieties of dates, but he preferred the variety called Ajwah which is from Al-madina Almunawwarah.



ปกติแล้วมุสลิมจะละศีลอดด้วยการอินทผาลัม ท่านเราะซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) เคยกล่าวในทำนองที่ว่า "หากในหมู่สูเจ้ามีผู้ถือศีลอด เขาจงละศีลอดด้วยอินทผาลัมเถิด หากไม่มีมัน (อินทผาลัม) จงดื่มน้ำ แท้จริงน้ำนั้นเป็นสิ่งช่วยชำระร่างกาย"

ท่านเราะซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) เคยละศีลอดด้วยอินทผาลัมก่อนที่ท่านจะละหมาดมัฆริบ บางรายงานเล่าว่า หากไม่มีอินทผาลัมสุก ท่านจะจิบน้ำ  2-3 จิบ ด้านศาสตร์ร่วมสมัยพิสูจน์ให้ประจักษ์แล้วว่า อินทผาลัมเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำตาล ไขมัน โปรตีนต่างๆ และวิตามินที่สำคัญอีกหลายชนิด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท่านเราะซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้แนะนำ

อินทผาลัมยังมีสายใยอาหารอีกหลายชนิด แพทย์แผนปัจจุบันค้นพบว่า อินทผาลัมมีส่วนช่วยในการป้องกันจากโรคมะเร็งในช่องท้องอย่างมีประสิทธิภาพ อินทผาลัมยังเป็นผลไม้ที่คุณประโยชน์ด้านโภชนาการเหนือผลไม้นานาชนิด ซึ่งส่วนประกอบด้วย น้ำมัน แคลเซียม ซัลเฟอร์ เหล็ก โพเทสเซียม ฟอสฟอรัส แมงกานีส คอพเปอร์ และแมกนีเซียม อาจกล่าวได้ว่า อินทผาลัมเป็นผลไม้ที่ให้ประโยชน์ทางอาหาร ชาวอาหรับมักจะกินอินทผาลัมร่วมกับนม โยเกิร์ต หรือขนมปัง เนยและปลา การร่วมกันดังกล่าวถือเป็นการกินอาหารที่เพียงพอสำหรับสมองและร่างกาย อินทผาลัมถูกกล่าวในอัลกุรอาน 20 ครั้งด้วยกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของมัน ท่านเราะซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) มักจะเปรียบเทียบมุสลิมดั่งต้นอินทผาลัม ท่านกล่าวว่า "ในบรรดาต้นไม้นั้น มีต้นไม้ชนิดเดียวที่คล้ายคลึงกับมุสลิม นั่นก็คือ ต้นอินทผาลัม ซึ่งใบของมันจะไม่ร่วง"

พระนางมัรยัม มารดาแห่งเยซู (ท่านนบีอีซา อะลัยฮิสสลาม) ได้รับประทานอินทผาลัมเป็นอาหารเมื่อรู้สึกปวดเมื่อยจาการทำงานและช่วงมีครรภ์ ดังนั้น อินทผาลัมเป็นอาหารสุดยอดแห่งความหวาน ย่อยสะลายได้ง่าย แค่ใช้เวลา 30 นาที ร่างกายก็จะกลับมากระชุ่มกระชวยอีกครานึง เหตุผลก็คือ การที่เลือดขาดสารน้ำตาลจึงทำให้รู้สึกหิว และจะไม่ทำให้ท้องว่างเมื่อทานอินทผาลัม ร่างกายจะได้รับสารอาหารสัมคัญแม้กินแค่ 2-3 เม็ด ความรู้สึกหิวจะทุเลาลง เมื่อคน ๆ หนึ่งละศีลอดด้วยการกินอินทผาลัมก่อนการรับประทานอาหารอื่น ๆ เขาก็จะรับประทานอาหารนั้นน้อยลง เพราะสารอาหารจากอินทผาลัมมีส่วนช่วยในการลดความอยากอาหารได้

จากการทดลองพบว่า อินทผาลัมประกอบไปด้วยสารที่ตระตุ้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในมดลูกสำหรับสตรีตั้งครรภ์ก่อนคลอด 1 เดือน เพราะมันจะช่วยให้ปากมดลูกขยายเมื่อคลอด และยังลดการหลั่งเลือดในขณะคลอดอีกด้วย (สตรีจะต้องรีบทานเลยน่ะ - ผู้แปล) นักโภชนาการเห็นว่า อินทผาลัมเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับสตรีช่วงตั้งครรภ์และสตรีให้นมบุตร เนื่องจากอินทผาลัมมีส่วนประกอบที่ช่วยในการลดความกดดันของแม่ และเพิ่มน้ำนม และยังช่วยให้ทารกนั้นได้รับสารอาหารนั้นด้วยในการต่อต้านโรคา ท่านเราะซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) เน้นย้ำถึงความสำคัญของอินททผาลัม และการมีส่วนช่วยเสริมสุขภาพทารกในครรภ์ได้อย่างมีประสิทธภาพ ท่านเราะซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ส่งเสริมให้สตรีรับประทาน ทางด้านสถาบันด้านโภชนา ได้แนะนำเด็ก ๆ รับประทานอินทผาลัมเพื่อลดอาการทางประสาท ท่านเราะซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ยังแนะนำว่า อินทผาลัมเป็นยาทางใจอีกด้วย  ด้านศาสตร์ปัจจุบันรายงานว่า สารอาหารในอินทผาลัมสามารถป้องกันจากโรคาทางระบบทางหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อินทผาลัมประกอบไปด้วยสารอาหารทางวิตามิน และแร่ต่าง ๆ เมื่อร่างกายได้รับสารเหล่านั้น หลอดเลือดจะนำสารอาหารไปล่อเลี้ยงจนระดับการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น และส่งผลให้เพิ่มสมรรถภาพในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะอินทผาลัมยังประกอบไปด้วยสารแคลเซียมที่พิ่มความแข็งแรงของกระดูก ทั้งกระดูกอ่อนในเด็กและผู้ใหญ่

อินทผาลัมยังช่วยบำรุงรักษาสายตาในยามค่ำคืนได้อย่างดี ในยุคแรก ๆ นักรบมุสลิมมักพกอินทผาลัมใส่ในกระเป๋าแบบย่ามในการรบ เพราะมันสามารถช่วยในการชูกำลังวังชาได้เป็นอย่างดีเชียวแหละ

ว่ากันว่าท่านเราะซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) เคยรับประทานอินทผาลัมกับขนมปังในบางครั้ง ลางทีท่านเราะซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ผสมกับแตงกวา หรือไม่ก็น้ำมันเนย ท่านเราะซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) รับประทานอินทผาลัมหลากหลายชนิด แต่ที่ท่านเราะซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) โปรดปรานนั้น คงจะเป็นอินทผาลัมชนิด "عَجْوَة (อัจญวะฮ์ - อินทผาลัมชนิดดีเยี่ยม)" ที่มาจากนครมะดีนะฮ์มุเนาวะเราะฮ์...วัสสลามุอะลัยกุม

ข้อมูลเพิ่มเติม (หลังจากนี้) : http://darulfatwa.org.au/content/view/462/273

แปลภาษาไทยโดย : แอนตี้ บิดอะฮ์ เอาว์ ยูสุฟ บิน สุลัยมาน อัลมันญูวีย์ อัลกะรอบีย์ (21 สิงหาคม 2553 เวลา 13.35 น.)

Re: ถ้ารู้อย่างนี้ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม? By: As-Zaleek Date: ส.ค. 21, 2010, 05:04 PM

ญะซากัลลอฮุค้อยร็อน...ได้ความรู้เพิ่มขึ้น mycool:

Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: admin Date: ส.ค. 21, 2010, 06:14 PM
แล้วมันทานไม่ได้หรอ  oh:
Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: as-satuly Date: ส.ค. 21, 2010, 06:27 PM
ผมนี่แหละคนหนึ่ง ;D ที่กล้ารับประทาน "อินทผาลัม" ไม่ว่าจะเป็นผลอินทผาลัมยี่ห้อหรือรสชาติใดก็ตาม เพราะผมได้รับอะไรหลากหลายอย่างจากผลอินทผาลัม (ตั้งแต่ยังจำความได้) ไม่ว่าจะเป็น ความอิ่ม ความอร่อย ความหวาน และที่สำคัญคือได้รับคุณค่าประโยชน์จากผลอินทผาลัมและเหมือนกับได้รับบรรยากาศอะไรบางอย่าง

ดังนั้น ไม่ทราบอีกว่า เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ใครบ้างที่ยังไม่กล้าจะรับประทาน "อินทผาลัม" อีกครับ?! ::)  

และนี่คือ รูปภาพของผลอินทผาลัม "عَجْوَة (อัจญวะฮ์ - อินทผาลัมชนิดดีเยี่ยม)"

แต่ผมยังจำรสชาติของผลอินทผาลัม "عَجْوَة (อัจญวะฮ์ - อินทผาลัมชนิดดีเยี่ยม)" ได้อยู่อีกเลย อยากบอกว่า มีซุปเปอร์อภิมหาความอร่อยสุด ๆ บวกกับความล้ำลึกของรสชาติที่กลมกล่อมแห่งผลอินทผาลัมจริง ๆ...วัสสลามุอะลัยกุม loveit:

Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: admin Date: ส.ค. 21, 2010, 06:29 PM
แล้วจะไม่กล้าตรงไหน  :-[
Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: anti-bid'ah Date: ส.ค. 21, 2010, 06:38 PM
แล้วจะไม่กล้าตรงไหน  :-[

ตั้งหัวข้อดึงดูดผู้คนให้เข้ามาอ่าน  ถ้าเขียนแบบธรรมดาว่า " ประโยชน์อินทผาลัม " คนอ่านเห็นแล้วคิดว่าเป็นหัวข้อเดิมๆอ่านผ่านมาหลายเวบแล้ว ข้าพเจ้าจึงตั้งหัวข้อที่ขัดกับความคิดที่คนอ่านมีอยู่แต่เดิมไง  เขาถึงอยากจะรู้ว่า เอ๋ะมันไม่น่าทานเหรอ เราทานกันมานานแล้วคิดว่าดีนี่
Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: ILHAM Date: ส.ค. 21, 2010, 07:59 PM
ความคิดสร้างสรรค์ดี แต่กวนตีนไปหน่อยนะ
Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: hiddenmin Date: ส.ค. 21, 2010, 10:28 PM

Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: Deeneeyah Date: ส.ค. 21, 2010, 10:49 PM


ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าส่องเข้ามา อีกไหม?!

นิดนึง "แอนตี้ บิดอะฮ์ เอาว์ ยูสุฟ บิน สุลัยมาน อัลมันญูวีย์ อัลกะรอบีย์"
คำว่าว่า "อัลกะรอบีย์" ผมเดาว่าเป็น จ.กระบี่ ใช่หรือเปล่า
แล้วคำว่า "อัลมันญูวีย์" นั้นอ้างไปยังที่ไหนหรือครับ

Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: ILHAM Date: ส.ค. 21, 2010, 10:53 PM
อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัũ By: admin Date: ส.ค. 21, 2010, 10:55 PM
ความจิงก็รู้แล้วแหละ เหมือนชื่อนั้นแหละ anti-bid'ah 
มันน่าจะเป็น อินผาลัมมีประโยชน์จริงหรือ ไรแบบนี้อะ แต่กล้านี้งงอะ

ปล. แล้วมารอดูกันไหมว่าคนจะอ่านกระทู้นี้เยอะไหม  hehe
Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: JawhaR Date: ส.ค. 22, 2010, 11:13 AM
อ่านชื่กะทู้  .....  :o   
อ่านบทความ .....    loveit:

Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: As-Zaleek Date: ส.ค. 22, 2010, 02:08 PM

ได้อ่านและรู้แล้ว ก็ยังไม่กล้าทานอินทผาลัม(ในตอนกลางวัน)อยู่ดี cool2:
Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: hiddenmin Date: ส.ค. 22, 2010, 02:12 PM
อ่านชื่กะทู้  .....  :o   
อ่านบทความ .....    loveit:


คงเอาไปปล่อยอีกละสิ  mycool: mycool:
Re: ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! By: JawhaR Date: ส.ค. 22, 2010, 02:47 PM
อ่านชื่กะทู้  .....  :o   
อ่านบทความ .....    loveit:


คงเอาไปปล่อยอีกละสิ  mycool: mycool:

เบื่อคนรู้ทันอ่ะ เฮอๆ   boulay: