ผู้เขียน หัวข้อ: อิสลามจำกัดการไว้อาลัยไว้อย่างไรบ้าง  (อ่าน 4390 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Mustafa

  • ทีมงานบอร์ด
  • เพื่อนใหม่ (O_0)
  • *****
  • กระทู้: 55
  • เพศ: ชาย
  • Respect: +4
    • ดูรายละเอียด

السلام عليكم ورحمة الله تعالى وبركاته

ท่านพี่น้องทราบไม่ครับว่า อิสลามได้จำกัดการไว้อาลัยไว้อย่างไรบ้าง ?

ก่อนที่เราจะรู้ถึงข้อชี้ขาดของการไว้อาลัย เราควรที่จะรู้เสียก่อนว่า "การไว้อาลัยคืออะไร"

การไว้อาลัยคือ การละทิ้งการแต่งตัวด้วยเครื่องประดับที่สวยงาม ด้วยกับสีผ้าที่ฉูดฉาด การใส่เครื่องประดับที่เงางาม การละทิ้งการใส่ยาตา การใส่ของหอม หรืออื่นๆที่มีลักษณะคล้ายกับสิ่งเหล่านี้

อิสลามจำกัดการไว้อาลัยไว้แก่ผู้ตายไม่เกิน 3 วัน 3 คืน ซึ่งหากเกินกว่าที่อิสลามได้กำหนดไว้นั้น ถือเป็นสิ่งต้องห้ามตามบัญญัติอิสลาม ยกเว้นสตรีที่ผู้ตายเป็นสามีของนาง ดังนั้นสตรีที่สามีตาย อิสลามได้กำหนดให้นางไว้อาลัยแก่เขา 4 เดือน 10 วัน โดยถือเป็นสิ่งจำเป็น (วาญิบ) แก่นาง หรือจะเรียกการไว้อาลัยของสตรีที่สามีตายว่า "การครองอิดดะห์"

แน่นอนสิ่งที่กล่าวมา ย่อมจะขาดมิได้เลยซึ่งหลักฐาน

อัลลอฮ์ได้ทรงบัญชาใช้แก่สตรีที่สามีตายไว้ว่า

وَالَّذِينَ يُتَوَفَّوْنَ مِنْكُمْ وَيَذَرُونَ أَزْوَاجا ً يَتَرَبَّصْنَ بِأَنفُسِهِنَّ أَرْبَعَةَ أَشْهُر ٍ وَعَشْرا

"และบรรดาผู้ที่ถึงแก่กรรมจากพวกเจ้า โดยพวกเขาได้ทิ้งบรรดาคู่ครอง (บรรดาภรรยา) ไว้ พวกนางจะต้องรอคอยตัวของนางเองถึง 4 เดือน 10 วัน"(บากอเราะห์ / 234)

และแน่นอนหลักฐานที่ได้มากำกับการไว้อาลัยแก่ผู้ตายไว้เพียง 3 วัน 3 คืน นั้นมาจากวจนะของท่านร่อซู้ล (ศ็อลลั้ลลอฮู่อะลัยฮิว่าซัลลัม) ที่ว่า

لا يحل لامرأة تؤمن بالله واليوم الآخر أن تحد (أى تترك الزينة) على ميت فوق ثلاث إلا على زوج فإنها تحد عليه أربعة أشهر وعشرا

"ไม่อนุญาตให้สตรีผู้ใดที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันอาคิเราะห์ไว้อาลัยแต่ผู้ตายคนใดเกิน 3 วัน นอกจาก (ไว้อาลัย) แก่ผู้เป็นสามี เพราะแท้จริงนางจะต้องไว้อาลัย (หรือครองอิดดะห์) ต่อสามี ถึง 4 เดือน 10 วัน"

สาเหตุที่อิสลามได้บัญญัติห้ามการไว้อาลัยเกิน 3 วัน 3 คืนนั้น ก็เพื่อไม่ต้องการให้บ่าวผู้ศรัทธาในอัลลอฮ์ต้องจมปักอยู่กับความโศกเศร้า ละทิ้งความโปรดปรานของอัลลอฮ์  เพราะนั้นเป็นการปิดกั้นตัวเองจากพระเมตตาของอัลลอฮ์

ในอดีตกาล ผู้เป็นภรรยาของท่านร่อซู้ล (ศ็อลลัลลอฮุ่อะลัยฮิว่าซัลลัม) และสาลัฟซอและห์จะไม่ไว้อาลัยแก่ผู้ใดเกินระยะที่อิสลามได้บัญญัติไว้ เพราะกลัวจากบาปที่จะเกิดขึ้นจากขัดต่อบัญญัติอิสลาม

พระนางอุมมุ่ฮาบีบะห์ (อุมมุ้ลมุมินิน บุตรีของท่านอบีซุฟยาน) ได้ทำการไว้อาลัยแก่บิดาของนาง เมื่อหมดระยะการไว้อาลัยที่อิสลามได้กำหนดไว้ นางจึงใช้น้ำหอมซุฟระห์ (ใช้ในขณะอยู่ในหมู่สตรีด้วยกันหรือใช้ในกลุ่มผู้เป็นมะฮ์รัมของนาง) ในวันที่สาม พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า "ฉันเพียงพอแล้วจากนี้ หากแม้นว่าฉันไม่ได้ยินท่านนะบี(ศ็อลลัลลอฮุ่อะลัยฮิว่าซัลลัม)กล่าวว่า "ไม่อนุญาตให้สตรีผู้ใดที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันอาคิเราะห์ไว้อาลัยแต่ผู้ตายคนใดเกิน 3 วัน ..."

ส่วนผู้ชายนั้น อิสลามไม่ได้กำหนดให้พวกเขาทำการไว้อาลัยแต่อย่างใด แม้แต่ช่วงระยะเวลาสั่นๆก็ตาม แน่นอนการไว้อาลัยนั้นถูกกำหนดให้แก่สตรีเท่านั้น
 
والله أعلم

ออฟไลน์ admin

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนสนิท (._.")
  • *****
  • กระทู้: 464
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • ..
Re: อิสลามจำกัดการไว้อาลัยไว้อย่างไรบ้าง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มี.ค. 20, 2008, 05:23 PM »
0
จำเป็นไหมครับว่า ผู้ตายต้องเป็นมุสลิม
ถ้าไม่จำเป็นแล้ว การไว้อาลัยที่ว่านอกจากเรื่อง ระยะเวลาแล้ว
มีรูปแบบหรือการปฏิบัติ และขอบเขตยังไงครับ

ออฟไลน์ คะลัคคะลุย

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 670
  • เรื่อยไป
  • Respect: +3
    • ดูรายละเอียด
Re: อิสลามจำกัดการไว้อาลัยไว้อย่างไรบ้าง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มี.ค. 20, 2008, 05:57 PM »
0
 salam

ขออัลเลาะฮ์ทรงตอบแทนครับ สำหรับการนำเสนอความรู้แก่พี่น้องเรา ๆ ครับ
اللهم صل علي سيدنا محمد وعلي آل محمد وصحبه وسلم

ออฟไลน์ Mustafa

  • ทีมงานบอร์ด
  • เพื่อนใหม่ (O_0)
  • *****
  • กระทู้: 55
  • เพศ: ชาย
  • Respect: +4
    • ดูรายละเอียด
Re: อิสลามจำกัดการไว้อาลัยไว้อย่างไรบ้าง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มี.ค. 20, 2008, 06:56 PM »
0
 salam

ในอัลฮาดิษได้ใช้คำว่า ميت ซึ่งเป็นคำนากิเราะห์ (สามานยนาม) ไม่ได้ระบุเจาะจงผู้หนึ่งผู้ใด หรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ดังนั้นคำว่า "ผู้ตาย" นั้นคลุมถึงมุสลิมและผู้ที่ไม่ใช้มุสลิมด้วย

แน่นอนการไว้อาลัยในอิสลามนั้นได้กำหนดแก่สตรีให้ทำการไว้อาลัยไม่เกิน 3 วัน 3 คืน โดยไม่ถือเป็นข้อบังคับแต่อย่างใด นอกจากสตรีที่สามีตายเท่านั้น

สำหรับรูปแบบการไว้อาลัยที่ไม่ใช่อิสลามนั้น คือการละทิ้งการตกแต่งด้วยเครื่องประดับ การสวมเสื้อสีดำเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ไม่จัดงานแต่งงานในช่วงหนึ่งเดือน ไม่ตัดผม ไม่ตัดเล็บ 40 วันหรือมากว่านั้น เพื่อแสดงถึงความโศกเศร้า เสียใจจากการจากไปของคนในครอบครัว ญาติใกล้ชิด หรือบุคคลสำคัญ


รูปแบบในการไว้อาลัยแก่ผู้ตายนั้นขึ้นอยู่กับขนบทำเนียบของแต่ละพื้นที่ แต่ละศาสนา

การไว้อาลัยที่อยู่ในขอบเขตของศาสนาอิสลามนั้น คือการสวมเสื้อที่ไม่ฉูดฉาด ไม่ใส่เครื่องประดับเพชรนิลจินดา ไม่ใส่ของหอม ไม่ทายาตา  หรือพฤติกรรมที่คล้ายกับทำนองนี้ แต่ไม่เกิน 3 วัน

พึงรู้เถิดว่า การไว้อาลัยไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับมุสลิม และไม่พบฮาดิษที่ระบุถึงการส่งเสริมให้กระทำ แต่เป็นเพียงขนบทำเนียมที่ปฏิบัติกันมาเท่านั้น  ทว่าอิสลามก็มิได้ห้ามการไว้อาลัยแต่อย่างใด นอกเสียจากไม่อนุญาตให้ไว้อาลัยเกิน 3 วันเท่านั้น

สำหรับสตรีที่สามีตายนั้น อิสลามถือว่าจำเป็นที่นางจะต้องไว้ทุกข์ (ครองอิดดะห์) 4 เดือน 10 วัน นั้นก็เพื่อให้กระจ่างถึงการไร้ซึ่งการตั้งท้องของนางก่อนที่จะแต่งงานใหม่ และเพื่อแสดงความรักต่อผู้ที่จากไป

ส่วนในประเทศไทยนั้น รัฐบาลหรือเอกชนบางรายได้กำหนดให้เจ้าพนักงานทุกคนต้องสวมเสื้อดำ เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่บุคคลสำคัญต่างๆ ซึ่งในบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยากสำหรับบางคน

แน่นอนไม่ว่าจะเป็นการงานใดก็ตามนั้นขึ้นอยู่กับเจตนาและความบริสุทธิ์ใจของตัวเราเอง การแต่งกายในชุดดำนั้นจึงไม่ถือเป็นความผิดใดๆ หากว่าเราไม่มีเจตนาเพื่อไว้ทุกข์แก่ใคร แต่เจตนาเพื่อปฏิบัติตามกฏระเบียบที่บริษัทหรือเจ้านายได้กำหนดไว้เท่านั้น

والله تعالى أعلم

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มี.ค. 20, 2008, 07:16 PM โดย mustafa »

ออฟไลน์ almadany

  • เพื่อนสนิท (._.")
  • ***
  • กระทู้: 346
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อิสลามจำกัดการไว้อาลัยไว้อย่างไรบ้าง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มี.ค. 20, 2008, 07:27 PM »
0
อัสลามุอะไลกุ้ม...

เยี่ยมครับท่านมุสตอฟา....อัลฮัมดุลิลลฮ์  mycool:

ออฟไลน์ قطوف من أزاهير النور

  • ดุนยา..มาเพื่อไป
  • ทีมงานหลังบอร์ด (-_-''')
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 1582
  • อยากเป็นเด็กดีของอัลลอฮฺ
  • Respect: +8
    • ดูรายละเอียด
    • แวะไปเม้นหน่อยน่า ^^
Re: อิสลามจำกัดการไว้อาลัยไว้อย่างไรบ้าง
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มี.ค. 20, 2008, 09:22 PM »
0
 salam


ยะซากัลลอฮฺ  อัลฮัมดุลิ้ลลาฮฺ มีประโยชน์มั่ก ๆ   loveit:

يَا بُنَيَّ إِنْ قَدَرْتَ أَنْ تُصْبِحَ وَتُمْسِيَ لَيْسَ فِي قَلْبِكَ غِشٌّ لِأَحَدٍ فَافْعَلْ
 ثُمَّ قَالَ لِي يَا بُنَيَّ وَذَلِكَ مِنْ سُنَّتِي وَمَنْ أَحْيَا سُنَّتِي فَقَدْ أَحَبَّنِي وَمَنْ أَحَبَّنِي كَانَ مَعِي فِي الْجَنَّةِ

"โอ้ลูกรัก ถ้าหากเจ้าสามารถที่จะตื่นขึ้นมาในเวลาเช้าจนถึงเวลาเย็น โดยที่เจ้าไม่คิดร้ายต่อผู้ใด เจ้าจงกระทำเถิด
หลังจากนั้นท่านได้กล่าวแก่ฉันอีกว่า โอ้ลูกรัก และนั่นแหละเป็นแนวทางของฉัน
ผู้ใดฟื้นฟูแนวทางของฉันแสดงว่าเขารักฉัน และผู้ใดรักฉัน เขาได้อยู่กับฉันในสวรรค์"
(บันทึกโดย อัตติรมีซี)

ออฟไลน์ almadany

  • เพื่อนสนิท (._.")
  • ***
  • กระทู้: 346
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อิสลามจำกัดการไว้อาลัยไว้อย่างไรบ้าง
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มี.ค. 20, 2008, 09:29 PM »
0

ส่วนในประเทศไทยนั้น รัฐบาลหรือเอกชนบางรายได้กำหนดให้เจ้าพนักงานทุกคนต้องสวมเสื้อดำ เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่บุคคลสำคัญต่างๆ ซึ่งในบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยากสำหรับบางคน

แน่นอนไม่ว่าจะเป็นการงานใดก็ตามนั้นขึ้นอยู่กับเจตนาและความบริสุทธิ์ใจของตัวเราเอง การแต่งกายในชุดดำนั้นจึงไม่ถือเป็นความผิดใดๆ หากว่าเราไม่มีเจตนาเพื่อไว้ทุกข์แก่ใคร แต่เจตนาเพื่อปฏิบัติตามกฏระเบียบที่บริษัทหรือเจ้านายได้กำหนดไว้เท่านั้น


กระจ่างและเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ...ญะซากัลลอฮ์ครับท่าน...

ออฟไลน์ ۞QolbunSaleem۞

  • เพื่อนซี้ (o_O')
  • **
  • กระทู้: 168
  • เพศ: ชาย
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อิสลามจำกัดการไว้อาลัยไว้อย่างไรบ้าง
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มี.ค. 21, 2008, 01:22 AM »
0

ส่วนในประเทศไทยนั้น รัฐบาลหรือเอกชนบางรายได้กำหนดให้เจ้าพนักงานทุกคนต้องสวมเสื้อดำ เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่บุคคลสำคัญต่างๆ ซึ่งในบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยากสำหรับบางคน

แน่นอนไม่ว่าจะเป็นการงานใดก็ตามนั้นขึ้นอยู่กับเจตนาและความบริสุทธิ์ใจของตัวเราเอง การแต่งกายในชุดดำนั้นจึงไม่ถือเป็นความผิดใดๆ หากว่าเราไม่มีเจตนาเพื่อไว้ทุกข์แก่ใคร แต่เจตนาเพื่อปฏิบัติตามกฏระเบียบที่บริษัทหรือเจ้านายได้กำหนดไว้เท่านั้น


กระจ่างและเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ...ญะซากัลลอฮ์ครับท่าน...

แต่กฏระเบียบของโลกดุนยา ก็ไม่ควรจะขัดกับหลักการศาสนานะครับ ถ้าเราไปเลียนแบบชนชาติใดแล้ว แน่นอนเราก็จะเป็นเยี่ยงชนชาตินั้น สำนวนนี้เราก็ได้ยินอยู่บ่อยๆ ผมคิดว่าถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็น่าจะหาทางหลีกเลี่ยงได้นะครับ น่าจะคุยกับเขาถึงเหตุผลที่เราทำไม่ได้ จริงอยู่ที่เจตนาเราก็ไม่อยากจะแต่ง แต่มันก็ควรจะแสดงออกด้วยเหมือนกัน ว่าหลักการของศาสนาเราเป็นยังไง ผมคิดว่าน่าจะมีทางออกนะ...

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
Re: อิสลามจำกัดการไว้อาลัยไว้อย่างไรบ้าง
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มี.ค. 21, 2008, 08:02 AM »
0
ส่วนในประเทศไทยนั้น รัฐบาลหรือเอกชนบางรายได้กำหนดให้เจ้าพนักงานทุกคนต้องสวมเสื้อดำ เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่บุคคลสำคัญต่างๆ ซึ่งในบางครั้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยากสำหรับบางคน
แน่นอนไม่ว่าจะเป็นการงานใดก็ตามนั้นขึ้นอยู่กับเจตนาและความบริสุทธิ์ใจของตัวเราเอง การแต่งกายในชุดดำนั้นจึงไม่ถือเป็นความผิดใดๆ หากว่าเราไม่มีเจตนาเพื่อไว้ทุกข์แก่ใคร แต่เจตนาเพื่อปฏิบัติตามกฏระเบียบที่บริษัทหรือเจ้านายได้กำหนดไว้เท่านั้น

คุณ *Qolbun_saleem* ครับ  สิ่งที่คุณนำเสนอความเห็นมานั้น  โดยรวมแล้วผมก็ยอมรับนะครับ  เพราะเราไม่สมควรจะไปเลียนแบบใคร  หากอยู่ในสภาวะที่สะดวกหรือสมัครใจทำหรือมีทางออกกว้างขวางแก่เรา  ก็ไม่ควรที่จะไปกระทำตามที่คุณว่ามา  แต่ถ้ากฏระเบียบที่ออกหมายกำหนดการมาจากทางการ  เช่นหากซื้อรถ  ทางการเขากำหนดว่าต้องทำประกัน  เราก็หลีกไม่พ้นต้องจ่ายค่าประกันและเซ็นสัญญาประกัน  ซึ่งเราสามารถกระทำได้เพราะอยู่ในสถาวะที่หลีกเลี่ยงยากและอยู่ในเชิงถูกบังคับโดยทางการ  แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าเราต้องไม่ไปพอใจหรือมีเจตนายินยอมในการทำประกันดังกล่าว 

สำหรับสิ่งที่น้องมุสตอฟานำเสนอมานั้น  เราจะพบว่า  น้องเขามีเงื่อนไขไว้เหมือนกันโดยมิได้พูดถึงโดยรวมแต่เอ่ยถึงเพียงกรณีของบางคนที่หากทางออกยาก  ส่วนผู้ที่มีทางออกได้ก็อัลฮัมดุลิลลาฮ์  เพราะบางทีคำว่า "น่าจะมีทางออกนั้น"  มันไม่ได้ถูกรับพิจารณาและได้รับการตอบสนองกันทุกคน  แต่หากบางคนที่ไม่ได้รับทางออก  น้องมุสตอได้นำเสนอกฏเกณฑ์ไว้ดังนี้ครับ
 
1. กรณีที่หลีกเลี่ยงยากสำหรับคนบางคน  หมายถึงภายใต้จิตสำนึกนั้น  ต้องการจะหลีกเลี่ยง

2. ต้องไม่มีเจตนาเลียนแบบ

ดังนั้น  หากหลีกเลี่ยงได้อย่างสะดวก  แล้วใส่ชุดดำโดยไม่มีเจตนา   อันนี้ต้องห้ามครับ  หรือหากหลีกเลี่ยงยาก  แล้วทำการใส่ชุดดำโดยมันเจตนาพอใจเลียนแบบรวมเข้าด้วย  ถือว่าต้องห้ามเช่นกัน

ในหนังสือ อัลเมาซูอะฮ์ อัลฟิกฮียะฮ์ เล่ม 12 หน้า 8 ที่ตีพิมพ์โดยกระทรวงสาธารณะสมบัติของ ประเทศคูเวต ได้กล่าวไว้ในหมวด อักษร “ตาอ์” หมวดคำว่า "ตัชบีฮ์" ระบุไว้ว่า

هَذَا , وَالتَّشَبُّهُ فِي غَيْرِ الْمَذْمُومِ وَفِيمَا لَمْ يُقْصَدْ بِهِ التَّشَبُّهُ لَا بَأْسَ بِهِ . قَالَ صَاحِبُ الدُّرِّ الْمُخْتَارِ : إنَّ التَّشَبُّهَ ( بِأَهْلِ الْكِتَابِ ) لَا يُكْرَهُ فِي كُلِّ شَيْءٍ , بَلْ فِي الْمَذْمُومِ وَفِيمَا يُقْصَدُ بِهِ التَّشَبُّهُ . قَالَ هِشَامٌ : رَأَيْت أَبَا يُوسُفَ لَابِسًا نَعْلَيْنِ مَخْصُوفَيْنِ بِمَسَامِيرَ فَقُلْت أَتَرَى بِهَذَا الْحَدِيدِ بَأْسًا ؟ قَالَ : لَا , قُلْت : سُفْيَانُ وَثَوْرُ بْنُ يَزِيدَ كَرِهَا ذَلِكَ لِأَنَّ فِيهِ تَشَبُّهًا بِالرُّهْبَانِ , فَقَالَ : " كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم يَلْبَسُ النِّعَالَ الَّتِي لَهَا شَعْرٌ وَإِنَّهَا مِنْ لِبَاسِ الرُّهْبَانِ

"จงเข้าใจอันนี้ว่า การเลียนแบบในสิ่งที่ไม่ถูกตำหนิและในสิ่งที่ไม่มีเป้าหมายเจตนาในการเลียนแบบนั้น ถือว่าไม่เป็นไร เจ้าของหนังสือ อัดดุรรุลมัคตาร กล่าวว่า "การเลียนแบบ(ตัชบีฮ์)กับพวกอะฮ์ลุลกิตาบนั้น ไม่ใช่จะน่ารังเกียจไปเสียทุกเรื่อง แต่ทว่า จะเป็นที่รังเกียจ ในสิ่งที่ถูกตำหนิและมีเป้าหมายเจตนาในการเลียนแบบ" ท่านอิบนุฮิชามกล่าวว่า "ฉันเห็นอบูยูซุฟใส่รองเท้าที่เย็บตอกด้วยตะปู ฉันจึงกล่าวว่า ท่านเห็นเหล็ก(ตะปู)นี้ไม่เป็นอะไรหรือ? เขาตอบว่า ไม่เป็นไรหรอก  ฉันกล่าวว่า  ท่านซุฟยาน และนูร บิน ยะซีด รังเกียจกับสิ่งดังกล่าว  เพราะว่ามันเป็นการเลียนแบบนักบวช  ดังนั้น  ท่านอบูยูซุฟกล่าวว่า "ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.)สวมรองเท้าที่มีขน(สัตว์) และมันก็เป็นสิ่งที่นักบวชใช้สวมใส่" ดู หนังสือหาชียะฮ์ อิบนุอาบิดีน เล่ม 1 หน้า 419 , อัลฟะตาวา อัลฮินดียะฮ์ เล่ม 5 หน้า 333

ดังนั้น  เราก็ทราบกันดีว่า  การสวมชุดดำนั้น  มันหมายกำหนดการที่ชั่วคราวเพราะมีเหตุการณ์หนึ่ง ๆ เกิดขึ้น  ซึ่งเราก็ทราบกันดี  จนบางคนอยู่สถาวะลำบากเนื่องจากถูกทางการกำหนดมาและเขามิได้มีเจตนาที่จะเลือนแบบโดยจริง ๆ แต่จะแตกต่างกับการเลียนแบบเรื่องการเที่ยวงานสงกรานต์  งานเลยกระทง  ซึ่งไม่มีลู่ทางใดเลยที่เราจะอ้างว่าเลี่ยงยากและไม่มีเจตนาเลียนแบบ  เพราะไม่มีใครมาบังคับให้เราไปร่วมงานสงกรานต์และเราจะบอกว่าไม่ได้่มีเจตนาเลียนแบบก็ไม่ได้  เพราะไม่มีใครมาบังคับ  ดังนั้นการเที่ยงานสงกรานต์  งานเลยกระทง  จึงเป็นสิ่งที่ไม่อนุญาตสำหรับมุสลิมอย่างเรา ๆ อย่างแน่นอนโดยไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ  ครับ

วัลลอฮุอะลัม
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

 

GoogleTagged