ผู้เขียน หัวข้อ: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี  (อ่าน 6620 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ อัล-อุม

  • เพื่อนซี้ (o_O')
  • **
  • กระทู้: 92
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« เมื่อ: ต.ค. 26, 2009, 09:26 AM »
0

salam

ผมเกริ่นหัวข้อกระทู้ว่า ฟิกฮ์ฉาบฉวย ของวาฮาบี

อยากให้พี่น้อง ช่วยๆกันนึกดูกันก่อนครับมีอะไรบ้างที่วาฮาบี หยิบ ฉวย ขโมย หลักการต่างๆของ

แต่ละทัศนะของอุลามะทั้ง4รวมทั้งทัศนะของอุลามะท่านอื่นที่ไม่ใช่เป็นอุลามะวาฮาบี    boulay:

ออฟไลน์ Goddut

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 847
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ต.ค. 26, 2009, 11:18 AM »
0
ผมคิดว่า น้องบ่าว นี้ หมกมุ่นเรื่อง วะฮะบี มากไปหรือเปล่า ในประเทศไทย เรื่องของวะฮะบี มีมานาน กว่า 50 ปี แล้ว
พวกเราไม่เคยทะเลาะกัน เฉกเช่น เรื่องที่ผมชอบเล่าให้ฟังว่า ปู่ของผมเคยมีพี่น้องวะฮะบีมาปรึกษา เฉกเช่น ญาติของผมแต่งงานกับพี่น้องชาววะฮะบี
วะฮะบี เหล่านั้นคือ วะฮะบี ที่เรียบร้อย มีความจริงใจ เราทำของเราเขาก็ไม่ว่า

ดังนั้น การที่จะเหมารวมวะฮะบี นั้นไม่ถูก วะฮะบีบางคนทำเมาลิด วะฮะบีบางคนอ่านกุนูตซุบฮฺ
แต่มีแค่เพียงบางกลุ่มที่เขาไม่ทำ จริงๆ แล้ว เขาไม่ได้ต่อต้าน แต่ลูกศิษย์ของเขานั้น ต่อต้าน
บางครั้งอาจารย์ก็ไม่ได้ฮุก่มหนักหนา แต่ลูกศิษย์นั้นทำเกินกว่าอาจารย์

คุณไปถาม อาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านจะตอบว่า การเลือกทรรศนะของเขานั้น เขาเป็นว่าทรรศนะของอีหม่ามท่านนี้เป็นสิ่งที่ดีกว่า ณ ความคิดของเขา
แต่เขาไม่เคยบอกว่า อีกแนวทางนั้นหลง อีกแนวทางผิด แต่ลูกศิษย์ของเขาต่างหากที่กล่าวอย่างนั้น ผมเองไปสอบถามมาแล้ว หลายท่านซึ่งเขายืนยันว่าแค่ความคิดที่เขาเลือกทรรศนะเหล่านี้ ตามอุลามะที่เขาชื่นชอบ หาใช่ว่าเป็นเพราะอีกทรรศนะผิด

เราจึงกล่าวได้ว่า ผู้ที่ทำให้แตกแยก ณ ตอนนี้ ไม่ใช่วะฮะบีเมืองไทย
แต่เป็น วะฮะบียะ เมืองได้ อาจารย์พูดชี้โพรงให้กระรอกมา ลูกศิษย์ก็เลยยิ่งได้ใจ
มีวะฮะบีไม่กี่กลุ่มเลยที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวเอง... วะฮะบีกลุ่มอื่นเขาก็ยังรักพี่น้องมุสลิมด้วยกันดี

ทุกวันนี้ ผมรักพี่น้องแนวทาง ฮัมบาลี ( วะฮะบี ) ในบางกอกน้อย
ทุกวันนี้ ผมรักพี่น้องแนวทาง ฮัมบาลี ( วะฮะบี ) ในบ้านเพชร
ทุกวันนี้ ผมรักพี่น้องแนวทาง ฮัมบาลี ( วะฮะบี ) ของสลาฟิยูน
ผมรักพี่น้องผมทุกคน วะฮะบีไม่ได้เลวร้าย แต่แค่บางคนที่ยึดถือแนวทางนี้เท่านั้นที่สร้างปัญหา

ส่วนเรื่องคิลาฟ นั้นเราถกกันมา 50 ปี จนมันยุติกันหมดแล้ว และมันถูกรื้อฟื้นมาช่วงนี้ เพราะใครบางคนต้องการมันนี้แหละ
เอาเรื่องเก่ามาพูดใหม่ ขายตัวเองให้มีชื่อเสียง ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต ทั้งๆ ที่ผู้รู้ท่านอื่นนั้นไม่ได้สนใจเรื่องนี้ พวกเขาขายพี่น้องให้คนอื่นนั้นชั่ว ส่วนดีเข้าตัวเอง
เรื่องอะไรเล่า เรื่องเล็กๆ ทั้งนั้น ทุกวันนี้ พี่น้องบางคนยังดื่มเหล้า บางคนยังซินา แต่พวกเขาไม่สนใจ พวกเขาสนใจจะต่อว่าพี่น้องที่ละหมาด พวกเขาสนใจจะต่อเรื่องการปฎิบัติ พวกเขาเรียงลำดับความสำคัญในการตักเตือนผิด

พวกเขาชอบที่จะตักเตือนให้พี่น้องปฎิบัติฟิก ตามแนวทางของเขา มากกว่าที่จะชอบตักเตือนพี่น้องมุสลิมที่ไม่ละหมาด ดื่มเหล้า และยังทำซินา
นอูซุบิลลามินซาลิก
วัสลาม...

ออฟไลน์ อัล-อุม

  • เพื่อนซี้ (o_O')
  • **
  • กระทู้: 92
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ต.ค. 26, 2009, 02:01 PM »
0
อ้างถึง
ผมคิดว่า น้องบ่าว นี้ หมกมุ่นเรื่อง วะฮะบี มากไปหรือเปล่า ในประเทศไทย เรื่องของวะฮะบี มีมานาน กว่า 50 ปี แล้ว

เรื่องคิดๆนั้นถือว่าไม่เป็นไร แต่เรื่องความเข้าใจนี่ซิต้อง ดูเจตนาด้วยครับ

งั้นถ้าผมจะถามบังกอดว่ากระทู้เหล่านี้ที่ตั้งขึ้น นั้นผู้ตั้งกระทู้เป็นคนหมกหมุ่นใช่หรือไม่ครับ
1เรื่องการปฏิเสธการสังกัดมัสหับของวาฮาบี

 ผมอ้างจากหนังสือ มุสลิมจำเป็นต้องมีมัสหับด้วยหรือ เขียนโดย อุลามะวาฮาบีซาอุดี้ ที่มีนามว่า อัลมะซุมี และ อ.มูฮำหมัด     เหมอนุกูล ซึ่งเป็นผูรู้ในสายวาฮาบีได้ถอดความและ แปลเป็นภาษไทยเพื่อต้องการที่จะเผยแพร่ให้คนทั่วไปให้ละทิ้งในเรื่องมัสหับต่างๆหรือนัยยะหนึ่งเพื่อจะบอกว่าคนทั่วๆไปนั้นไม่จำเป็นเลยที่ต้องตามมัสหับ

ในหนังสือเล่มดังกล่าวนั้น ผู้เขียนได้ยืนยันหลังจากสิ่งดังกล่าวว่า บรรดามัซฮับนั้น เป็นสิ่งที่บิดอะฮ์ อุตริกรรมขึ้นมา โดยเกิดขึ้นหลังจากศตวรรษที่สาม ดังนั้น บรรดามัซฮับจึงเป็นสิ่งที่ลุ่มหลงโดยไม่ต้องสงสัยเลย

- ผู้เขียนพยายามฉายภาพให้เห็นว่า มัซฮับทั้งสี่ ได้เกิดขึ้นมาเพื่อทำการแข่งขันทัดเทียมกับมัซฮับของท่านนบีมุฮัมมัด ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

-ในหนังสือเล่มนั้นได้กล่าวว่า "ผู้ใดที่นำเอาบรรดาคำกล่าวทั้งหมดจากอิมามท่านหนึ่งท่านใดจากบรรดาอิมามมัซฮับทั้งสี่ โดยไม่ยึดสิ่งที่มีอยู่ในอัลกุรอานและซุนนะฮ์ แน่นอน เขาได้ขัดกับมติของปวงปราชญ์และดำเนินตามอื่นจากแนวทางของบรรดามุสลิมีน”

-พร้อมได้อธิบายไว้ว่า ไม่จำเป็นแก่มุสลิมคนหนึ่ง เมื่อเขาได้ตามโดยสังกัดมัซฮับของอิมามท่านหนึ่ง และไม่อนุญาตแก่ผู้ที่มีความรู้แจ้งถึงหลักการของประเด็นหนึ่ง จากหนทางการบ่งชี้ของอัลกุรอานและซุนนะฮ์และความเข้าใจบรรดาจุดประสงค์ของหลักฐานต่าง ๆ ที่มีการขัดแย้งกัน ทำการมีมานะทิฐิมัซฮับอิมามของเขา

- อุลามะวาฮาบีคนดังกล่าว ได้อธิบายว่า ระหว่างการตัดลีดตามและการอิตบาอฺเจริญรอยตาม โดยถือว่าการตัดลีดนั้น เป็นสิ่งที่น่าตำหนิ และการอิตบาอ์เป็นสิ่งที่ดีและถูกสรรเสริญ ซึ่งการอิตบาอ์เจริญรอยตามในสิ่งที่เขามีความเห็นนั้น คือ ผู้เจริญรอยตามได้ถามถึงการตัดสินของอัลเลาะฮ์(ซ.บ.) และร่อซูลของพระองค์(ซ.ล.) และเขาจะไม่ถามถึงความเห็นของคนอื่นหรือมัซฮับของเขา

- ผู้แต่งหนังสือชี้แจงอีกว่า บรรดามัซฮับที่สร้างความแตกแยกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานอกจากพวกเขาไม่เจริญรอยตามหลักการนี้

บังกอดคิดว่าผมหมกหมุนหรือวาฮาบีผู้แต่งหนังสือดังกล่าวหมกหมุ่นกันแน่ละครับ
หนังสือนี้ออกวางตลาด ประมาณ  2 ปีแล้วคับ

อ้างถึง
ทุกวันนี้ ผมรักพี่น้องแนวทาง ฮัมบาลี ( วะฮะบี ) ในบางกอกน้อย
ทุกวันนี้ ผมรักพี่น้องแนวทาง ฮัมบาลี ( วะฮะบี ) ในบ้านเพชร
ทุกวันนี้ ผมรักพี่น้องแนวทาง ฮัมบาลี ( วะฮะบี ) ของสลาฟิยูน
ผมรักพี่น้องผมทุกคน วะฮะบีไม่ได้เลวร้าย แต่แค่บางคนที่ยึดถือแนวทางนี้เท่านั้นที่สร้างปัญหา

ถ้าวาฮาบีเลือกและเจาะจงตามมัสหับนึ่งมัสหับใดก็โอเคครับแต่นี้ไม่ใช่อย่างนั้นเลย

ออฟไลน์ Goddut

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 847
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ต.ค. 26, 2009, 03:02 PM »
0
หนังสือ ดังกล่าว เป็น หนังสือฉาบหน้า เรียกว่า ผักชี
ซึ่งหลายครั้งที่ หนังสือเหล่านี้ สอนให้คนใจคอคับแคบ

โดยรูปแบบการนำเสนอของมันนั้น เป็นแบบกว้างๆ ( มีที่ให้หลีก ) อันหมายถึง สามารถโต้ตอบได้ ( ไม่จนมุม )
สามารถหลีกเลี้ยงคำครหา ของสังคมได้ โดยอันที่จริงนั้น เนื้อหาในระดับคนเอาวาม และไม่เคยศึกษามาก่อน ถึงจะหลงเชื่อไปกับสิ่งเหล่านั้นที่ถูกนำเสนอ

ไม่ว่าจะอาจารย์ ผู้รู้ท่านไหน ของสายวะฮะบี หากเรามีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร พวกเขาเหล่านั้นย่อมแสดงออกถึงการประนีประนอมออกมาเสมอ
เช่น "บรรดามัซฮับนั้น เป็นสิ่งที่บิดอะฮ์ อุตริกรรมขึ้นมา โดยเกิดขึ้นหลังจากศตวรรษที่สาม ดังนั้น บรรดามัซฮับจึงเป็นสิ่งที่ลุ่มหลงโดยไม่ต้องสงสัยเลย"

เราขอตอบว่า บรรดามัซฮับนั้นเป็นสิ่งที่เป็นบิดอะ แต่บิดอะในที่นี้คือ บิดอะฮาซะนะ และหากนับโดยรวมแล้ว ก็ต้องเป็น บิดอะทางภาษาที่อยู่ใน 3 ศตวรรษ ส่วนที่ไม่อยู่ใน 3 ศตวรรษนั้น ก็เป็นมัซฮับอื่นๆ
ดังนั้น สิ่งที่อุลามะท่านนี้กล่าว จึงไม่ได้สอดคล้อง หรือหมายถึง มัซฮับทั้ง 4 แต่ประการใด
แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า ที่ฉันกล่าวนั้น หมายถึง มัซฮับที่แตกแยกออกไปจาก พวกเขา(อะหมัด มาลิกี ซาฟีอี ฮัมบาลี) หรือหมายถึง บรรดาลูกศิษย์ของพวกเขานั้นเอง

เช่น "ผู้ใดที่นำเอาบรรดาคำกล่าวทั้งหมดจากอิมามท่านหนึ่งท่านใดจากบรรดาอิมามมัซฮับทั้งสี่ โดยไม่ยึดสิ่งที่มีอยู่ในอัลกุรอานและซุนนะฮ์ แน่นอน เขาได้ขัดกับมติของปวงปราชญ์และดำเนินตามอื่นจากแนวทางของบรรดามุสลิมีน”

เราขอตอบว่า แน่นอน หากสิ่งที่ บรรดาอีหม่ามทั้งหมด ในมัซฮับนั้น มีการฟัตวาโดยไม่มีหลักฐาน และไม่ยึดเอาอัลกรุอาน หรือซุนนะแล้วล่ะก็ การตามพวกเขาเหล่านั้น ก็ย่อมถือว่าเป็น บิดอะดอลาละ อย่างแน่นอน
แต่ปรากฎว่า บรรดาท่านเหล่านั้น มิได้มีการฟัตวา ตีความเอง โดยขาดหลักฐานแต่อย่างใด เมื่อเป็นเช่นนั้น การตามอีหม่ามต่างๆ ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว
แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า ที่ฉันกล่าวนั้น หมายถึง มัซฮับของบรรดาอีหม่ามแต่ละท่านนั้น พวกท่านนั้นทำดีที่สุดแล้ว แต่เดพราะด้วยความเป็นมนุษย์ พวกท่านจึงอาจจะมีผิดพลาดบ้าง ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
เราจึงตอบไปว่า งั้นท่านผู้ที่เป็น ผู้กล่าวว่า หลักฐานบางอย่างที่อีหม่ามนำมานั้นผิดพลาด ท่านเองก็อาจจะผิดพลาดเช่นกัน เพราะท่านนั้นก็เป็นมนุษย์ แล้วท่านก็มิได้อยู่ใน 3 ศตวรรษ แบบบรรดาอีหม่ามอีกด้วย

ส่วน ผู้เขียนพยายามฉายภาพให้เห็นว่า มัซฮับทั้งสี่ ได้เกิดขึ้นมาเพื่อทำการแข่งขันทัดเทียมกับมัซฮับของท่านนบีมุฮัมมัด ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
เป็นความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้มาจากคำกล่าวในหนังสือ อันนี้ตกไปครับ

ส่วน คำว่า บิดอะ ในสายมัซฮับของเรา ก็หมายถึง ถ้าเป็นบิดอะดอลาละ ( อุตริกรรมลุ่มหลง ) ก็เป็นเพียงสิ่งที่ถูกปฏิเสธ เป็นโมฆะ เหมือนทำฟรี
ดังนั้น การที่เขาจะต่อว่า เราว่า บิดอะ ก็ไม่ได้ทำให้พวกเรา ( มัซฮับต่างๆ ) นั้นเจ็บปวดแต่อย่างใด มันถึงเข้าตัวพวกเขาเอง อย่างที่พวกเขาชอบจะด่าทาพี่น้องของเขาเท่านั้น
ตามที่ได้กล่าวว่า .. "หากสิ่งใดที่เราใส่ร้ายแก่เขา (ไม่เป็นความจริง) มันก็จะกลับมาสู่ตัวของเขาเอง"
เราเพียงอยู่เฉยๆ เท่านั้น พวกเขาก็โดนของเขาเองแล้ว ที่เราจะช่วยเหลือก็คือดุอาให้พวกเขาก็แล้วกัน

และในหนังสือนั้น การพูดในลักษณะนี้ สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนรู้ ก็จะหลงเชื่อ และออกมาประนาม ตามที่ได้อ่านหนังสืออย่างคร่าวๆ แต่ไม่รู้จริง
สรุป หนังสือเล่มนั้น จึงเป็นเรื่องที่นำมาหลอกบุคคลที่ไม่มีความรู้ ไม่รู้เรื่อง ที่จะหลงไปกับคำสวยหรูเท่านั้น แต่เนื้อหาด้านในนั้น จะไม่ถูกทำให้พวกเขาเสียชื่อ หรือหลักการของพวกเขาแต่อย่างใด
แต่มันจะเข้าตัวพวกที่อ่านแล้ว ทำความเข้าใจไม่ถ่องแท้ ผิดๆ ถูกๆ รู้ครึ่งไม่รู้ครึ่ง และเข้าตัวพวกเขาเอง ( แต่ไม่เข้าคนเขียน )

หนังสือ ที่วางตลาดเมื่อ 2 ปี ก่อน กับ หนังสือของบรรดาอีหม่าม ที่มีชีวิตอยู่ใน ยุคที่ท่านนบีรับรองนั้น ระดับก็แตกต่างกันอยู่แล้ว

ดังนั้นกับคำถาม ของน้องบ่าว ถามว่า สายวะฮะบี ที่แต่งหนังสือ หมกมุ่น หรือไม่ คำตอบคือ ใช่แน่นอน
แต่เขาหมกมุ่น เพราะนั้นเป็นแนวทางของพวกเขา ที่พยายามจะนำเสนอแนวทางของตัวเอง
ส่วนที่บังกล่าวกับ น้องบ่าว เพราะ การหมกมุ่นเรื่องคิลาฟิยะ ( ในบางเรื่อง ) และเรื่องวะฮะบีเหล่านี้ ไม่ใช่แนวทางของเรา
แนวทางของเรา ซุนนะวัลยะมาอะ นั้น ไม่โจมตีผู้อื่น เขาจะโจมตีเราก็เรื่องของเขา เราแค่มีหน้าที่ชี้แจงเท่านั้นพอ

ผมเคยกล่าวแล้วว่า
"ไม่ใช่บรรดาปู่ย่าตายายเราทำแบบลุ่มหลง แต่เพียงพวกท่านนั้นตอบไม่ได้เท่านั้น ดังนั้นพวกเรานี้แหละจะเป็นผู้ตอบคำถามเหล่านั้นเอง..."

ส่วนการที่วะฮะบี จะเลือกตามมัซฮับ นั้น ผมเห็นด้วย
แต่การที่น้องบ่าวกล่าวว่า วะฮะบี ต้องเลือกเพียงมัซฮับใด มัซฮับหนึ่ง ผมไม่เห็นด้วย
แน่นอนว่า วะฮะบีนั้น บางคนไม่ตามซักมัซฮับ หมายถึง เลือกฟัตวาที่ไม่มีในบรรดามัซฮับทั้ง 4 เลย เช่น การกล่าวว่า การละหมาดตอรอเวียะ 8 ร๊อกอัตนั้นประเสริฐกว่า 20 ร๊อกอัต เป็นต้น
แต่ว่าเรื่องการเปลี่ยนตาม (เฉพาะในมัซฮับ) นั้น ทุกวันนี้ เราก็ไม่ได้ตามมัซฮับของเรา 100% อยู่แล้ว

ผมเองยังคิดว่า หากภรรยาผมมี ก็ไม่ต้องปิดหน้า ( ทั้งๆ ที่ ซาฟีอี ถือว่าเป็นวายิบ เพราะผมคิดว่ามันเป็นแค่ อาดะ ด้วยซ้ำไป )
ผมเองยังคิดว่า การไว้เครานั้น เป็นซุนนะ ( ทั้งๆ ที่ซาฟีอี ถือว่าเป็น วายิบ )
แต่ผมยังอ่านบัสมะละเสียงดัง
แต่ผมยังกุนูตเวลาซุบฮฺ

ผมเองก็ไม่ได้ตาม ซาฟีอี 100%
แล้วผมจะถามว่า ใครบ้าง ตามเฉพาะ มัซฮับตัวเองครบ 100%
หากเป็นเช่นนั้น แน่นอนว่า บางอย่าง คุณละเลย แน่นอน ฟันธง

แนวทางของเรา คืออิสลาม คือสันติ ไม่ว่าใคร ไม่ตะกับโบร ไม่อวดเก่ง เรามั่นใจทำของเรายะเกนของเรา เชื่อมั่นของเรา เราก็จะได้เข้าสวรรค์แน่นอน
อินชาอัลลอฮฺ
วัสลาม...

ออฟไลน์ อัล-อุม

  • เพื่อนซี้ (o_O')
  • **
  • กระทู้: 92
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ต.ค. 26, 2009, 04:01 PM »
0
อ้างถึง
ไม่ว่าจะอาจารย์ ผู้รู้ท่านไหน ของสายวะฮะบี หากเรามีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร พวกเขาเหล่านั้นย่อมแสดงออกถึงการประนีประนอมออกมาเสมอ
เช่น "บรรดามัซฮับนั้น เป็นสิ่งที่บิดอะฮ์ อุตริกรรมขึ้นมา โดยเกิดขึ้นหลังจากศตวรรษที่สาม ดังนั้น บรรดามัซฮับจึงเป็นสิ่งที่ลุ่มหลงโดยไม่ต้องสงสัยเลย"

เราขอตอบว่า บรรดามัซฮับนั้นเป็นสิ่งที่เป็นบิดอะ แต่บิดอะในที่นี้คือ บิดอะฮาซะนะ และหากนับโดยรวมแล้ว ก็ต้องเป็น บิดอะทางภาษาที่อยู่ใน 3 ศตวรรษ ส่วนที่ไม่อยู่ใน 3 ศตวรรษนั้น ก็เป็นมัซฮับอื่นๆ
ดังนั้น สิ่งที่อุลามะท่านนี้กล่าว จึงไม่ได้สอดคล้อง หรือหมายถึง มัซฮับทั้ง 4 แต่ประการใด
แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า ที่ฉันกล่าวนั้น หมายถึง มัซฮับที่แตกแยกออกไปจาก พวกเขา(อะหมัด มาลิกี ซาฟีอี ฮัมบาลี) หรือหมายถึง บรรดาลูกศิษย์ของพวกเขานั้นเอง

สิ่งที่บังกอดดัรอธิบายมานั้นมันก็แค่กระปีกหนึ่ง เท่านั้นบนความเข้าใจของพวกเขา  และบังกอดดัรกล้ายืนยันไม่ละครับว่า วาฮาบีที่บังกอดดัรจะเข้าใจว่า เขาเป็นเช่นที่บังเช่นเดียวนั้นจะเป็นจริง

ผมว่ามันห่างไกลความจริง ตราบใดที่ยังคงมีอจ.วาฮาบีบางกลุ่มขึ้นเวทีแล้วปลุกระดมให้ต่อต้านบิดอะทุกชนิดและวาฮาบีกล่มดังกล่าวไม่เคยแยกแยะเลยว่าบิดอะจะมี ทั้งดีและเลว พวกถือว่าบิดอะทุกชนิดเลวหมด
ไม่เชื่อ บังกอดัรลองถามพี่น้องวาฮาบีบางคนที่วนเวียนเข้ามากวนในเวปนี้บ้างซิคับ หรือไม่ก็เข้าไปดูความคืบหน้าในเวปของพวกเขาดูว่า จริงรึที่วาฮาบีตัวจริงจะแยกแยะคำว่าบิดอะมี2ชนิดตามสลัฟ และ5ชนิด ตามอุลามะมัสหับชาฟีอี
ผมไม่ตำหนิ ที่บังกอดัรจะเอาบรรทัดฐานความเป็นเพื่อนกับพี่น้องวาฮาบีของบังมา เทียบเคียงกับวาฮาบีกลุ่มที่เขา ขยะแขยงกันมีมัสหับ และไม่ยอมรับผู้ที่ทำการตักลีดมัสหับและรณรงทั้งสื่อสิ่งพิมสื่อวิทยุ สื่อ ทีวี และบนเวทีปราศรัย
ผมถามว่า เรื่องคีลาฟที่เมื่อ50ปีที่แล้วที่บังกอดว่านั้น  เขาสงบแล้วหรือ

ก็ในเมื่อไม่ว่าทั้งมาเลย์ อินเดีย  อินโด สิงโบร์ อาหรับ  ฯลฯวาฮาบีไม่เคยรามือที่จะเข้าใจในเรื่องการมีมัสหับ  หนำซ้ำยัง  รายการทีวีบางช่องว่า ให้เลิกตามมัสหับของอีม่ามท่านนั้นท่านนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ท่านนบีไม่เคยใช้ให้ตามมัสหับ

ฉนั้นบังกอดัร ก็ต้องมองมุมอื่นของวาฮาบีควบคู่กันไปด้วย  พวกเขาปฏิเสธการมีมัสหับแต่สนับสนุนให้เอาทุกอย่างที่มันสอดคล้องกับทัศนะของตนเองโดยที่ไม่คำนึงว่า ฮุกมที่มาแต่ละมัสหับนั้นมันมาได้อย่างไร
เช่น พวกเขากล่าวว่าเมื่อเจอฮาดิสซอหิก็ให้ละทิ้งมัสหับแล้วยึดเอสฮาดิสซอหินั้นแทน โดยอ้างว่านี่คือคำพูดของอีมามชาฟีอหรือทั้ง4มัสหับ

บางครั้งถามว่าคนเอาวามรุหรือหรือไม่ว่าฮาดิสที่ว่าซอหินั้นเป็นฮาดิสประเภทใด ยกเลิกหรือซาซ(แหวกแนวอย่างไร) 

ฉนั้น การที่วาฮาบี เลือกเฉพาะทัศนะที่ตนชอบแล้วละทิ้งสิ่งที่ตนไม่กินกับปัญญานั้นมันสมควรหรือ

มีคนๆหนึ่ง ตามอีม่ามฮานาฟีในเรื่องของการอยู่ร่วมกันกับภรรยาระหว่างมีน้ำละหมาดแต่พวกเขาหยอกล้อกันจนถึงขั้นมีอารมณ์เพียงแต่พวกเขายังไม่ได้ร่วมสังวาสกัน ฉนั้นในเรื่องดังกล่าวถ้ามันเกิดกับคนเอาวามบ้านๆละ เขาจะเข้าใจหรือไม่ ก็ในเมื่อเขารู้มาว่าไม่เสียน้ำละหมาดนอกจากการมีเพศสัมพันธ์เท่านนั้น

กรณีที่สอง เขาคนนั้นพึงพอใจในเรื่องที่การกระทบกันระหว่างสามีภรรยาไม่เสียน้ำละหมาด ในมัสหับฮานาฟีแต่พอเรื่องกรุบ่านซึ่งเป็นวายิบต้องทำต่อมา เขาก็เลี่ยงตามทัศนะของอีม่ามชาฟีอีเพราะถือว่าเป็นแค่สุนัตทำก็ได้ไม่ทำก็ได้


 hihi:แล้วอย่างนี้ เราจะแนะนำให้คนเอาวามอย่างไร เอาฟิกฮ์แบบฉาบฉวยอย่างวาฮาบีกระนั้นหรือ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ต.ค. 26, 2009, 04:04 PM โดย อัล-อุม »

ออฟไลน์ อัล-อุม

  • เพื่อนซี้ (o_O')
  • **
  • กระทู้: 92
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ต.ค. 26, 2009, 04:21 PM »
0
ผมกอ็บคำอธิบายของบังอัลอัชฮารีที่เป็นมุมมองของนักวิชาการมาให้บังได้ตระหนัก

ว่า ทำไมผู้รู้เหล่านั้นจึงวงาเงื่อนไขในการตามมัสหับเหล่านั้น  จากกระทู้ที่ชื่อว่า การสังกัดมัสหับและความสำคัญ  ซึ่งวาฮาบีถือว่าไร้สาระที่จะตามัสหับ

การตามมัซฮับอื่นจากมัซฮับทั้งสี่


สิทธิส่วนบุคคลของมุสลิมในการตามมัซฮับหนึ่งที่ไม่ใช่มัซฮับทั้งสี่นั้น  ต้องมีเงื่อนไขดังนี้

1. มัซฮับที่เขาต้องการตักลีดตาม  ต้องเป็นมัซฮับที่อนุญาตให้ตามได้  ดังนั้น  ถือว่าใช้ไม่ได้ในการตักลีดตามมัซฮับชีอะฮ์หรือมัซฮับอิบาฏีย์เป็นต้น

2. เขาจะต้องรู้มัซฮับของอิมามที่เขาจะตาม  เช่นต้องการจะตามมัซฮับของซอฮาบะฮ์  ตาบิอีน  หรือต้องการตามมัซฮับของอิมามอะห์ลิสซุนนะฮ์แห่งเมืองชาม  เช่น  ท่านอิมามอัลเอาซฺะอีย์  ท่านอิมามอัษเษารีย์  ท่านอิมามอบูษูร  ท่านอิมามซุฟยาน บิน อุยัยนะฮ์  และอิมามท่านอื่นๆ

3. มัซฮับที่เขาต้องการตัดลีกตามนั้น  ต้องมีการกระบวนการถ่ายทอดจากสายรายงานของผู้มีคุณธรรมและความจำดี

4. เขาต้องรู้รายละเอียดประเด็นปัญหาหนึ่งๆ  หรือประเด็นปัญหาต่างๆ  ที่เขาทำการตักลีดตาม  และต้องทราบสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนั้นๆ  ที่อยู่ในมัซฮับของอิมามที่เขาจะตาม

5. หากเขาต้องการตักลีดตามอิมามมากกว่าหนึ่งคน  ก็ต้องมีเงื่อนไขว่า  เขาต้องไม่ทำการตัลฟีก(คละปนมัซฮับ) กับประเด็นหนึ่งๆ  ที่ไม่เคยมีมาก่อน  ตัวอย่างเช่น  เขาต้องการตักลีดตามอิมามมาลิก(ร.ฮ.) ในฮุกุ่มที่สุนัขไม่เป็นนะยิส  และเขาก็ต้องการตักลีดตามอิมามชาฟิอีย์(ร.ฮ.)ในฮุกุ่มที่ถือว่าใช้ได้ในการ เช็ดบางส่วนของศีรษะในการอาบน้ำละหมาด  ดังนั้น  ในการตักลีดตามในรูปแบบดังกล่าวนี้  เป็นสิ่งที่ต้องห้ามโดยความเห็นพร้องกันและบางทัศนะบอกว่ามันเป็นมติของปวง ปราชญ์  เนื่องจากว่า  หากเขาได้ทำการละหมาดตามสภาพดังกล่าวนี้  แน่นอนว่า  อิมามทั้งสองจะต้องตัดสินว่า  การละหมาดของเขานั้นเป็นโมฆะ  กล่าวคือ  อิมามมาลิกตัดสินว่าการละหมาดของเขาใช้ไม่ได้เพราะเขาเช็ดศีรษะเพียงเส้นผม สองหรือสามเส้นเท่านั้นโดยที่ไม่เช็ดให้ทั่วศรีษะ  ส่วนอิมามชาฟิอีย์จะตัดสินว่า  การละหมาดของเขานั้นใช้ไม่ได้เพราะเสื้อผ้าและร่างกายของเขาไปสัมผัสกับนะ ญิสสุนัข

ดังนั้น  เมื่อบรรดากฎเกณฑ์ต่างๆ  ทั้งห้าข้อมีอยู่ครบสมบูรณ์  แน่นอน อิบาดะฮ์ของคนมุก๊อลลิดและการทำธุรกิจค้าขายของเขานั้น  ย่อม   มีความถูกต้องและใช้ได้  แต่หากว่ากฏเกณฑ์เหล่านั้นบกพร่องหรือมีบางส่วนบกพร่องลงไป  แน่นอนว่า  อิบาดะฮ์ของเขาย่อมใช้ไม่ได้และจำเป็นต้องชดใช้อย่างเร่งด่วน

และถ้าหากเขาปรารถนาจะตักลีดตามมัซฮับของอิมามท่านหนึ่งที่ไม่ใช่มัซฮับอิมา มทั้งสี่  โดยมีเงื่อนไขที่กล่าวมาแล้วข้างต้นครบถ้วน  จึงไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขต่อไปนี้

1. ไม่ต้องมีเงื่อนไขว่า  คำกล่าวของอิมามที่เขาตักลีดตามนั้น  ต้องสอดคล้องกับมัซฮับใดมัซฮับหนึ่งจากมัซฮับทั้งสี่

2. ไม่ต้องมีเงื่อนไขว่า  มัซฮับของอิมามดังกล่าวต้องถูกกล่าวถ่ายทอดอย่างสืบเนื่อง(มุตะวาติร)  แต่เพียงแค่ถูกถ่ายทอดโดยบรรดาผู้มีคุณธรรม  ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

3. ไม่ต้องมีเงื่อนไขว่า  มัซฮับของอิมามนั้น  ต้องถูกบันทึกหลักการไว้ในตำราต่างๆ  เป็นการเฉพาะ(ที่เป็นเอกเทศน์)  แต่เพียงนำเอาคำพูดมาจากตำราที่น่าเชื่อถือได้  ก็ถือว่าเพียงพอ

ทุกๆ  ประเด็นเหล่านี้  บรรดานักปราชญ์ได้กล่าวบ่งบอกไว้ในบรรดาหนักสือมูลฐานนิติศาสตร์อิสลาม(อุซู ลุลฟิกห์)  และท่านอิบนุหะญัร  อัลฮัยติมีย์(ร.ฮ.) ได้รวบรวมสิ่งดังกล่าวไว้อย่างดีในหนังสืออัลฟะตาวา อัลฟิกฮียะฮ์ อัลก๊อบรอ  เล่ม 4 หน้า 326   


เงื่อนไขข้างบน ผมถามบังกอดัรว่า กล่มวาฮาบีเคยปฏิบัตอยู่ในกรอบหรือไม่แล้วถ้าไม่ ถือว่าการดำเนินชิวิตในเรื่องการฉาบฉวยฮุกมของแต่ละทัศนะสมควรหรือไม่ โดยเฉพะคนเอาวามนั้น ถือว่า อันตรายมากถ้าหากตราบใดที่วาฮาบียังรณรงเชิญชวนว่าให้ละทิ้งมัสหับ

ผมว่าบังกอดัรต้องพิจราณาให้รอบคอบนะครับในฐานนะผู้รู้คนหนึ่ง การที่บังมีเพื่อนวาฮาบีนั้นผมไม่ได้ตำหนิ แต่ผมตำหนิที่วาฮาบีนั้นจะไม่ยอมรับในการมีมัสหับของบรรดาคนเอาวามและคนทั่วไป

ดังนั้น ผมเองไม่อยากให้บังกอดัรเอามาตรฐานความเป็นเพื่อนมาตัดสินในเรื่องนี้ แต่ผมอยากให้บังกอดัรตระหนักให้มากๆว่า

ภายภาคหน้าถ้าหากว่าลูกๆหลานเหลนญาตของบังกอดัรละทิ้งมัสหับโดยไม่ใส่ใจในสิ่งเหล่านี้ บังลองคิดดูซิครับว่ามันจะวุ่ยวายขนาดไหน

เช่นการหย่าร้างของครอบครัว สามีเป็นชาฟีอี ภรรยาเป็นวาฮาบี ผมถามบังว่าในเมื่อไม่ยึดเอามัสหับหนึ่งมัสหับใดเป็นที่ตั้งแล้ว  มันจะวุ่นวายไหมครับในกัมปงหรือหมู่บ้านนั้น  มองแค่นี้ก่อนนะคับอย่ามองไกลๆตัว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ต.ค. 26, 2009, 04:24 PM โดย อัล-อุม »

ออฟไลน์ ILHAM

  • เพื่อนตาย T_T
  • *****
  • กระทู้: 11348
  • เพศ: ชาย
  • Sherlock Holmes
  • Respect: +273
    • ดูรายละเอียด
    • ILHAM
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ต.ค. 26, 2009, 04:24 PM »
0
แล้วไปแต่งทำไมกับวัฮฮาบี ซาฟีอีสวยๆเยอะแยะ 555
إن شاءالله ติด ENT'?everybody

Sherlock Holmes said "How often have I said to you that when you have eliminated the impossible, whatever remains, however improbable, must be the truth?"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ Goddut

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 847
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ต.ค. 26, 2009, 06:06 PM »
0
น้องบ่าว บ้านอยู่ ไหน ตอนนี้พัก กทม หรือเปล่า
อ่านมาแล้ว น้องบ่าวไม่เข้าใจสังคม บังไม่เข้าใจว่า น้องบ่าว ยกบทของ บังฟีน มาทำไม
เพราะในเมื่อ เราเข้าใจเหมือนกัน แต่ดูเหมือนน้องไม่เข้าใจที่บังจะสื่อ

วะฮะบี เมื่อ 50 ปี นั้น สมัยนี้ ปัจจุบัน ไม่มีความคิดเช่นน้องบ่าวกล่าว
พวกเขาพร้อมจะทำตามพี่น้องสายมัซฮับ

ยกตัวอย่าง อาจารย์ซาฟีอี นภากรณ์ ( ผู้ที่นำละหมาดวันศุกร์ศูนย์กลางอิสลาม )
เขาเป็น วะฮะบี สายที่เริ่มเข้าในสังคมมุสลิมแล้ว เขาพูดว่า "เรานั้นจะทำตามมัซฮับใดก็ได้ แต่ขอให้อยู่ในแนวทางมัซฮับเหล่านี้ ( 4 มัซฮับ )"
โดยหมายความว่าการตามอีหม่ามเหล่านั้นไม่หลง แต่เขาทิ้งท้ายว่า "แต่ตัวของผมนั้นเลือกทำตามทรรศนะนี้ แบบนี้ (ตามทรรศนะหนึ่งในมัซฮับ)"
และแน่นอนว่า พี่น้องวะฮะบีหลายๆ ท่านนั้น เลือกตามมัซฮับ และ ตาม  ฮัมบาลี เป็นส่วนใหญ่

การที่น้องบ่าวกล่าวว่า วะฮะบี ไม่ตามมัซฮับ และจะเอาเฉพาะที่ตัวเองอยากจะเอานั้น ไม่ใช่ วะฮะบี แต่เป็น สายวะฮะบียะ
คำเหล่านี้ เราไม่ได้เกินออกไปจากประเทศไทยเรา สังคมวะฮะบีของไทยเรานั้น อยู่กันอย่างสงบสุข มากกว่า 50 ปีแล้ว
หากคุณไปถามพวกเขา วะฮะบีแท้ๆ จบจากมะดีนะ หรือ มักกะ หรือ ซาอุ เขาจะตอบว่า "พวกเรานั้นเป็นฮัมบาลี"
( เพิ่งมามีปัญหา ตอนอาจารย์บางท่าน กลับมาประเทศไทย แล้วไม่รู้จะทำอะไรให้ตัวเองมีชื่อเสียง วัลอิยาซุบิลลา )

พี่น้องเอ๋ย ทั้งน้องบ่าว ต้องรู้ว่า วะฮะบี ที่น้องกล่าวถึงนั้น ไม่ใช่วะฮะบีแท้ๆ ไม่ใช่คนเรียนจากมาดีนะ ไม่ใช่คนเรียนจากมักกะ
อาจารย์พวกเขาไม่เคยเรียนมาดีนะ พวกเขานั้นเรียนที่อื่น เรียนจากกลายๆ ของวะฮะบี พวกเขาไม่ใช่ ขนาดอะกีดะ พวกเขายังไม่ใช่แบบวะฮะบี พวกเขาไม่ใช่อย่างนั้น
และผมขอกล่าวตรงนี้ว่า วะฮะบี นั้นไม่ได้ทอดทิ้งมัซฮับ

แต่ผู้ทอดทิ้งมัซฮับ และใส่ไคล้ ต่อบรรดาอีหม่าม ผู้เป็นผู้นำ เช่น ฟัตวามั่ว ฟัตวาขัดต่อหลักซุนนะ มีความรู้ไม่ถึง
บุคคลเหล่านี้ คือ วะฮะบียะ !
วัลลอฮฺอะลัม

เราจะมีเวลากันเยอะกว่านี้ ถ้าน้องบ่าว ให้โอกาสในการเจอกับผม
อินชาอัลลอฮฺ
วัสลาม....

ออฟไลน์ ILHAM

  • เพื่อนตาย T_T
  • *****
  • กระทู้: 11348
  • เพศ: ชาย
  • Sherlock Holmes
  • Respect: +273
    • ดูรายละเอียด
    • ILHAM
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ต.ค. 26, 2009, 07:14 PM »
0
ผมอยากเจอนิ ไม่ได้เจอสักทีนิ หลายงานแล้วนิ เลือกมาสักงานนิบัง
إن شاءالله ติด ENT'?everybody

Sherlock Holmes said "How often have I said to you that when you have eliminated the impossible, whatever remains, however improbable, must be the truth?"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ คนอยากรู้

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 621
  • Respect: +1
    • ดูรายละเอียด
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ต.ค. 26, 2009, 07:26 PM »
0
 salam

นัดเจอกันเพื่อสร้างความเข้าใจเป็นสิ่งที่ดี  ครับ

ปัญหาของน้องอัลอุม คล้ายๆกับสังคมบ้านบังเลย

ทัศนะใหม่(กลุ่มวาฮาบี)ไม่เคยปรับความเข้าใจกับทัศนะเก่าเลย 

เอะอะอะไรก็ทำบิดอะดอลาละ  ผมละส่ายหน้าครับไม่เคยคุยกันได้เรื่องได้ราวดีๆสักที

ผมว่าพี่น้องของเราคงไม่มีอคติในการตักเตือนและไม่มีอคติในการนำเสนอนะครับ

ค่อยๆคุยกันนะครับจะรอดูอย่างเงียบๆ yippy:

ออฟไลน์ อัล-อุม

  • เพื่อนซี้ (o_O')
  • **
  • กระทู้: 92
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ต.ค. 27, 2009, 07:10 AM »
0
อ้างถึง
วะฮะบี เมื่อ 50 ปี นั้น สมัยนี้ ปัจจุบัน ไม่มีความคิดเช่นน้องบ่าวกล่าว
พวกเขาพร้อมจะทำตามพี่น้องสายมัซฮับ

ยกตัวอย่าง อาจารย์ซาฟีอี นภากรณ์ ( ผู้ที่นำละหมาดวันศุกร์ศูนย์กลางอิสลาม )
เขาเป็น วะฮะบี สายที่เริ่มเข้าในสังคมมุสลิมแล้ว เขาพูดว่า "เรานั้นจะทำตามมัซฮับใดก็ได้ แต่ขอให้อยู่ในแนวทางมัซฮับเหล่านี้ ( 4 มัซฮับ )"
โดยหมายความว่าการตามอีหม่ามเหล่านั้นไม่หลง แต่เขาทิ้งท้ายว่า "แต่ตัวของผมนั้นเลือกทำตามทรรศนะนี้ แบบนี้ (ตามทรรศนะหนึ่งในมัซฮับ)"
และแน่นอนว่า พี่น้องวะฮะบีหลายๆ ท่านนั้น เลือกตามมัซฮับ และ ตาม  ฮัมบาลี เป็นส่วนใหญ่

บังกอดัรครับจริงๆผมไม่จำเป็นที่ต้องคุยกับบังในเรื่องนี้ เพราะบังก็รู้ดีว่า วาฮาบีบางกลุ่ม

นั้นกล่าวหาว่า มีทัศนคติต่อมัสหับอย่างไร  ผมถือว่า บังกอดัรเองก็รู้  แต่การที่บังมองว่า วาฮาบีบางกลุมนิสัยดี ผมก็ไม่ได้โต้แย้ง  ในเรื่องนี้ ผมเพียงบอกว่า

 loveit:กลุ่มวาฮาบีนั้นเขานั้นไม่ยึดติดอยู่แค่มัสหับเดียว เพราะใครๆที่รู้ว่าเขาไม่มีเจ้าของมัสหับ แม้กระทั่งอินุวาฮาบบางครั้งก็เอาฟิกฮ์ของ อีม่าม ฮัมบาลีมาใช้ แต่ไม่เสมอไป อ่านดูประวัติท่านได้   และที่บังเข้าใจว่าพวกเขาตามมัสหับฟิกฮ์ อีม่ามฮัมบาลีอย่างเดียวนั้น  บังคงเข้าใจผิด เพราะถ้าบังได้อ่านหนังสือเล่มดังกล่าวอย่างรอบคอบและศึกษาการดำเนินชีวิตของเขาอย่างแท้จริง หรือเข้าไปดูยังเวปไซด์ ของพวกเขาเกี่ยวกับอ้างอิงหลักฐานมาเผยแพร่ในแนวทางของเขานั้นบังจะรู้ซึ้งดี  ผมบอกแล้วว่าผมไม่มีอคติใดๆ อย่างที่บังเข้าใจเลย  เพราะแม้ในเวปแห่งนี้ ก็มีการนำเสนอ แนวทางของวาฮาบีปฏิบัติ ไม่ว่า ด้านฟิกฮ์ ด้านอากีดะ ด้านตะเซาวุฟ และยังบอกถึงตัวตนที่แท้จริงให้พวกเขาบางกลุ่มให้เราได้ทราบอะไรต่อมือะไรมากมายเลย    yippy:


การที่ผมนำข้อมูลบางอย่างเรื่องเงื่อนไขการสังกัด มัสหับนั้น ของบังอัลฯมาบอกบังนั้นเพราะต้องการให้บังรู้ว่า วาฮาบีบางกลุมนั้น ไม่ได้เป็นแบบนั้นจริงๆ 

 พวกเขาผสมผสานหลากหลายทัศนะ แล้วทำการฮุกมทัศนะที่ตนเองไม่ตามว่า ฮาดิสนั้นดออีฟบ้าง เมาเดาะบ้าง มากมายซึ่งในเรื่องนี้ นั้น ถือว่า ไม่ถูกต้องในการตามมัสหับ

และถ้าบังมองในด้านต่างๆของวาฮาบีที่ผมเจาะจงกล่าวถึงนั้นบังจะพบว่าพวกเขามีความหลากหลายมากในเรื่องนี้ มากยิ่งนัก

บังก็จะพบว่า นี้แหละถ้อยคำของผมเป็นจริง พวกเขา ว่าห้ามที่จะยึดติดกับมัสหับหนึ่งมัสหับใดและห้ามที่จะที่จะตักลีดอย่างชัดเจน   บางครั้งพวกเขาก็เอาฟิกฮ์ของอีม่ามฮานาฟี บ้าง ของอ.มาลิกบ้าง ของชาฟีอีบ้าง ของ ฮัมบาลีบ้างของ  ของ อ.อัฏชติบี ของอ. อิบนุอัชมิน ของอ.อัชเษารี ดาวุดซอฮีรี ของ อิบนุตัยมียะ ของอิบนุกอยยิม  ของอิบนุวาฮาบฯลฯ ที่กล่าวมานั้นเขาจะเลือกที่มันสอดคล้องกับแนวทางของตน

 ฉนั้น นี้คือความจริงของสังคมวาฮาบีบางกลุ่ม บนความแตกต่างในบ้านเรา

ขอทำความเข้าใจกับคำว่า วาฮาบีย์กับบังอีกครั้ง

วะฮาบีย์ชอบเรียกแนวทางอื่นอย่างเสียหายไม่เห็นมีใครมาเรียกร้องความชอบ ธรรม  เนื่องจากพวกเขาไม่ให้ความสนใจ  แต่เหตุใดพอเรียกว่า วะฮาบีย์  จึงเกิดความไม่พอใจ  ทั้งที่เป็นการเรียกที่ไม่ได้เป็นการตำหนิหรือผิดหลักการอะไร

 

ท่านชัยค์ หะซัน ฟัรฮาน อัลมาลิกีย์ กล่าวต่อว่า

 

เกี่ยวกับการใช้ศัทพ์คำว่า วะฮาบียะฮ์

 

ประการที่หนึ่ง  คือต่อไปผู้อ่านจะพบระหว่างการค้นคว้าวิเคราะห์ว่า  บางครั้งฉันจะใช้คำ ว่า "วะฮาบียะฮ์"  ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องของการน่าตำหนิอย่างที่ฝ่ายคัดค้านได้เรียกขึ้นมา  หรือว่าทำให้ "วะฮาบียะฮ์" เป็นมัซฮับใหม่  แต่ทว่ามันเป็นเรื่องการเรียกศัพท์ทางเทคนิคหรือฉายาที่บรรดามุสลิมิมีนส่วน มากทำการเรียกที่มีต่อ  กระแส  กระบวนการ  แนวคิด  การเรียกร้อง  ที่มีประวัติศาสตร์  มีลักษณะพิเศษ  มีตำรา และอุลามาอ์เฉพาะของพวกตน

 

ประการที่สอง  พวกวะฮาบีย์บางส่วนได้พึงพอใจกับฉายานี้  และพวกเขานำฉายาดังกล่าวมาเรียกแทนตัวพวกเขาเอง  ดังนั้น  คำว่า "วะฮาบีย์" จึงไม่ใช่เป็นลักษณะของการตำหนิและการสรรเสริญ  และไม่ใช่เป็นการตำหนิ  จนกระทั่งหากยอมรับในหลักการวะฮาบีย์  จะกลายเป็นมัซฮับหนึ่งขึ้นมา  เพราะฉะนั้น  มัซฮับที่ยึดอยู่บนหลักฐานที่ถูกต้องนั้น  นามชื่อของมัซฮับที่เกิดขึ้นใหม่จะไม่ทำให้มัซฮับเกิดความเสียหาย  การเรียกของผู้คนก็เช่นเดียวกัน  เนื่องจากว่า  เงื่อนไขของการมีมัซฮับนั้น  ไม่จำเป็นต้องอยู่ในยุคแรกของศตวรรษที่สาม  เฉกเช่นเดียวกันกับ กระแสความคิดหรือมัซฮับที่ทฤษฏีหรือแนวปฏิบัติอยู่บนบรรดาหลักฐานที่อ่อน  ก็ย่อมไม่มีประโยชน์อันใดจากการตั้งชื่อมัซฮับซ่ะสวยงาม  หากแม้ว่ามัซฮับดังกล่าวจะอยู่ยุคศตวรรษแรกก็ตาม  เพราะการพิจารณานั้น  ด้วยกับความรู้ที่ถูกต้อง  อีม่านที่บริสุทธิ์  และการปฏิบัติที่ดีงาม  ไม่ใช่ด้วยการตั้งชื่อหรือมีความหวังลม ๆ แล้ง ๆ

 

ฉันรู้สึกแปลกใจที่ มีบรรดาพวกมุก๊อลลิดต่างกล่าวกันว่า  ถ้อยคำ "อัลวะฮาบียะฮ์" นั้น ผู้เป็นปฏิปักษ์จะนำมาใช้เรียก พวกเขามักนำมาพูดกับฉายานี้  ทั้งที่การเรียกชื่อไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่จะมาถกเถียงกัน

 

มี อุลามาอ์ที่เรียกร้องแนวทางดังกล่าว  อนุญาตให้ใช้คำว่า "วะฮาบียะฮ์"  พวกเขาต่างนำมาใช้ในตำราต่าง ๆ ของพวกเขา  โดยไม่หวั่นเกรงต่อการกล่าวหาว่า สร้างมัซฮับขึ้นมา  ยิ่งกว่านั้น  พวกเขายังทำการประพันธ์ตำราต่าง ๆ เกี่ยวกับอะกีดะฮ์และการเรียกร้องของวะฮาบีย์  โดยมิได้มีความเสื่อมเสียแต่ประการใด

 

ส่วนหนึ่งจากบรรดาอุลามาอ์ที่ เรียกร้องแนวทางวะฮาบีย์  ยังนำคำว่า "วะฮาบีย์" มาให้เรียก  เช่น  ชัยค์ สุไลมาน บิน ซะห์มาน  , ชัยค์ มุฮัมมัด บิน อับดุลล่าฏีฟ ( ดู หนังสือ อัดดุร๊อร อัซซะนียะฮ์ เล่ม 8 หน้า 433)  และบรรดาอุลามาอ์ที่ปกป้องวะฮาบีย์  เช่นชัยค์ หามิด อัลกิฟฟีย์ , ชัยค์อับดุลเลาะฮ์ อัลกอซีมีย์ , ชัยค์ สุลัยมาน อัดะดะคีล , ชัยค์ อะห์มัด บิน หุจญร์ อบู ฏอมีย์ , ชัยค์มัสอูด อัลนัดวีย์ , ชัยค์ อิบรอฮีม บิน อุบัยด์ เจ้าของหนังสือ อัตตัซกิเราะฮ์ , และท่านอื่น ๆ  ต่างก็ใช้คำว่า "อัลวะฮาบียะฮ์"  แต่กระนั้น  ท่านชัยค์ ฮามิด อัลกิ๊ฟฟีย์ (ร่อฮิมะฮุลลอฮ์) ยังคงพยายามที่จะสร้างความสงสัยต่อเจตนาของทุก ๆ คนที่ใช้คำนี้  และเขาได้ยื่นข้อเสนอจากการเรียกว่า "วะฮาบียะฮ์"  ไปเป็น "อัดดะอ์วะฮ์ อับมุฮัมมะดียะฮ์" เพื่อพาดพิงไปยังชื่อของท่าน ชัยค์ มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ  แต่ไม่พาดพิงไปยังชื่อของบิดา คือ อับดุลวะฮาบ (วะฮาบีย์)  ดังนั้น  อุลามาอ์ยุคหลังอย่างท่านชัยค์ ซอและห์ อัลเฟาซาน ได้ตักลีดตามท่านชัยค์ ฮามิดอัลกิ๊ฟฟีย์  ในการตำหนิต่อท่านชัยค์ อบู ซะฮ์เราะฮ์  และคนอื่น ๆ (ก็เพราะพวกเขาใช้คำว่าวะฮาบีย์)

 

การ เรียกร้องของ อัลกิ๊ฟฟีย์และอัลเฟาซานให้เรียกวะฮาบีย์ว่า "อัดดะวะฮ์ อัลมุฮัมมะดียะฮ์"  ไม่ใช่ "อัดดะวะฮ์ อัลวะฮาบียะฮ" นั้น  เนื่องจาก ท่านชัยค์ มีชื่อว่า "มุฮัมมัด"  ซึ่งดังกล่าวนี้ถึงเป็นการนำเสนอที่น่าแปลก  อันเนื่องจากมีเหตุผลเล็กน้อยดังนี้  คือ  ส่วนมากจากบรรดามัซฮับที่โด่งดังนั้น จะไม่ตั้งชื่อ ด้วยกับนามชื่อเจ้าของแนวทาง  แต่จะตั้งชื่อด้วยนามของบิดาหรือปู่  ดังนั้น มัซฮับ ฮัมบาลีย์ حنبلى  เป็นต้น  จะใช้พาดพิงไปยังคำว่า حنبل (ฮัมบัล) ซึ่งเป็นปู่ของท่านอิมามอะห์มัด  (เนื่อจากท่านอิมามอะห์มัดมีชื่อว่า อะห์มัด บุตร มุฮัมมัด บุตร หัมบัล)  แต่ท่านชัยค์อัลเฟาซานหรือชัยค์อัลกิ๊ฟฟีย์ และผู้ที่เจริญรอยตามทั้งสอง ต่างไม่คัดค้านการเรียกชื่อนี้(คือฮัมบาลีย์) และพวกเขาก็ไม่เรียกมัซฮับฮัมบาลีย์ว่า "มัซฮับอะห์มะดีย์" (ที่มาจากชื่อของอิมาม อะห์มัด เอง)

 

เฉก เช่นเดียวกันกับมัซฮับชาฟิอีย์  ซึ่งพาดพิงไปยังท่าน ชาฟิอ์  ซึ่งเป็นปู่ลำดับที่ 4 ของท่านอิมามชาฟิอีย์  ทั้งที่อิมามชาฟิอีย์มีชื่อว่า "มุฮัมมัด บุตร อิดรีส  บุตร อัลอับบาส บุตร อุษมาน บุตร ชาฟิอ์"  แต่เหตุใดพวกเขาถึงไม่เรียกมัซฮับชาฟิอีย์ว่า "มัซฮับมุฮัมมะดีย์" (เพราะอิมามชาฟิอีย์ชื่อว่า มุฮัมมัด)

 

ยิ่ง กว่านั้น  ท่านชัยค์ซอลิห์ อัลเฟาซาน ยังเรียกผู้ที่ตาม มุฮัมมัด บิน สุรูร บิน นายิฟ ซัยนุลอาบิดีน  ด้วยถ้อยคำว่า "อัซซุรูรียะฮ์"  ทำไมถึงไม่เรียกว่า "อัลมุฮัมมะดียะฮ์" เช่นเดียวกัน ! ทั้งที่เขาชื่อ "มุฮัมมัด บิน สุรูร" และในปัจจุบันเราเองก็ได้ยินในกลุ่มสะละฟียะฮ์ ได้มีหลายฉายาที่พวกเขาใช้เรียกซึ่งกันและกัน เช่น อัลญามียีน , อัลมัดค่อลียีน , อัลบาซียีน (ผู้ที่ตามบินบาซฺ) , และอัลบานียีน(ผู้ตามอัลบานีย์)  เป็นต้น ( สรุปจาก หน้าที่ 12 และหน้าที่ 144 - 146)

 

ดังนั้น  การเรียกว่า "วะฮาบีย์"  จึงมิใช่เป็นการตำหนิ  เพราะอุลามาอ์วะฮาบีย์เองที่พอใจและเห็นชอบในการเรียกชื่อเช่นนี้  แต่บางคนปัจจุบันชอบยึดติดที่ชื่อ  ยึดติดยี่ห้อ  ขอให้เรียกชื่อกลุ่มตนเองให้ดีไว้ก่อน  ถือว่าเป็นการเข้าใจที่ผิด  เพราะสัจธรรมจะไม่พิจารณาที่ชื่อของแนวทางหรอกครับ  แต่ทว่าจะเน้นพิจารณาที่เนื้อหา  หลักอะกีดะฮ์  และหลักปฏิบัติครับ

والله سبحانه وتعالي أعلي وأعلم

http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php?topic=3549.0




ออฟไลน์ ILHAM

  • เพื่อนตาย T_T
  • *****
  • กระทู้: 11348
  • เพศ: ชาย
  • Sherlock Holmes
  • Respect: +273
    • ดูรายละเอียด
    • ILHAM
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ต.ค. 27, 2009, 08:14 AM »
0
ชอบคนอยากรู้กับอัลอุมว่ะ 5555
إن شاءالله ติด ENT'?everybody

Sherlock Holmes said "How often have I said to you that when you have eliminated the impossible, whatever remains, however improbable, must be the truth?"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ อัล-อุม

  • เพื่อนซี้ (o_O')
  • **
  • กระทู้: 92
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ต.ค. 27, 2009, 08:44 AM »
0
อ้างถึง
ชอบคนอยากรู้กับอัลอุมว่ะ 5555

-ชอบผมเรื่องอะไรคับนายอิลฮาม  บอกมาซะดีๆ ถ้าชอบก็ให้แม่มาขอซิคับ  อย่ามัวแต่ชอบ   แต่เอ.ทำไมต้องชอบทีเดียว2คนด้วย.ละ...  yippy:

ออฟไลน์ Goddut

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 847
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ต.ค. 27, 2009, 12:02 PM »
0
บทความเก่าๆ ของมันเป็นเรื่องที่ถูกนำเสนอไว้นานแล้ว
ผมคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ที่จะไปรื้อฟิ้น ให้อ่าน เพราะเราทุกท่านต่างรู้ดีอยู่แล้ว

แต่ประเด็นที่ผมพยายามจะตักเตือนคือ มันไม่ใช่แนวทางของเรา
และมันก็ไม่ใช่แนวทางของ วะฮะบี ในเมืองไทย

แต่เป็นเพียงกลุ่ม วะฮะบียะ ( ลูกศิษย์ อาจารย์สายวะฮะบีบางคน )
ย้ำว่า แค่ลูกศิษย์ อาจารย์สายวะฮะบี นะ ไม่ใช่อาจารย์สายวะฮะบี
เพราะไม่เคยเห็น อาจารย์สายวะฮะบีท่านไหนนั้น กระทำตนดังกล่าว ( พอถามตรงๆ แล้วไม่กล้าตอบ )

ดังนั้น เมื่อแนวทางของวะฮะบี และ วะฮะบียะ ในเมืองไทย ชอบโจมตีผู้อื่น
เราก็ไม่จำเป็นต้องโจมตีพวกเขาหรอก เรามีหน้าที่ชี้แจงกลับไปด้วยความชอบธรรมจะประเสริฐกว่า
เรามีดีก็เอาเรื่องดีของเราสู้ คนเขาไม่รู้ก็อธิบายให้เขารู้ เหมาะสมกว่า นุ่มนวลกว่า ครับ

เราคงมีโอกาสเจอกัน ที่งานวันที่ 1 พย แต่ผมคงไปดึกพอสมควรเพราะต้องส่งเพื่อนไปฮัจย์
อินชาอัลลอฮฺ
วัสลาม...

ออฟไลน์ ILHAM

  • เพื่อนตาย T_T
  • *****
  • กระทู้: 11348
  • เพศ: ชาย
  • Sherlock Holmes
  • Respect: +273
    • ดูรายละเอียด
    • ILHAM
Re: ฟิกฮ์ฉาบฉวยของวาฮาบี
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ต.ค. 27, 2009, 12:08 PM »
0
เจอแน่ insyaallah ถ้าผมยังไม่ตาย
إن شاءالله ติด ENT'?everybody

Sherlock Holmes said "How often have I said to you that when you have eliminated the impossible, whatever remains, however improbable, must be the truth?"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

GoogleTagged