ผู้เขียน หัวข้อ: จะไปออก ดะวะห์ โดยละทิ้งครอบครัวได้รึไม่.... ปัญหาครอบครัวที่ต้องขอความช่วยเหลือ  (อ่าน 12440 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ itoursab

  • เพื่อนซี้ (o_O')
  • **
  • กระทู้: 199
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด

สวัสดีครับ
ดังทราบผมไม่ใช่มุสลิม
ดังนั้นจึงต้องขอรบกวนความอนุเคราะห์จากผู้รู้ในที่นี้
เพราะรุ่นพี่คนนึงกำลังประสพปัญหาต่างๆรวมทั้งทางครอบครัวลูกและภรรยา
เค้าตัดสินใจว่า หลังออกอีด แกจะทิ้งครอบครัวแล้วออกดะวะห์ตลอดชีวิตแทน
ตอนนี้ผมก็ได้แค่ช่วยประคอง ปลอบโยนไม่ให้ครอบครัวแกแตกแยกไปมากกว่านี้
โดยไม่เข้าไปก้าวก่าย
ดังนั้นหากท่านเห็นว่าการดะวะห์สำคัญกว่าก็ไม่เป็นไรครับ
แต่หากเห็นว่าการรักษาครอบครัวและสายใยไว้สำคัญ
ก็ขอรบกวนทุกท่านที่ชำนาญในทางศาสนา
ช่วยหาคำตอบในเชิงศาสนาและมีหลักฐานประกอบก็ยิ่งดี
เพราะผมตอบไม่ได้กับคำถามที่ว่า...
"รู้แล้วว่าตายไปต้องขึ้นตาชั่ง แต่คิดหรือว่าผลบุญที่ดะวะห์ทั้งชีวิต จะน้อยกว่าบาปที่เค้าทิ้งครอบครัว"

Ps: โดยส่วนตัวไม่ได้คัดค้านการไป ดะวะห์
แต่มองว่าการละทิ้งครอบครัวไปสภาพนี้ก็ไม่งามซักเท่าไหร่

ออฟไลน์ ILHAM

  • เพื่อนตาย T_T
  • *****
  • กระทู้: 11348
  • เพศ: ชาย
  • Sherlock Holmes
  • Respect: +273
    • ดูรายละเอียด
    • ILHAM
123
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พ.ย. 18, 2009, 06:57 PM »
0
ชอบตั้งกระทู้ใหม่จริง หาดูก่อน มีเยอะแล้วเรื่องนี้
إن شاءالله ติด ENT'?everybody

Sherlock Holmes said "How often have I said to you that when you have eliminated the impossible, whatever remains, however improbable, must be the truth?"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

BiOuH

  • บุคคลทั่วไป
ฝากบอกคนทิ้งลูก ทิ้งเมีย คนนั้น ด้วยว่า

ทุกสิ่งที่ลูกเค้ากระทำ และ เมียเค้ากระทำ รวมทั้งผู้อยู่ใต้การปกครองทั้งมวล

เค้าล้วนแล้วแต่ต้องโดนสอบสวน


ฝากบอกอีกนิด ว่า อย่า เอางานดะอฺวะฮฺมาบังหน้า เพื่อ ไม่ทำงานดุนยา


และหากเรื่องนี้ ทราบถึงหู อามีร ไม่ว่าที่ไทยหรือไหน ๆ

คงตัดสินให้เค้าอยู่บ้าน และทำงานมะกอมี แทน ออกทางยาว หรือ อาจรักษาได้แค่ 3 วัน

ออฟไลน์ al-firdaus~*

  • ทีมงานหลังบอร์ด (-_-''')
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 5009
  • เพศ: หญิง
  • 可爱
  • Respect: +161
    • ดูรายละเอียด
ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นกับคนทำงานดะวะฮ์แค่บางคน
เราจะไปเหมาทั้งระบบของงานนี้ไม่ได้ ถือว่าไม่ยุติธรรม
สามีจะออกดะวะฮ์ก็ต้องมีค่าเลี้ยงดูให้กับครอบครัวพอเพียง
อยากตอบเป็นการส่วนตัวนะคะว่า  หากครอบครัวใดที่สามีออกดะวะฮ์ แต่ลูกเมียเขาลำบาก
ค่าใช้จ่ายอาจไม่พอเพียงมากนัก การกูน เพื่อนบ้านนี่แหละที่ต้องหยิบยื่นให้พวกเขาเท่าที่สามารถ และหมั่นไปเยี่ยมเยียนพวกเขา
ความเกื้อหนุนกันแบบนี้ เชื่อว่า อัลลอฮ์ตะอาลาทรงมองดู ทรงรับรู้ และพระองค์จะทรงแผ่ความเมตตามายังพวกเรา
ข้าพเจ้าคนหนึ่งล่ะ ที่พร้อมจะหยิบยื่นช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ครอบครัวเขาลำบากบนหนทางของอัลลอฮ์  เท่าที่จะสามารถได้

เรามองกันจริงๆนะคะ  ครอบครัวเขาเป็นครอบครัวเสียสละ  สามีออกเผยแผ่ศาสนา ไปยังพื้นที่ที่อ่อนแอ บางหมู่บ้านมีมัสยิด แต่ไม่มีคนมาละหมาด
เราต้องยอมรับว่ามันมีจริง เราต้องสัมผัสค่ะ เราถึงจะรู้ ไม่ใช่นั่งตอบปัญหาออกฟัตวาอยู่หน้าคอม ก็ถือว่าดะวะฮ์แล้ว
ไม่จำเป็นใดๆที่จะต้องเดินทางค้างอ้างแรมตามมัสยิด มันคนละเคสกัน มุสลิมเราอีกหลายต่อหลายพื้นที่ยังต้องมีคนเข้าไปเยี่ยมเยียนเขา
เรียกร้องเขาให้มาละหมาดที่มัสยิด มันมีอะไรอีกมากที่คนที่ต่อต้านหรือไม่เข้าใจมักไม่ยอมรับ
หากไม่ลองสัมผัส คุณจะไม่ได้ลิ้มรสการเสียสละในรูปแบบของงานดะวะฮ์นี้เลย

หากทิ้งลูกเมียแบบไม่ไยดี ถือว่าไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง
แต่อย่าไปเหมารวมว่าทุกคนจะเป็น
ลองนึกย้อนดูสมัยซอฮาบะฮ์ ซอฮาบียะฮ์ พวกเขาเหล่านั้นเสียสละเพื่อศาสนาจริงๆ
สละแม้กระทั่งจากครอบครัวเป็นแรมๆปี บางท่านอาจไม่ได้ย้อนกลับมาอีกเลย
ดังนั้นภรรยาและลูก สมควรที่จะเข้าใจสามีในเรื่องนี้ ให้นึกถึงอัลลอฮ์ให้มาก เสียสละให้มาก
แล้วเราจะรู้สึกหวานและอิ่มเอิบใจกับงานศาสนา
วันนี้เราเสียสละเพื่องานศาสนากันแค่ไหน
คนเรามักเห็นการเสียสละของตนเอง แต่มองไม่เห็นการเสียสละของผู้อื่น


อ้างถึง
เค้าตัดสินใจว่า หลังออกอีด แกจะทิ้งครอบครัวแล้วออกดะวะห์ตลอดชีวิตแทน

ถึงกับทิ้งลูกทิ้งเมียแบบประชดถือว่าเข้าข่ายผิดค่ะ

ออฟไลน์ rayes

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 628
  • Respect: +18
    • ดูรายละเอียด
    • บล็อกผมเอง หุหุ
ที่เคยได้ยินพี่น้องดะวะฮฺพูดคำว่า ออกดะวะฮฺตลอดชีวิต  หมายถึงคือ ปีหนึ่งออก 4เดือน หากไม่ได้ ก็ออกปีหนึ่งแค่ 40 วัน และจะทำแบบนี้ทุกๆปี พยายามรักษาไปเรื่อยๆ จนกลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ party:

ออฟไลน์ F5

  • เพื่อนใหม่ (O_0)
  • *
  • กระทู้: 29
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
 salam
  ขออัลลอฮทรงประทานพรและความสันติสุขอันล้นพ้นแก่บรรดาผู้ที่เสียสละต่อศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด...
ว่ากันในเรื่องของการดะห์วะห์นั้น ใคร่ขอถามในเรื่องนี้น่ะครับ ผู้รู้โปรดชี้แจงด้วยครับ
 ข้อที่หนึ่ง  การออกดะห์วะห์นั้น ใครเป็นคนสั่งให้ออกไปที่โน่น ที่นั้น ที่นี่ หรือว่าเป็นความสมัครใจกันไปของผู้ที่ออกดะห์วะห์เองครับ ? เพราะบางครั้งเพื่อนผมที่ออกดะห์วะห์ก็บอกว่า ต้องไปที่นั้น ที่โน้น เพราะว่ามีกำหนดมา
 ข้อที่สอง การออกไปดะห์วะห์ของชายนั้น จำเป็นที่ต้องขอความยินยอมจากภรรยาหรือผู้ที่เขาเป็นมะหฺรอมหรือเปล่า ? ผมอ้างมาจาก หลัก สิทธิระหว่างบ่าวกับบ่าว บทที่ว่าด้วยเรื่อง คู่สมรส (ว่าด้วยสำหรับสามีนั้นมีสิทธิในตัวภรรยา และ ภรรยามีสิทธิในตัวสามี เช่นกัน ) หากต้องขอความยินยอมจากภรรยาหรือผู้ที่เขาเป็นมะหฺรอมแล้ว ถ้าบรรดาเขาผู้นั้นไม่ยินยอมจะออกดะห์วะห์ได้หรือไม่ ? อย่างไร ?
 ข้อที่สาม การออกดะหฺวะห์ในสมัยนบี มีรูปแบบต่างจากดะห์วะห์สมัยนี้อย่างไร ? ถ้ามี แตกต่างกันมากมายหรือเปล่า ?
 ข้อที่สี่ มีหลักฐานกำหนดเป็นตัวบทจากกรุอ่านหรือว่าฮาดิษนบีที่ว่าด้วย จำนวนตัวเลข สี่สิบวัน สี่เดือน หรือว่า สามวัน เจ็ดวัน หรืออื่นๆ หรือไม่ ? ถ้าไม่มีแล้ว ใครเป็นคนกำหนดครับ
 ข้อที่สี่ โย คืออะไรครับ ?
   สำหรับข้อสงสัยในเรื่องการออกดะห์วะห์ของผมในตอนนี้มีอยู่ห้าคำถามใหญ่ๆ ซึ่งหวังว่าผู้รู้ทั้งหลายจะโปรดชี้แจงให้กระจ่างด้วยครับ  ขออัลลอฮทรงตอบแทน
ขออัลลอฮทรงประทานพร
วัสลามครับ

ออฟไลน์ Goddut

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 847
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
ถ้า คุณ F5 ถาม อย่างสะอาดตา ว่างๆ ก็จะมานั่งตอบให้

แต่ถ้า เล่นเป็น พรืดแบบนี้ มึน...


ออฟไลน์ rayes

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 628
  • Respect: +18
    • ดูรายละเอียด
    • บล็อกผมเอง หุหุ
อ้างจากบัง al-azhary   

بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم

اَلْحَمْدُ للهِ رَبِّ الْعَالَمِيْنَ وَ الصَّلاَةُ وَالسَّلاَمُ عَلىَ سَيِّدِنَا مُحَمَّدٍ وَعَليَ آلِهِ وَصَحْبِهِ أَجْمَعِيْنَ ،،، وَبعْدُ ؛


เราให้เกียรติกลุ่มญะมาอะฮ์ตับลีฆที่อยู่ตามแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์   ญะมาอะฮ์ตับลีฆ  ไม่ใช่มัซฮับใดมัซฮับหนึ่ง  แต่เป็นองค์กรหนึ่งในการเผยแพร่ศาสนา  พี่น้องตับลีฆมีหลักการตามแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์   การทำอิบาดะฮ์ย่อมมีหลากหลายวิธีการให้ปฏิบัติ  หากคุณคิดว่าการทำอิบาดะฮ์โดยวิธีการออกตับลีฆดีกว่า  ก็ออกดะวะฮ์ตับลีฆ    ส่วนข้อดีของตับลีฆ  มีมากจนไม่สามารถนำมากล่าวได้   ส่วนจุดด้วย  ผมคิดว่าองค์กรญะมาอะฮ์ตับลีฆ  ก็พยายามปรับปรุงอยู่  แต่ที่สำคัญที่สุด  การออกดะวะฮ์ตับลีฆหรือไม่ออกดะวะฮ์ตับ  ต่างก็มีระเบียบและหลักการที่ดีและถูกต้อง  แต่บุคคลที่ไม่รู้และทำผิดระเบียบต่างหากที่ทำให้เกิดจุดด้วย  ดังนั้น  แม้วิธีการจะแตกต่างกัน  แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน   ก็คืออิบาดะฮ์ต่ออัลเลาะฮ์และปรับปรุง(อิสลาห์)ตนเองและผู้อื่นตามแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์

อะไรคือฮุกุ่มการออกดะวะฮ์ตับลีฆ ?

ตอบ :  การออกดะวะฮ์ตับลีฆ  เป็นสิ่งที่อนุญาต(ญาอิซ)ให้กระทำได้ต่อผู้ที่มีคุณสมบัติในการดะวะฮ์เรียกร้องผู้อื่นไปยังอัลเลาะฮ์  โดยดำรงไว้ซึ่ง  ความอ่อนโยนต่อผู้คนทั้งหลาย   การเรียกของพวกเขา  ต้องด้วยคำตักเตือนที่ดีงาม  มีความนอบน้อม  และเอ็นดูเมตตา  และต้องมีความรู้ในสิ่งที่เขาได้ใช้ให้ทำความดีและห้ามจากความชั่ว  แต่ด้วยเงื่อนไขที่ว่า  ต้องไม่ละเลยต่อครอบครัวและผู้ที่เขาเลี้ยงดู  และการจำกัดออกดะอ์วะฮ์  4  วัน  หรือ  40  วัน  หรืออื่น ๆ จากสิ่งดังกล่าวนั้น  เป็นเรื่องของการวางระบบเป็นดับลำดับขั้นตอนเท่านั้น  ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นของบิดอะฮ์เลยตราบใดผู้ที่ออกดะวะฮ์ไม่ได้มีความเชื่อเป็นอื่นจากสิ่งดังกล่าว  วัลลอฮุ ซุบหานะฮูวะตะอาลา อะลัม

สถาบันฟัตวาแห่งประเทศอียิปต์

ท่าน อัลหะบีบ อุมัร อัลฮุซัยนีย์  ได้ฟัตวา  ความว่า

ญะมาอะฮ์ตับลีฆ  เสมือนกับญะมาอะฮ์อื่น ๆ  ที่มีการเคลื่อนไหวอย่างแพร่หลายในหมู่บรรดามุสลิมีนทั่วมุมโลก  ซึ่งภาระกิจและสถานะภาพของญะมาอะฮ์ตับลีฆนั้น  มีคุณงามความดีมากมาย  ดังนั้น ส่วนมากจากบรรดารากฐาน(อุซูล)ของญะมาอะฮ์ดังกล่าว  คือการดำรงไว้ซึ่งพื้นฐานที่ถูกต้องอีกทั้งเที่ยงตรงในการเผยแพร่และเรียกร้องสู่ความดีงาม  แต่ทว่า  กลุ่มเคลื่อนไหวต่าง ๆ เหล่านั้น  ย่อมมีผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติพอที่เข้ามาร่วมด้วย  หมายถึง  ผู้ที่ไม่ได้ดำรงไว้ซึ่งบรรดารากฐานและกฏพื้นฐานต่าง ๆ ของญะมาอะฮ์  ซึ่งดังกล่าวจึงทำให้เกิดการผสมผสานที่แตกต่าง  และญะมาอะฮ์ดังกล่าว  ก็มีความหลากหลายในด้านของวิชาฟิกห์  แนวคิด  แนววิเคราะห์  และการยึดมั่น (หมายถึงญะมาอะฮ์ตับลีฆมีทั้งสี่มัซฮับและมีอะกีดะฮ์อะฮ์ลิสซุนนะฮ์อัลอะชาอิเราะฮ์และอัลมะตูริดียะฮ์)   ดังนั้น  ท่านจงคิดในแง่ที่ดีทั้งหมดโดยรวม  และท่านจงมองส่วนดีงามที่ชัดเจน  ฉะนั้น  ท่านอย่ามองให้กลับกลายเป็นความชั่วร้าย  และเฉกเช่นเดียวกันกับสิ่งดังกล่าว  คือให้ท่านห่างไกลจากทุก ๆ สิ่งต้องห้ามอย่างชัดเจน  ดังนั้น มนุษย์ย่อมมีความแตกต่างในครอบครัวเดียวกัน  เพราะฉะนั้น  ความแตกต่างจะไม่เกิดขึ้นในญะมาอะฮ์หนึ่งที่มีผู้คนมากมายเข้าร่วมด้วยได้อย่างไร ?  คุณความดีงาม  ย่อมถูกแผ่ขยายอย่างครอบคลุมอยู่ในประชาชาติของท่านนบีมุฮัมมัด ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ซึ่งกลุ่มหนึ่งหรือกลุ่มชนหนึ่งก็จะได้รับเป็นส่วนมาก  และขอต่ออัลเลาะฮ์ให้เราและท่านเป็นผู้ที่ดำรงอยู่ในความดีงาม

ฟัตวาของท่านอัลหะบีบ อุมัร อัลหุซัยนีย์

ดังนั้น  ญะมาอะฮ์ตับลีฆ  ก็คือองค์กรหรือกลุ่มเคลื่อนไหวอิสลาม  พวกเขามีอะกีดะฮ์เดียวกับพี่น้องส่วนมากของโลกและอยู่ในมัซฮับทั้งสี่ที่ชนส่วนมากให้การยอมรับ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ฟัตวาแห่งประเทศอียิปต์  ยังให้การยอมรับอีกด้วย


وَاللهُ سُبْحَانَهُ وَتَعَاليَ أعْلىَ وَأَعْلَمُ

ออฟไลน์ wahaba

  • เพื่อนสนิท (._.")
  • ***
  • กระทู้: 219
  • สร้างรูปร่างให้พระเจ้าคือความเชื่อของวะฮาบีและยิว
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
ท่าน อบูลฮาซัน อลี นัดวียฺ   อ. ของ มุรีด.คอม  ก็สนับสนุนนะครับ  ส่วนความเห็นของมุรีดนั้นเป็นแค่ศิษย์เหลือครู

อย่าเอาคนๆเดียวมาเหมาคนทั้งหมดว่าไม่ดีซิ    fouet:

BiOuH

  • บุคคลทั่วไป
คนไม่รู้ตอบได้ป่าว ไม่ลองฝึกตออัตเหรอ ถึงจะผ่านข้อหนึ่งไปได้
ข้อสองจนด้วยเกล้าจริง ๆ ไม่รู้จริง ๆ จึงถาม สิทธิในตัวเป็นไงเหรอ ขออนุญาติให้ผมแสดงความยะเฮหน่อยเหอะ
ข้อสามสมัยนบีนั่นน่ะเค้าดะอฺวะฮฺชนิดที่เรียกว่าเพื่ออัลลอฮฺแต่สมัยปัจจุบันหลังยุค60คำว่าดะอฺวะฮฺก็แพร่หลายใครๆ ก็เอามาใช้กันเองดะอฺวะฮฺพื้นฐานดั้งเดิมไม่เคยคิดสงวนลิขสิทธิ์อยู่แล้วสำหรับใครที่จะเรียกร้องพี่น้องสู่อัลลอฮฺแต่น่ารังเกียจเป็นอย่างยิ่งที่บางคนถึง90ใน100ส่วนเข้าใจว่างานศาสนาที่ตัวเองทำอยู่นั้นเหมือนกับงานของพี่น้องตับลีฆทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้วเหมือนตาดำกับตาขาวอย่างชัดเจนงานไหนงานฮักงานไหนของปลอมให้มองแค่เรื่องความคิดเรื่องดุนยาก็เพียงพอแล้ว
ส่วนข้อ4ผมว่าน่าจะศึกษากับท่านอาจารย์บางท่านก่อนน่ะว่า3วัน40วันหรือแม้กระทั่ง4เดือนนั้นมีในหะดิษหรืออัลกุรอานที่กล่าวไว้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์เราอย่างไรบ้าง ข้อ5 ก็ต้องขอเชิญเลยน่ะครับประมาณเดือนมกราคม2553 พึงระวังนิดนึงเกี่ยวกับโยรเพราะว่าจะมีแต่เรื่องศาสนาและมีแต่ผู้ชายที่อัลลอฮฺให้เค้าเป็นมนุษย์เพศชายตั้งแต่เกิดไม่มีการปะปนกันหรอกครับหากมองเห็นปะปนระหว่างชายหญิงผมกล้ากล่าวอย่างเต็มปากได้เลยว่างานนั้นไม่ใช่งานดะอฺวะฮฺสำหรับพี่น้องตับลีฆ

ยกตัวอย่างสำหรับที่ผมเข้าใจน่ะ ตรงดุอาอฺที่มาจากอัลกุรอาน ร๊อบบะนา อาตินา ฟิดดุนยา ฮะสะนะ หากตามที่งานดะอฺวะฮฺสอน ไม่ใช่แค่ดุนยา เงินทอง บ้าน รถ หรืออะไร หากแต่งานดะอฺวะฮฺ สอนว่า ความสวยงามความดีบนดุนยาที่ขอต่ออัลลอฮฺนั้น คือ ศาสนาที่ดี บนตัวเราและคนอื่น ๆ  เพราะพี่น้องบางกลุ่มที่ มองแค่อัสบ๊าป เห็นแค่สาเหตุ เห็นแต่ปัญหา รู้หมดทุกอย่าง แต่ไม่เคยมีวิธีในการแก้ปัญหา เอาแค่สิ่งของที่จับต้องได้ ใครที่ทำได้แค่นี้ ขอร้องล่ะ อย่าเรียกตัวเองว่าคนทำงานศาสนาในแนวทางดะอฺวะฮฺเลย

ไม่ได้อยากสงวนลิขสิทธิ์กับคำว่า ดะอฺวะฮฺหรอกน่ะ เพราะใคร ๆ ก็ใช้ได้ แต่มันน่ารังเกียจสำหรับพี่น้องบางคนที่โจมตีงานดะอฺวะฮฺ โดยไม่เคยได้ลองลิ้มชิมรสงานนี้เลย โดยที่ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับศาสนาเลย มันน่ารังเกียจยิ่งนักสำหรับบุคคลประเภทนี้

ฝากผ่านไปบอกใครบางคนด้วยล่ะกันน่ะครับว่า บุคคลที่ได้กล่าวคำพูดออกมาแล้วไม่ได้กระทำตามสิ่งที่ตนเองพูด คนคนนั้นแถวบ้านผมเค้าเรียกว่า มุนาฟิก
คนที่ไม่มีความรู้ศาสนาแล้วยังไปฟัตวาตัดสินโน่นนั่นนี่ บุคคลแบบนี้ เค้าเรียกว่า สัญญาณวันกิยามะฮฺ
คนดะอฺวะฮฺไม่ได้หากินกับศาสนาอิสลามอันบริสุทธิ์น่ะครับ คนดะอฺวะฮฺนอนกับยุง กินกับพื้นดิน นั่งกับพื้น ไม่ได้อยู่ห้องแอร์สบาย ๆ
หากไปงานโยรแล้วลองมาเล่าให้ฟังกันบ้างก็ได้น่ะครับ ตออาม คอลิดีน แวะมาทักทายได้

ออฟไลน์ F5

  • เพื่อนใหม่ (O_0)
  • *
  • กระทู้: 29
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
 salam   ขออัลลอฮทรงประทานพรและความสันติสุขอันล้นพ้นแก่บรรดาผู้ที่เสียสละต่อศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด...
ถามใหม่เรียงเป็นข้อๆนะครับ เพื่อไม่ให้มึน

 ข้อ ที่หนึ่ง  การออกดะห์วะห์นั้น ใครเป็นคนสั่งให้ออกไปที่โน่น ที่นั้น ที่นี่ หรือว่าเป็นความสมัครใจกันไปของผู้ที่ออกดะห์วะห์เองครับ ? เพราะบางครั้งเพื่อนผมที่ออกดะห์วะห์ก็บอกว่า ต้องไปที่นั้น ที่โน้น เพราะว่ามีกำหนดมา


 ข้อที่สอง การออกไปดะห์วะห์ของชายนั้น จำเป็นที่ต้องขอความยินยอมจากภรรยาหรือผู้ที่เขาเป็นมะหฺรอมหรือเปล่า ? ผมอ้างมาจาก หลัก สิทธิระหว่างบ่าวกับบ่าว บทที่ว่าด้วยเรื่อง คู่สมรส (ว่าด้วยสำหรับสามีนั้นมีสิทธิในตัวภรรยา และ ภรรยามีสิทธิในตัวสามี เช่นกัน ) หากต้องขอความยินยอมจากภรรยาหรือผู้ที่เขาเป็นมะหฺรอมแล้ว ถ้าบรรดาเขาผู้นั้นไม่ยินยอมจะออกดะห์วะห์ได้หรือไม่ ? อย่างไร ?



 ข้อที่สาม การออกดะหฺวะห์ในสมัยนบี มีรูปแบบต่างจากดะห์วะห์สมัยนี้อย่างไร ? ถ้ามี แตกต่างกันมากมายหรือเปล่า ?


 ข้อ ที่สี่ มีหลักฐานกำหนดเป็นตัวบทจากกรุอ่านหรือว่าฮาดิษนบีที่ว่าด้วย จำนวนตัวเลข สี่สิบวัน สี่เดือน หรือว่า สามวัน เจ็ดวัน หรืออื่นๆ หรือไม่ ? ถ้าไม่มีแล้ว ใครเป็นคนกำหนดครับ



 ข้อที่สี่ โย คืออะไรครับ ? อันนี้ไม่เคยได้รู้เลย ได้แต่ฟังผ่านหู ว่าไปโย บ้าง ทำโย บ้าง แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ?



   สำหรับข้อสงสัยในเรื่องการออกดะห์วะห์ของผมในตอนนี้มีอยู่ห้าคำถามใหญ่ๆ ซึ่งหวังว่าผู้รู้ทั้งหลายจะโปรดชี้แจงให้กระจ่างด้วยครับ  ขออัลลอฮทรงตอบแทน
ขออัลลอฮทรงประทานพร
วัสลามครับ

ออฟไลน์ rayes

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 628
  • Respect: +18
    • ดูรายละเอียด
    • บล็อกผมเอง หุหุ

คุณ f5 ลองอ่านข้างบนดูดีๆก่อนครับ บางข้อมีคำตอบอยู่แล้ว  cool2:

ออฟไลน์ wahaba

  • เพื่อนสนิท (._.")
  • ***
  • กระทู้: 219
  • สร้างรูปร่างให้พระเจ้าคือความเชื่อของวะฮาบีและยิว
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
คุณf5 ครับ1. ฟัตวาออนไลน์ เป็นบิดอะหรือเปล่าครับ2 .นบีไม่ได้ทำนะครับ 3.แต่ผมเห็นบางกลุ่มที่อ้างซุนนะชอบทำกัน 4.จัดงาน ปะปนชายหญิงเกิดฟิตนะ แต่หัวหน้ากลุ่มบอกว่าจัดแล้วได้เงินก็หยวนๆกันไปครับ  5 .คุณรู้จักคนกลุ่มนี้ไหมครับชอบอ้างซุนนะแต่ตามนัฟซู

ออฟไลน์ hiddenmin

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 2460
  • เพศ: ชาย
  • 404 not found
  • Respect: +76
    • ดูรายละเอียด
    • Ikhlas Studio
คุณf5 ครับ1. ฟัตวาออนไลน์ เป็นบิดอะหรือเปล่าครับ2 .นบีไม่ได้ทำนะครับ 3.แต่ผมเห็นบางกลุ่มที่อ้างซุนนะชอบทำกัน 4.จัดงาน ปะปนชายหญิงเกิดฟิตนะ แต่หัวหน้ากลุ่มบอกว่าจัดแล้วได้เงินก็หยวนๆกันไปครับ  5 .คุณรู้จักคนกลุ่มนี้ไหมครับชอบอ้างซุนนะแต่ตามนัฟซู

ผมว่า F5 มาแบบดีๆ นะ

 

GoogleTagged