ผู้เขียน หัวข้อ: ชีอะห์ Vs วาฮาบี  (อ่าน 4751 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ salsabeela

  • เพื่อนสนิท (._.")
  • ***
  • กระทู้: 402
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ชีอะห์ Vs วาฮาบี
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: ต.ค. 07, 2010, 10:50 AM »
0
วาฮาบีย์มีสองชาฮาดะฮฺเหมือนกับเรา แต่ชีอะฮฺมีสามชาฮาดะฮฺ
ลองฟัง  http://www.youtube.com/watch?v=FulPwb_BmzM  
ปล.ฟังให้จบมีอรัยแปลกไปจากเรา myGreat:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ต.ค. 07, 2010, 11:44 AM โดย salsabeela »
>>>>>>>>>>>>>>Tidakkah ini Darulharbi.?.?<<<<<

ออฟไลน์ salsabeela

  • เพื่อนสนิท (._.")
  • ***
  • กระทู้: 402
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ชีอะห์ Vs วาฮาบี
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: ต.ค. 08, 2010, 06:31 PM »
0
ดูกันแล้วยัง คลิปนี้ สั้นๆไม่ถึง5นาที

 mycool: mycool: mycool: mycool:
>>>>>>>>>>>>>>Tidakkah ini Darulharbi.?.?<<<<<

whb

  • บุคคลทั่วไป
Re: ชีอะห์ Vs วาฮาบี
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: ต.ค. 08, 2010, 09:16 PM »
0
พวกที่ดีแต่ด่าผู้อื่น

อยากรู้ว่าตัวเองปฎิบัติได้ดีแค่ไหนกัน

แล้วเอาอะไรไปตัดสินว่า ฝ่ายนู้นผิดฝ่ายนี้ไม่ดี

ลองย้อนมองดูตัวเองเถอะน่ะ..ว่าทำตามบทบัญญัติได้ดีและถูกต้องพอหรือยัง

ก่อนจะไปตราหน้าผู้อื่นอย่างไม่มีหลักฐานว่าเป็นกาเฟร!

ออฟไลน์ ILHAM

  • เพื่อนตาย T_T
  • *****
  • กระทู้: 11348
  • เพศ: ชาย
  • Sherlock Holmes
  • Respect: +273
    • ดูรายละเอียด
    • ILHAM
Re: ชีอะห์ Vs วาฮาบี
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: ต.ค. 08, 2010, 09:23 PM »
0
ใช่แล้ว
إن شاءالله ติด ENT'?everybody

Sherlock Holmes said "How often have I said to you that when you have eliminated the impossible, whatever remains, however improbable, must be the truth?"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ ...

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 929
  • เพศ: หญิง
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
Re: ชีอะห์ Vs วาฮาบี
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: ต.ค. 08, 2010, 09:41 PM »
0
อื้มๆๆๆ  ;D ;D

salaff

  • บุคคลทั่วไป
Re: ชีอะห์ Vs วาฮาบี
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: ต.ค. 09, 2010, 01:53 PM »
0
อ้างถึง
พวกที่ดีแต่ด่าผู้อื่น

อยากรู้ว่าตัวเองปฎิบัติได้ดีแค่ไหนกัน

แล้วเอาอะไรไปตัดสินว่า ฝ่ายนู้นผิดฝ่ายนี้ไม่ดี

ลองย้อนมองดูตัวเองเถอะน่ะ..ว่าทำตามบทบัญญัติได้ดีและถูกต้องพอหรือยัง

ก่อนจะไปตราหน้าผู้อื่นอย่างไม่มีหลักฐานว่าเป็นกาเฟร!

 :salam:

อยากจะทำความเข้าใจกับพี่น้องผู้ทีเข้ามาหาความรู้ในเวปนี้   ซึ่งผมถือว่า มีหลากหลายแนวทัศนะ

ไม่ว่า พี่น้องที่อยุ่แนวทางวาฮาบี   ชีอะหรือ ลัทธิอื่นๆว่าผุ้ที่ทำหน้าที่ชี้แจงนั้นก็นำมาซึ่งความเป็นจริงที่มันเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นไม่ได้กล่าวหาหรือฮุกมใครคนใด

เพราะผู้ชี้แจงย่อมรุ้ดีถุึงการฮุกมคนอื่นในสิ่งต่าง เช่นคนทำบิดอะตกนรก  คนที่ไม่ทำไม่ตก โดยไม่แยกแยะว่า บิดอะคืออะไร มีกี่ประเภทไมใช่ว่า พอสิ่งไหนที่ท่านนบีไม่ทำซอฮาบะทำ  ตาบีอีนทำสลัฟ  ทำ ฉนั้นการฮุกมมันก็๋โดนทั้งซอฮาบะและสะลัฟที่กระทำ   เพราะเราเล่นเพียงฮุกมกับคำนิยามที่เป็นเพียงเปลือกนอกโดยไร้ความเข้าใจ
  แนวทางที่ไม่ยอมรับว่า  อะไรก็ตามกระทำไม่ได้อีกหลังจากท่านนบีจากไปใครกระทำเป็นบิดอะ ดอลาละ  ตรงนี้ถือว่าคับแคบ
และแนวทางที่คิดว่า ซอฮาบะอะลีเท่านั้นประเสริฐซอฮาบะอื่นผิด นี้ก็ผิดพลาดหนักไปอีก

เพราะที่กล่าวและยกตัวอย่างนั้น  ล้วนเป็นเรื่องการฮุกมและกล่าวหาซออาบะและเกี่ยวข้องกับความศรัทธาในเรื่องการเชื่อด้วย ทั้งกีตาบและซุนนะ

ก็จงพิจรณากันเองว่า ทั้ง2กลุ่มนั้นใครแรงกว่ากัน

ในเรื่องอิคลาสในทางวิชาการนั้น  มัสหับทั้งสี่ยอมมีข้อได้เปรียบกว่า ทั้ง2กลุ่ม เพราะปัจจัยแวดล้อมและความน่าเชื่อถือมากกว่าสองกลุ่มที่กล่าวมา
มีทั้งนักปราชญ์หลายด้าหลายวิชาการที่ถูกถ่ายทอดสิ่งนั้นมาถึงพวกเรา  มีความรอบคอบและระมัดระวังในวิชาความรุู้จากอุลามะที่ถูกรองรับ
ไม่ว่าเรื่อง
เกี่ยวกับระดับของฮาดิสซอหิฮ์ที่จะนำมาใช้ก็ไม่ใช่ว่าจะนำมาปฎิบัติได้ทั้งหมดเลยถ้าหากขาดความเข้าใจในระดับตัวบทดังนั้นการพิจรณาฮาดิสนั้นเขาต้องเรียนเพื่อวิเคราะ ดังนั้นคนเอาวามจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องนี้  ผ่านผู้รุู้

เช่นเดียวกันในเรื่องของอะกีดะแต่ละแนวทางทั้งชีอะก็ต่างชิงธงอะลิสซุนนะวัลฯต่างกล่าวหากัน


    cool2:ในด้านของอะกีดะในกลุ่มวะฮาบีนั้นก็คือกลุ่มที่แยกมาจากแนวทางของฮานาบิลลานั้นเอง

ซึ่งในกลุ่มอุลามาอ์ฮัมบะลีย์เองมิได้มีหลักอะกีดะฮ์อันเดียวกัน แต่แตกออกเป็น 2 กลุ่ม  

1. กลุ่มอุลามาอฺมัซฮับฮัมบะลีย์  ที่ทำการมอบหมาย(ตัฟวีฎ)กับความหมายอายะฮ์หรือฮะดิษที่มีความหมายหลายนัยยังไปอัลเลาะฮ์ตะอาลา กลุ่มนี้เขาเรียกว่ากลุ่ม อัลมุเฟาวิเฎาะฮ์ اَلْمُفَوِّضَةُ  เช่น
ท่าน ท่านอิมามอะห์มัด
 อิบนุกุดามะฮ์
ท่านอิบนุรอญับ
ท่านอิบนุอบียะลา  
ท่านอิบนุอะกีล
ท่านอิบนุอัลเญาซีย์
ท่านอัสสะฟารีนีย์  
ท่านอิมามอับดุลบากีย์อัลฮัมบาลีย์  

ท่านอบูมุฮัมมัด อัตตะมีมีย์  เป็นต้น

ที่กล่าวมานี้คือ   อุลามาอฺมัซฮับฮัมบาลีย์ที่เป็นส่วนหนึ่งจากอะฮ์ลุลฮะดิษกลุ่มนี้  อะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์เรียกเขาว่า  فُضَلاَءُ مِنَ الحَنَابِلَةِ (บรรดาอุลามาอฺผู้ประเสริฐ ๆ จากฮัมบาลีย์) ซึ่งพวกเขาอยู่ในแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์  รู้จักในนามของ อะฮ์ลุลฮะดิษหรือกลุ่มอัลอะษะรียะฮ์
  
ในทางตรงกันข้ามก็มีอุลามาอฺฮัมบาลีย์อีกกลุ่มนั้น  สร้างความเสื่อมเสียและความอับอายให้แก่มัซฮับฮัมบาลีย์ในเรื่องอะกีดะฮ์ ตามที่อุลามาอฺมัซฮับฮัมบาลีย์ได้ยืนยันเอาไว้  

2. กลุ่มอุลามาอฺมัซฮัมบาลีย์(ยุคหลัง)  ซึ่งจะไม่ทำการมอบหมาย(ตัฟวีฎ)ความหมายของอายะฮ์หรือฮะดิษที่แท้จริงไปยังอัลเลาะฮ์ตะอาลา

 แต่พวกเขารู้ความหมายและเข้าใจความหมายในเชิงตัชบีฮ์(เข้าใจคุณลักษณะของอัลเลาะฮ์ไปคล้ายคลึงกับคุณลักษณะของมัคโลค)

 เช่น ท่านอุษมาน บิน สะอีด อัดดาริมีย์ (ซึ่งเป็นคนละคนก็ท่านอัดดารีมีย์เจ้าของสุนันอัดดาริมีย์ที่เป็นอะฮ์ลิสซุนนุะฮ์) ,
ท่านอบูยะลา ,

ท่านอบูอับดิลลาฮ์ อิบนุ ฮามิด 
ท่านอิบนุอัซซาฆูนีย์
ท่านอิบนุบัฏเฏาะฮ์ (เป็นนักรายงานที่ฏออีฟ) 
ท่านอิบนุมันดะฮ์ (ผู้ที่รายงานฮะดิษแล้วพูดเกี่ยวกับฮะดิษแล้วจะเบี่ยงเบนและสับสนตามที่ท่านอัซซะฮะบีย์ได้กล่าวไว้)
อัลกะฮารีย์ (นักกุฮะดิษ) 
ท่านอัลอิชชารีย์ (นักกุฮะดิษ)
ท่านอิบนุกาดิช (นักกุฮะดิษ)  เป็นต้น

ท่านอัลฮาฟิซฺ อิบนุอะษีร ได้ถ่ายทอดคำกล่าวของท่าน อิมาม อบู มุฮัมมัด อัตตะมีมีย์ อุลามาอฺมัซฮับฮัมบาลีย์ ความว่า

لَقَدْ شَانَ أَبُوْ يَعْلىَ الْحَنَابِلَةَ شَيْناً لاَ يَغْسِلُهُ مَاءُ البِحَارِ

""แท้จริงท่านอบูยะลาได้สร้างความเสื่อมเสียอับอายให้แก่บรรดาอุลามาอฺมัซฮับฮัมบาลีย์

 ซึ่งเป็นความอับอายที่น้ำทะเลก็ไม่สามารถล้างมันได้" หนังสือ กามิลอิบนุอะษีร : 10/52

ท่านอิมามอัลฮาฟิซฺ อิบนุ อัลเญาซีย์ อุลามาอ์มัซฮับฮัมบาลีย์ ได้กล่าวถึงอุลามาอฺฮัมบาลีย์บางกลุ่มว่า

وَرَأَيْتُ مِنْ أَصْحَابِنَا مَنْ تَكَلَّمَ فْي الأُصُوْلِ بِمَا لاَ يَصْلُحُ ، وَانْتَدَبَ للتَصْنِيْفِ ثَلاَثَةٌ أَبُوْ عَبْدِاللهِ بنُ حَامِدٍ ، وَصَاحِبُهُ الْقَاضِيْ وَابْنُ الزَّاغُوْنِيْ ؛ فَصَنَّفُوْا كُتُباً شَانُوْا بِهَا الْمَذْهَبَ وَرَأَيْتُهُمْ قَدْ نَزَلُوْا إِلَى مَنْزِلَةِ الْعَوَّامِ ، فَحَمَلُوْا الصِفَاتِ عَلىَ مُقْتَضَى الحِسِّ

"ข้าพเจ้าได้เห็นจากส่วนหนึ่งของอุลามาอฺแห่งเรา(คืออุลามาอฺมัซฮับฮัมบาลีย์) ได้ทำการพูดถึงเรื่องอุศูล(หลักอะกีดะฮ์)ด้วยกับสิ่งที่ไม่บังควร  

และทำการตอบรับในการประพันธ์เป็นตำราขึ้นมา โดย 3 ท่านด้วยกัน  คือ อบูอับดิลลาฮ์อิบนุฮามิด , ท่านกอฎีย์ อบูยะลา , และท่านอิบนุอัซซาฆูนีย์ ,

ดังนั้นพวกเขาจึงทำการประพันธ์ตำราต่าง ๆ ที่พวกเขาได้สร้างความเสื่อมเสียอับอายให้แก่มัซฮับ(ฮัมบาลีย์)  

และข้าพเจ้าได้เห็นพวกเขาลดตนเองลงไปอยู่ในตำแหน่งของคนเอาวาม(สามัญชน)

แล้วทำการตีความบรรดาซีฟาตของอัลเลาะฮ์ตามนัยยของรูปธรรม"  หนังสือ ชุบฮะตุชตัชบีฮ์ ของท่านอิบนุอัลเญาซีย์ หน้า 6

ดังนั้นเราจะพบว่า วาฮาบีปัจุบันจะมีความเชื่อเช่นนี้
 

สรุป

หลักอะกีดะฮ์ของอุลามาอฺมัซฮับฮัมบาลีย์กลุ่มที่ 2 เหล่านี้ได้เกิดขึ้นไปช่วงศตวรรษที่ 4

หลังจากนั้นได้หมดบทบาทลงด้วยการปกป้องจากแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์  

จนกระทั่งมาถึงศตวรรษที่ 7 ท่านอิบนุตัยมียะฮ์ก็ทำการฟื้นคืนกลับขึ้นมาอีกครั้งแล้วหมดบทบาทไป

ด้วยการด้วยการปกป้องจากนแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์  

ต่อมาในศตวรรษที่ 12 โดยการฟื้นคืนกลับขึ้นมาอีกโดยท่านมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ  

และนี่คือจุดกำเหนิดของแนวทางและหลักอะกีดะฮ์ของวะฮาบีย์ในปัจจุบันอย่างแท้จริง

ท่านชัยคุลอิสลาม อิมาม อัศศุบกีย์

فَهَذِهِ عَقِيْدَتُهُمْ ، وَيَرَوْنَ أَنَّهُمُ الْمُسْلِمُوْنَ ، وَأَنَّهُمْ أَهْلُ السُّنَّةُ ، وَلَوْ عُدُّوْا عَدَدًا لَمَا بَلَغَ عُلَمَاءُهُمْ مَبْلَغاً يُعْتَبَرُ وَيُكَفِّرُوْنَ عُلَمَاءَ الأُمَّةِ ، ثُمَّ يَعْتَزُوْنَ اِلَي الإِمَامِ أَحْمَدَ بْنِ حَنْبَل رَضِيَ اللهُ عَنْهُ ، وَهُوَ مِنْهُمْ بَرِيْءٌ وَلَكِنَّهُمْ كَمَا قَالَ بَعْضُ الْعَارِفِيْنَ وَرَأَيْتُهُ بِخَطِّ الشَّيْخِ تَقِيِّ الدِّيْنِ بْنِ الصَّلاَحِ : إِمَامَانِ اِبْتَلاَهُمَا اللهُ بِأَصْحَابِهِمَا وَهُمَا بَرِيْئَانِ مِنْهُمْ ، أَحْمَدُ بْنُ حَنْبَل اُبْتُلِيَ بِالْمُجَسِّمَةِ ، وَجَعْفَرُ الصَّادِقُ اُبْتُلِيَ باِلرَِّافِضَةِ

"นี้คืออะกีดะฮ์ของพวกเขา(คือพวกที่เชื่อว่าอัลเลาะฮ์มีรูปร่าง) พวกเขาเห็นว่า  พวกเขาคือคือมุสลิมีน  
พวกเขาคืออะฮ์ลิสซุนนะฮ์  หากพวกเขาถูกนับแล้ว  อุลามาอฺของพวกเขานั้นก็จะไม่ถูกขั้นระดับที่ได้รับการพิจารณา
พวกเขาฮุกุ่มกาเฟรกับบรรดาปวงปราชญ์แห่งประชาชาติอิสลาม
 
หลังจากนั้นก็ทำการอ้างอิงไปยังอิมามอะห์มัด บิน ฮัมบัล รอฏิยัลลอฮุอันฮุ โดยท่านอะห์มัดนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา
แต่พวกเขาเหล่านั้นก็เหมือนกับที่นักปราชญ์บางส่วนที่มีความรู้ได้กล่าวไว้แบบนั้น


และข้าพเจ้าได้เห็น(คำกล่าวของปราชญ์บางส่วน)ด้วยลายมือของท่านชัยค์ ตะกียุดดีน อิบนุ อัศศ่อลาห์  ได้บันทึกไว้ความว่า  

"อิมามสองท่านที่อัลเลาะฮ์ทรงให้ได้รับการทดสอบจากบรรดาสานุศิษย์ของทั้งสอง
 
ซึ่งทั้งสองนั้นไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย คือท่านอะห์มัด บิน ฮัมบัล ได้รับการทดสอบจากพวกที่อ้างว่าอัลเลาะฮ์มีรูปร่าง
 
และท่านญะฟัร อัศศอดิก ถูกทดสอบจากพวกชีอะฮ์อัรรอฟิเฏาะฮ์" หนังสือเฏาะบะก็อต อัชชาฟิอียะฮ์ อัลกุบรอ 2/17

วัลฮูอะลามบินซอวาบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ต.ค. 09, 2010, 01:56 PM โดย salaff »

whb

  • บุคคลทั่วไป
Re: ชีอะห์ Vs วาฮาบี
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: ต.ค. 09, 2010, 05:09 PM »
0
วัลลอฮุอะลัม

 

GoogleTagged