ผู้เขียน หัวข้อ: +++แอมโมเนียที่ใช้ในอาหาร อันตรายหรือไม่+++  (อ่าน 2396 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด

อัสลามุอะลัยกุม วะเราะมาตุลลอฮฺ วะบารอกาตุ

เห็นมีผู้ตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับแอมโมเนียที่ใช้ทำอาหาร
หรือขนมประเภทปลาท่องโก๋มา เลยลองค้นหาความรู้
เกี่ยวกับ "เจ้าแอมโมเนีย"มาให้

ดังนี้ค่ะ


ภัยใกล้ตัว...อันตรายจากแอมโมเนีย

 5 ส.ค. 52  สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า แก๊สแอมโมเนียรั่วที่โรงงานผลิตยาทางภาคเหนือ
ทำให้มีผู้ป่วยกว่า 200 คน  เนื่องจากการขนถ่ายแอมโมเนียกว่า ออกจากรถ  ในเขตมองโกเลีย 
ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ใต้ลมห่างจากโรงงาน 2 กิโลเมตร ต้องอพยพหนี ส่วนผู้ป่วยมีอาการปวด วิงเวียนศีรษะ และส่งผลกระทบระบบทางเดินหายใจ
ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล


ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์           







แอมโมเนีย


      แอมโมเนีย (AMMONIA) เป็นสารอนินทรีย์   ประกอบด้วยธาตุไนโตรเจนและไฮโดรเจน 
สูตรเคมี NH3  น้ำหนักโมเลกุล 17.03   

ชื่อเรียกอื่น  คือ AMMONIA ANHYDROUS

       แอมโมเนีย จัดอยู่ในหมู่สินค้าอันตราย   
ใน Class 2.3 คือเป็นก๊าซพิษและกัดกร่อน   
จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3
ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535
รหัสทะเบียน วอ.3005



        แอมโมเนียในบรรยากาศปกติจะเป็นแก๊สไม่มีสี   มีกลิ่นฉุนระคายเคือง  สภาวะที่อยู่ภายใต้ความกดดันอุณหภูมิต่ำจะมีสภาพเป็นของเหลว (Liquid fied)




รูปร่างโมเลกุล


       โมเลกุลของแอมโมเนีย มีลักษณะถูกอัดเป็น พีระมิดฐานสามเหลี่ยม   มีลักษณะเป็นไดโพล (dipole) และทำให้มันเป็นขั้ว ดังนั้นแอมโมเนียจึงละลายในน้ำ ได้ดีมากอะตอมไนโตรเจนในโมเลกุล
จะมีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว (lone electron pair)
และทำให้แอมโมเนียมีฤทธิ์เป็นเบสในสารละลายน้ำ (aqueous solution) ที่เป็นกรด หรือเป็นกลางมันสามารถจะมีพันธะกับไฮโดรเนียมไอออน (H3O+) ปลดปล่อยโมเลกุลของน้ำ (H2O) แล้วเกิดเป็นประจุบวกของแอมโมเนียมไอออน (NH4+),
ซึ่งรูปร่างปกติทรงสี่หน้า   




اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด
0

คุณสมบัติทางเคมี
       
1. กัดกร่อนและเป็นเบสสูง
เช่น สารละลายแอมโมเนีย 1.0 N  มี pH 11.6 สารละลายแอมโมเนีย 0.1 N มี pH 11.1  และสารละลายแอมโมเนีย 0.01 N มี pH 10.6
         
2. แอมโมเนียทำให้ยาง (Rubber) พลาสติก และสารเคลือบผิว
บูดบวมหมดสภาพ
     
3. ทำปฏิกิริยารุนแรงกับเอไมด์ และกรด

4. ติดไฟได้เมื่อทำปฏิกิริยากับกรดไนตริก

5. ปฏิกิริยากับสารอ๊อกซิไดซ์ สารประกอบของธาตุหมู่ฮาโลเจน เงิน ปรอท โบรอน โปตัสเซียม ฟอสฟอรัส และแคลเซียม จะเกิดการลุกไหม้และระเบิดอย่างรุนแรง
       
6. ทำปฏิกิริยากัดกร่อนสารตะกั่ว อลูมิเนียม ดีบุก ทองแดง หรือโลหะผสมทองแดง  เช่น ทองเหลือง สังกะสี หรือเหล็กที่ผ่านขบวนการกัลวาไนท์
       
7. ทำปฏิกิริยากับน้ำให้แอมโมเนียมไฮดร๊อกไซด์(NH4OH) และความร้อน (exothermic)
       
8. การสลายตัวโดยความร้อนจะให้ละอองฟูมกัดกร่อน (Corrosive fume of ammonia) และเกิดก๊าซพิษกลุ่มอ๊อกไซด์ ของไนโตรเจน
 


اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด
0

ประโยชน์

1. ใช้ดมเวลาเป็นลม
     
2. สารทำความสะอาดในบ้านเรือน (แอมโมเนียผสมแอลกอฮอล์ ) เช่น น้ำยาล้างกระจก
     
3. แอมโมเนียในสถานะก๊าซใช้เป็นสารนำความเย็นบรรจุในแผงท่อโลหะของตู้เย็น หรือเครื่องทำความเย็นของโรงงาน
     
4. ใช้ในการผลิตปุ๋ย ( ปุ๋ยยูเรียหรือแอมโมเนียมไนเตรต )
     
5. ใช้ในการผลิตพลาสติกประเภทเส้นใยไนล่อนที่ทำจากคาโปรแลคแทมหรือไฮโดรไซยาเนต
     
6. ใช้แอมโมเนียเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ในการผลิตเม็ดพลาสติก
ที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาของยูเรีย-
ฟอร์มัลดีไฮด์
     
7. ใช้แอมโมเนียในการล้างฤทธิ์กรดของน้ำมันดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม
     
8. ใช้ป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ
     
9. ใช้เติมลงไปเพื่อไม่ให้น้ำยางแข็งตัว ในกระบวนการขนส่งน้ำยางดิบที่กรีดจากต้นยาง
اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด
0

อันตรายจากแอมโมเนีย
   
1.ทำให้เกิดการระคายเคือง แสบตา อาจทำให้ตาบอดได้
     
2. เมื่อสูดเข้าไป ในปริใณมาก  จะทำให้
         
    2.1 สำลักหายใจไม่ออก เพราะเกิดการบวมน้ำของทางเดินหายใจ
    2.2 มีอาการคลื่นไส้อาเจียน
    2.3 ปวดท้องรุนแรง
    2.4 เจ็บหน้าอก
    2.5 ชักและถึงตายได้
   
3. เมื่อสูดดมเข้าไปปริมาณน้อย
    3.1ปอดบวม
    3.2 เยื่อจมูกและตาอักเสบ เพราะละลายน้ำได้ดีและเกิดความร้อนด้วย
   
4. แอมโมเนียเหลวถ้าถูกผิวหนัง จะกัดผิวหนังด้วยความเย็นจัด
اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด
0

การป้องกัน
   
ถ้าจะมีโอกาสประสบอุบัติเหตุจากก๊าซรั่ว ซึ่งเกิดจากการรั่วจากเครื่องทำความเย็น หรือถังก๊าซรั่วระหว่างขนส่ง มีวิธีป้องกันและแก้ไขดังนี้
     
1. ใช้อุปกรร์ป้องกัน หากต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับแก๊สชนิดนี้ เช่น ผู้ที่อยู่ในโรงงาน ผลิตแก๊ส
     
2.  เก็บถังก๊าซไว้ในที่อากาศระบายได้ดี ห่างจากแหล่งติดไฟ ห้ามสูบบุหรี่
     
3.  เมื่อได้กลิ่นเพียงเล็กน้อย ต้องหาทางป้องกันตัวเองก่อนเข้าไปปิดการรั่วไหล และเคลื่อนย้ายไปยังที่โล่ง
     
4. ในกรณีไฟไหม้ ห้ามใช้น้ำ
     
5. ถ้ามีผู้ป่วยต้องช่วยให้ได้รับอากาศบริสุทธิ์เร็วที่สุด
ถ้าจำเป็นให้ใช้การช่วยหายใจแบบปากต่อปาก
 หรือใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ
   
 6. ถ้าถูกผิวหนังควรชะล้างด้วยนํ้าปริมาณมาก ๆ ทาด้วยพอลลีเอธีลีน ไกลคอล 400 และส่งแพทย์..
اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด
0

แอมโมเนียกับปาท่องโก๋

สารให้ความกรอบใน ปาท่องโก๋   คือ เฉาก่า
หรือ เบคกิ้งแอมโมเนีย (Baking Ammonia)
หรือแอมโมเนียมไบคาร์บอเนต (Ammonium Bicabonate)     

ลักษณะทางกายภาพของแอมโมเนียมไบคาร์บอเนต 
มีลักษณะเป็นผงผลึกสีขาวที่อุณหภูมิห้อง 
มีกลิ่นของแอมโมเนียเล็กน้อย
และสามารถละลายน้ำได้
(ละลายได้ประมาณ 17.4% ในน้ำสะอาดอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส) 

แต่ไม่ละลายในอะซิโตนและแอลกอล์ฮอล
มีฤทธิเป็นกลาง pH ประมาณ 7.8



      แอมโมเนียม ไบคาร์บอเนต (Ammonium Biabonate)
จัดเป็นสารเติมแต่งในอาหารที่ให้คุณสมบัติ

1. ทำให้อาหารขึ้นฟู

2. ทำให้อาหารมีความกรอบ
     
3. ช่วยฆ่าแบคทีเรียได้
     

แอมโมเนียมไบคาร์บอนเนต  นิยมใช้ในอาหารที่ทำจากแป้ง
จำพวก ซาลาเปา ปาท่องโก๋


     แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต จะสลายตัวเมื่อได้รับความร้อน
ที่อุณหภูมิ 36-60 องศาเซลเซียส
โดยเมื่อสลายตัวจะให้แก๊ส 3 ชนิด คือ คาร์บอนไดออกไซค์ แอมโมเนีย
และไอน้ำ 

ดังสมการ

  NH4HCO3  ------->  NH3 + CO2 + H2O
 

اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด
اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด
0

แน่นอนว่า...แอมโมเนีย NH3 กับ แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต
หรือ แบคกิ้งแอมโมเนียที่ใช้เป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารนั้น
มันคนละสารกัน แต่ก็มีส่วนของตัวแอมโมเนีย...
ซึ่งเวลามันละลายด้วยความร้อนหรือโดนความร้อนมันก็จะระเหย

และให้ก๊าซออกมา 3 ตัว ซึ่งก็คือ คาร์บอนไดออกไซด์(ซึ่งเป็นก๊าซ
ที่ร่่างกายเราหายใจเอาออกมา) และก๊าซแอมโมเนีย
ซึ่งมีคุณสมบัติในการกัดกร่อน...มีกลิ่นฉุน...
ปาท่องโก๋บางเจ้าที่ทอดแล้วได้รับความร้อนไม่ทั่วถึง
จึงมีกลิ่นฉุนของแอมโมเนียติดมาด้วย...

หากบอกว่าไม่อันตรายเลยก็ไม่กล้าพูดนัก...
แต่มันก็มีขายในร้านที่ขายวัสดุที่ใช้ประกอบอาหาร
ในคุ้กกี้ก็มักจะนำแอมโมเนียม ไบคาร์บอเนตมาใช้ด้วย...

ซึ่งแอมโมเนียนั้นจริงๆแล้วไม่ควรมีในร่างกายเรา...เพราะมันเป็นสารพิษ

แต่ตอนเรียนนั้น อาจารย์บอกว่าร่างกายเราจัดการได้
โดยการเปลี่ยนเป็นยูเรีย แล้วก็ขับทางฉี่...

แต่อยากให้รู้ว่า...หากเรารับสารตัวนี้มาในปริมาณมากๆ
ก็ย่อมเป็นอันตรายอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น...
ก็ไม่อยากให้ตกใจกลัว แต่ถ้าไม่จำเป็นนักก็น่าจะหลีกเลี่ยง
ใช้วัตถุดิบอื่นทดแทนน่าจะดีกว่าค่ะ เพราะเคยทำปาท่องโก๋
ก็ไม่ได้ใส่แบคกิ้งแอมโมเนียนะคะ แต่จะใช้พวกยีสต์เอา
และเน้นเทคนิกในการนวดแป้งแทน...

เพราะการใช้แบคกิ้งแอมโมเนียมันเป็นการย่นระยะเวลา
ทำให้ขนมเราฟูในขณะทอด เพราะไอ้ตัวคาร์บอนไดออกไซด์
ที่เมื่อแอมโมเนียมคาร์บอเนตโดนความร้อนแล้วให้ก๊าซดังกล่าวมานี้แหล่ะค่ะ
ที่เป็นตัวการทำให้ขนมฟู เนื้อโปร่ง กรอบ ตามคุณสมบัติของสาร...


แต่อยากบอกว่า...มีสารอีกตัวที่ดีกว่าแบคกิ้งแอมโมเนีย
และมีคุณสมบัติในการทำให้ขนมฟูและกรอบ และดูจะน่ากลัวน้อยกว่า
แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต...นั่นคือผงฟูหรือแบคกิ้งโซดาค่ะ

แต่อย่่างที่บอกค่ะ ผงฟูหรือตัวช่วยให้ฟูอาจไม่จำเป็นต้องใช้เลย
ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับเทคนิคในการนวดแป้ง หรืออีกนัยคือ
มันขึ้นอยู่กับฝีมือคนนวดแป้งมากกว่าค่ะ...



หากสามารถลดการใช้สารเคมีได้มากเท่าไหร่
ก็จะยิ่งดีต่อสุขภาพเราและผู้บริโภคได้มากเท่านั้นค่ะ...

อย่าลืมว่า...ทุกสิ่งที่เราทำเราต้องใส่ใจคนกินด้วย...
มันคือหน้าที่ความรับผิดชอบของเราโดยตรง...
มันคืออามานะห์...

^^


اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด
0
และเคยอ่านเจอว่่าแอมโมเนียมไบคาร์บอเนตเป็นส่วนประกอบ
หรือส่วนผสมของเครื่องสำอางก์ประเภทขัดผิวให้ขาว ใส สะอาดด้วย

ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตก็เช่นกันค่ะ มีการนำมาขัดผิวตัว
และผิวหน้ากันด้วย เพราะตามคุณสมบัติทางเคมีของทั้งสองสารนัั้น
มีฤทธิ์ในการกัดกร่อนค่ะ...

สำหรับคนที่แพ้ง่ายจึงควรระวัง และสำหรับคนที่อยากขาว
ภายในไม่กี่วันยิ่งต้องระวังด้วยนะคะ อย่างที่เกริ่นไว้ว่า
มันคือสารเคมี มีผลข้างเคียง และอาจจะแพ้ได้สำหรับบางคน


ซึ่งจริงๆแล้ว....อยากแนะนำให้สครับหน้าหรือขัดผิวด้วย
เอนไซม์จากหัวบุคน่าจะดีกว่าค่ะ เพราะมาจากธรรมชาติ
เป็นสมุนไพร...แต่ก็ไม่ควรขัดผิวบ่อยเกินไป
เพราะจะทำให้ผิวเราบาง เจอโน่นนิดเจอนี่หน่อยผิวก็อาจจะไหม้ได้
คราวนี้จากที่อยากขาวก็อาจได้ฝ้ามาแทน...เป็นแผ่นกันเลยทีเดียว...

สมุนไพรไทยดีๆอย่างน้ำมันมะพร้าวก็ช่วยในการขัดหน้าเราเช่นกันค่ะ
แต่อาจจะไม่ขัดหน้าจนขาวเร็วทันตาเหมือนสารเคมีประเภท
แอมโมเนียมไบคาร์บอเนตกับผงฟูสักเท่าไหร่นัก...
แต่เชื่อเถอะค่ะ...ช้าๆได้พร้าเล่มงาม... ^^

เย้ยไม่ใช่...ต้องบอกว่า...ช้าๆได้หน้างามๆ ถึงจะใช่...

ดังนั้น ก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอางก์
เราควรอ่านส่วนผสมของมันสักนิดนะคะ...
หรือถ้าไม่อยากเสี่ยง ก็ลองหันมาใช้สมุนไพรบ้านดูค่ะ

บางครั้งเครื่องสำอางก์จากสมุนไพรของถูกๆตามท้องตลาดอาจจะถูกกับหน้าของเรา
มากกว่าเครื่องสำอางก์ราคาแพงๆที่ขายตามห้าง
หรือที่โฆษณาในโทรทัศน์เป็นไหนๆก็ได้ค่ะ...

ด้วยความปรารถนาดีจาก...
นักออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กับสถาบันความงาม
ที่มีชื่อแห่งหนึ่งในเมืองไทยและต่างประเทศค่ะ...

ว่า...เพื่อไม่เป็นการสิ้นเปลืองเงินทอง...
ไม่มีอะไรสู้สมุนไพรไทยบ้านๆของเราได้...ฟันธง!!!

^^


اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด
0
ว่างๆ อินชาอัลลอฮฺ...
จะนำสูตรขนมปาท่องโก๋นมสดที่อร่อยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแอมโมเนียมไบคาร์บอเนตมาให้ค่ะ...

และอาจจะไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผงฟูแต่ยังคงความอร่อย
และกรอบนุ่มได้ด้วยค่ะ...ซึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกชนิด
ของแป้งและเทคนิคในการนวดแป้งนิดนึง...


^^

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธ.ค. 11, 2013, 01:57 AM โดย nada-yoru »
اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

 

GoogleTagged