ผู้เขียน หัวข้อ: เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด  (อ่าน 3855 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด
« เมื่อ: ก.พ. 08, 2007, 09:29 AM »
0

السلام عليكم ورحمة الله وبركاته

ประวัติเมาลิดรำลึกถึงท่านนบี (ซ.ล.)  เป็นอีกแง่มุมหนึ่ง  ที่ฝ่ายวะฮาบีย์ พยายามอ้างว่า พวกชีอะฮ์เป็นฝ่ายแรกที่ทำเมาลิดขึ้นมา  เพื่อกล่าวหาพี่น้องมุสลิมอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ว่า  เจริญรอยตามชีอะฮ์  การเสวนาต่อไปนี้  สามารถตีแผ่ประเด็นดังกล่าวได้อย่างดีเลยทีเดียว  อินชาอัลเลาะฮ์

والسلام

อัลอัซฮะรีย์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ก.พ. 09, 2007, 12:27 AM โดย al-azhary »
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ก.พ. 08, 2007, 09:31 AM »
0
al-azhary

السلام عليكم ورحمة الله وبركاته وطيباته

มีอาจารย์วะฮาบีย์บางท่าน กล่าวอ้างว่า ชีอะฮ์อิสมาอีลียะฮ์ ราชวงศ์อิสมาอีลียะฮ์ เป็นผู้ริเริ่มการทำเมาลิดนบี(ซ.ล.) แล้วกล่าวหามุสลิมที่ทำเมาลิดรำลึกถึงท่านนบี(ซ.ล.) ว่า เป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของพวกชีอะฮ์ โดยที่การทำเมาลิดรำถึงท่านนบี(ซ.ล.) นั้นเป็นบิดอะฮ์ที่ลุ่มหลง และการทำเมาลิดนำไปสู่นรก ดังนั้น เราอย่าถูกหลอกด้วยคำกล่าวที่ว่า ชีอะฮ์อิสมาอีลียะฮ์คือผู้ริเริ่มทำเมาลิดท่านนบี!!

อนึ่ง การสนทนาในกระทู้นี้ ผมต้องการสนทนาในเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับผู้ริเริ่มทำเมาลิดรำลึกถึงนบี(ซ.ล.)เท่านั้น โดยที่ไม่ต้องการจะสนทนากันถึงเรื่องฮุกุ่มของการทำเมาลิดรำลึกถึงท่านนบี(ซ.ล.) เนื่องจากเราพูดกันมามากต่อมากแล้ว เพราะฉะนั้น การสนทนาเป็นประเด็นๆ ไป ย่อมมีคุณภาพมากกว่าครับ โปรดท่านผู้คัดค้านหรือต้องการออกความเห็นเข้ามาสนทนาโดยรักษาระเบียบที่ผมขอร้องไว้ด้วยนะครับ จักขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง


ภูมิหลังประวัติศาสตร์ผู้ริเริ่มทำเมาลิด

ผู้ริเริ่มทำเมาลิดโดยฉลองแสดงความยินดีกับวันประสูตของท่านนบีมุหัมมัด(ซ.ล.) คือตัวของท่านนบีมุหัมมัด ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เอง ท่านอิมามมุสลิมได้รายงานจากท่านอบีเกาะตาดะฮ์ว่า

سئل رسول الله صلى الله عليه وسلم عن صوم يوم الإثنين فقال : ذلك يوم ولدت فيه وأنزل على

"ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.)ถูกถามเกี่ยวกับการถือศีลอดในวันจันทร์ ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.)กล่าวตอบว่า "ดังกล่าวนั้น (เพราะเป็น ) วันที่ฉันเกิด และ(อัลกุรอาน)ถูกประทานลงมาแก่ฉัน" รายงายโดยท่าน มุสลิม

หะดิษดังกล่าวนี้บ่งชี้อย่างชัดเจนถึงการอนุญาติให้มีการฉลอง มีความปิติยินดี ชุโกรเนี๊ยะมัต ในวันเกิดของท่านนบี(ซ.ล.) เพราะเหตุผลในการทำความดี ด้วยการถือศีลอดในวันจันทร์นั้น ท่านนบี(ซ.ล.)ได้กล่าวเหตุผลไว้ว่า "เพราะมันเป็นวันเกิด(เมาลิด)ของฉัน" ดังนั้น จึงถือว่าไร้ความหมายกับผู้ที่กล่าวว่า ชีอะฮ์อัลอิสมาอีลียะฮ์จากพวกฟาฏิมีย์เป็นบุคคลแรกที่ฉลองความปิติยินดี ชุโกรเนี๊ยะมัน ในวันเกิดของท่านนบี(ซ.ล.) เพราะการเชื่อว่าพวกชีอะฮ์อัลอิสมาอีลียะฮ์เป็นบุคคลแรกที่แสดงความยินดี ชุโกรเนี๊ยะมัตในวันเกิดของท่านนบี(ซ.ล.)นั้น ถือว่าเป็นการเฉไฉ และทำไม่รู้ไม่ชี้เกี่ยวกับสัจจะธรรม

หากถูกกล่าวแก่เราว่า ท่านนบี(ซ.ล.) ได้ทำการถือศีลอด ก็เพราะว่าเป็นวันเกิดของท่าน แต่พวกเราทำการฉลองเมาลิดเพื่อรำลึกถึงท่านนบี(ซ.ล.)ด้วยการรวมตัวกัน และมาทำการอ่านประวัติ อ่านอัลกุรอานบางส่วน ซอลาวาต ทำการให้อาหารและเลี้ยงอาหาร โดยที่ท่านนบี(ซ.ล.) ไม่เคยกระทำรูปแบบนี้มาก่อน ซึ่งมันเป็นบิดอะฮ์หรือไม่?

เราขอตอบว่า กรณีดังกล่าวนี้ มันอยู่ในเรื่องของ "วิธีการในการเฉลิมฉลองเมาลิดของท่านนบี(ซ.ล.) " หรือแล้วแต่สภาพการของแต่ละพื้นที่ ซึ่งวิธีการในการรำลึกถึงท่านนบี(ซ.ล.) นั้น เป็นเรื่องวิธีการที่อยู่ในรูปแบบกว้างๆ (มุฏลัก) ที่เป็นประเด็นในเชิงวินิจฉัย (อิจญฺฮาด) ของบรรดานักปราชญ์ ดังนั้น รูปแบบในการทำเมาลิดรำลึกท่านนบี(ซ.ล.) ก็ยังคงถูกเปิดให้แก่ประชาชาติอิสลาม ในการวินิจฉัย พิจารณาตามสภาพที่สะดวกของพวกเขา โดยไม่ขัดกับหลักการของศาสนา เพราะฉะนั้น การมีความปีติยินดีเกี่ยวกับวันเกิด(เมาลิด)ของท่านนบี(ซ.ล.) นั้น มีรากฐานจากหลักการของศาสนา แต่วิธีการต่างๆ เหล่านั้น อิสลามได้เปิดกว้างโดยมอบให้อยู่ในเรื่องของการวินิจฉัย

ส่วนหลักการวินิจฉัยนั้น มีประเด็นมากมาย ที่หลักการพื้นฐานของมันได้ระบุเอาไว้ตามหลักของศาสนา แต่วิธีการนั้น ถูกมอบให้กับประชาชาติอิสลามทำการวินิจฉัยได้ อย่างเช่น เรื่องของอัลกุรอาน ซึ่งไม่มีผู้ใดคัดค้านในเรื่องของความดีงามและความประเสริฐของการท่องจำ การเรียน การสอนและเผยแพร่อัลกุรอาน

แต่วิธีการสอน การท่องจำ การเรียน และการเผยแพร่อัลกุรอานนั้น มันมีรูปแบบและวิธีการต่างกันหรือไม่? และอย่างไร?

คำตอบก็คือ ให้ผู้อ่านพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน ท่านผู้อ่านจะเห็นและทราบว่า วิธีการสอน การเรียน และการเผยแพร่อัลกุรอานนั้น มีอยู่ในทั้งรูปแบบของ โรงเรียน หรือ มหาวิทยาลัย มีคณะอัลกุรอาน มีสมาคมสอนอัลกุรอาน มีการแข่งขันอ่านอัลกุรอาน ท่องจำอัลกุรอาน มีการมอบรางวัลให้กับผู้ท่องจำอัลกุรอาน มีประกาศนียบัตรให้กับผู้สำเร็จในหลักสูตรวิชาอัลกุรอาน และมีการสัมมนาเกี่ยวกับการเรียนการสอนและความสำคัญของอัลกุรอาน มีการบันทึกอัลกุรอานในรูปแบบ เทป หรือ ซีดี มีการเผยแพร่อัลกุรอาน ที่อยู่ในรูปแบบของโรงพิมพ์ มีการตีพิมพ์อัลกุรอานที่มีสีสันเน้นคำตัจญวีด มีการทำเล่มที่มีหลากหลายรูปแบบ และบางทีการเผยแพร่อัลกุรอานที่อยู่ในรูปแบบของสมาคมนักกอรีย์ เป็นต้น ดังนั้น รูปแบบต่างๆ เหล่านี้ มีอยู่ในสมัยของท่านนบี(ซ.ล.)หรือไม่?? ท่านผู้อ่านโปรดพิจารณาครับ
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ก.พ. 08, 2007, 09:36 AM »
0
al-azhary

แต่รูปแบบการเฉลิมฉลองเมาลิดรำลึกถึงท่านนบี(ซ.ล.) อย่างเป็นทางการเช่นปัจจุบันนี้นั้น ผู้คัดค้าน มักจะอ้างว่า ชีอะฮ์ อิสมาอีลียะฮ์ กษัตริย์ราชวงค์ฟาฏิมีย์ เป็นคนแรกที่กระทำเมาลิดขึ้นมาในศตวรรษที่ 4 !! แล้วก็โพทนาว่า การทำเมาลิด เป็นการเลียนแบบพวกชีอะฮ์ เป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของชีอะฮ์ โดยฉวยโอกาสใช้อ้างเป็นหลักฐานให้พี่น้องอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์รังเกียจในเรื่องการทำเมาลิดรำลึกถึงท่านนบี(ซ.ล.)

รายละเอียดและวิจารณ์

เป็นที่ทราบกันดีว่าราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ในอียิปต์ ในช่วงปี 362 ฮ.ศ. - 567 ฮ.ศ. ซึ่งในขณะนั้น ราชวงศ์ อัสสัลฆูญีย์ อัตตุรกีย์ ได้มีอำนาจเข้าครอบครองอิรัก ในช่วงปี 447 ฮ.ศ. - 656 ฮ.ศ. ซึ่งเขาอยู่ในแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์ (ดู หนังสือ อัตตารีค อับบาซีย์ วะ อัลฟาฏิมีย์ หน้า 38 ของท่าน ดร. อะหฺมัด อัลอับบาดีย์)

ในขณะที่ราชวงศ์อัสสัลฆูญีย์เรืองอำนาจ ได้ทำการขยายอำนาจโดยการตั้งบรรดาเจ้าเมือง ซึ่งพวกเขาถูกเรียกนาม อัลอะบาติกะฮ์ แล้วทำการมอบดินแดนให้พวกเขาครอบครอง เมื่อราชวงศ์อัสสัลฆูญีย์มีอำนาจอ่อนแอลง บรรดาเจ้าเมืองเหล่านั้นก็ทำการปกครองดินแดนของตนเอง ส่วนหนึ่งจากเจ้าเมืองที่มีความโดดเด่นในช่วงสมัยนั้น คือ อิมาดุดดีน ซังกีย์ เจ้าเมืองอัลอะบาติกะฮ์ผู้วางรากฐานการปกครอง เมืองเมาซิล(โมซุล) ซีเรีย เมื่อต่างๆ ของร่อบิอะฮ์และมะฏ๊อร และจากสายของ อิมาดุดดีน ซังกีย์นี้ ก็มีท่าน นูรุดีน มะหฺมูด ซังกีย์ ผู้สืบทอดการปกครอง และในกองทัพของท่านนูรุดีน ซังกีย์นั้น ก็มีท่านซ่อลาหุดดีน อัลอัยยูบีย์ เหล่าราชวงศ์อัสสัลฆูญีย์ ได้ก่อตั้งระบบสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาวิทยาการของซุนนะฮ์เพื่อทำการต่อต้านมัซฮับชีอะฮ์อิสมาอีลียะฮ์ ซึ่งท่านนูรุดดีน มะหฺมูด ซังกีย์ ได้ดำเนินนโยบายนี้ อยู่ที่เมืองชาม(อิรักและซีเรีย) และท่านศ่อลาหุดดีน อัลอัยยูบีย์ ได้มีเป้าหมายที่อียิปต์ เพื่อพิชิตการเผยแพร่ของฟาฏิมียะฮ์ ฮ์ (สรุปจาก หนังสือ อัตตารีค อับบาซีย์ วะ อัลฟาฏิมีย์ หน้า 197 ของท่าน ดร. อะหฺมัด อัลอับบาดีย์)

ดังนั้น การกล่าวอ้างว่า ราชวงศ์ฟาฏิมีย์เป็นผู้ริเริ่มในการทำเมาลิดนบี(ซ.ล.) เป็นครั้งแรกนั้น จึงเป็นสิ่งที่คลุมเคลือ ไม่มีความถูกต้องเด็ดขาดแต่อย่างใด ผู้อ้างตนเป็นซุนนะฮ์บางกลุ่มพยายามเชื่อและยึดมั่นว่าราชวงศ์ฟาฏิมีย์เป็นบุคคลแรกในการทำเมาลิดนบี(ซ.ล.)นั้น ไม่ใช่อื่นใด นอกจากเพื่อจะนำมาใช้ตำหนิ หุกุ่มพี่น้องมุสลิม ว่าทำบิดอะฮ์ ตกนรก เท่านั้นเอง

ท่าน อัลหาฟิซฺ อัศสะคอวีย์ (ร.ฮ.) กล่าวว่า

لم يفعله أحد من السلف في القرون الثلاثة، وإنما حدث بعد، ثم لا زال أهل الإسلام من سائر الأقطار والمدن الكبار يعملون المولد، ويتصدقون في لياليه بأنواع الصدقات، ويعتنون بقراءة مولده الكريم، ويظهر عليهم من بركاته كل فضل عميم

"(การกระทำเมาลิดในรูปแบบอย่างเป็นทางการนั้น) ไม่มีสะลัฟจากศตวรรษทั้งสามได้กระทำมัน แต่มันได้เกิดหลังจากนั้น หลังจากนั้นบรรดาผู้นับถือศาสนาอิสลาม จากแคว้นต่างๆ หรือเมืองใหญ่ๆ ต่างๆ ก็ยังคงกระทำเมาลิด โดยที่พวกเขาได้ทำการบริจาคทานในบรรดาค่ำคืนของเมาลิด ด้วยการบริจาคหลากหลายประเภท และพวกเขาได้เอาใจใส่กับการอ่านเล่าประวัติการเกิดอันมีเกียตริของท่านบี(ซ.ล.) และบรรดาความศิริมงคลของการเกิดของท่านนบี(ซ.ล.)ได้ประสบแก่พวกเขากับทุกๆ ความประเสริฐที่ครอบคลุมทั่วกัน"

ท่านอิมามอบูชามะฮ์ (ร่อหิมะฮุลลอฮ์) (เสียชีวิต ปี 566 ฮ.ศ.) นักประวัติศาสตร์ท่านหนึ่งของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์ กล่าวไว้ว่า

وكان أول من فعل ذلك بالموصل الشيخ عمر بن محمد الملا أحد الصالحين المشهورين وبه اقتدى في ذلك صاحب أربل وغيره رحمهم الله تعالى

"บุคคลแรกที่กระทำสิ่งดังกล่าว(เมาลิด) ที่เมือง เมาซิล นั้น คือ ชัยค์ อุมัร บิน มุหัมมัด อัลมุลลา หนึ่งในบรรดาผู้มีคุณธรรมที่เลื่องลือ และด้วยการกระทำของเขานั้น ก็ได้ดำเนินตามสิ่งดังกล่าว โดยเจ้าเมืองอิรบิล และคนอื่นๆ (ร่อหิมะฮุมุลเลาะฮ์)" ดู หนังสือ อัลบาอิษ อะลา อิงการ อัลบิดะอฺ เล่ม 1 หน้า 24

วิจารณ์

ท่านอิมาม อบู ชามะฮ์ ไม่ได้กล่าวเอาไว้เลยว่า การกำเหนิดเมาลิดได้ริเริ่มขึ้นมาโดยราชวงศ์อัลฟาฏิมียะฮ์ ที่อียิปต์ และท่านอบูชามะฮ์ ก็อยู่ร่วมในสมัยเดียวกับราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ที่ท่านศ่อลาหุดดีน อัลอัยยูบีย์ ผู้มีอะกีดะฮ์อัลอะชาอิเราะฮ์ ทำการพิชิตได้หลังจากท่านอบูชามะฮ์เสียชีวิตได้ปีเดียวเท่านั้น
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ก.พ. 08, 2007, 09:37 AM »
0
al-azhary

กษัตริย์จอมทัพ นูรุดดีน มะหฺมูด ซังกีย์

กษัติย์ นูรุดดีน มะหฺมูด ซังกีย์ นั้น เป็นบุคคลที่สามารถพิชิตสงครามครูเสดได้หลายสมรภูมิด้วยกัน ในกองทัพของเขา มีท่าน ซอลาหุดดีน อัลอัยยูบีย์ร่วมอยู่ด้วย และท่านก็ได้ส่งท่านซอลาหุดดีนไปประจำการที่อียิปต์หลังจากนั้น มีนักหะดิษท่านหนึ่งได้ทำการรายงานหะดิษแบบ มุซัลซัล (หะดิษมีการรายงานในรูปแบบที่สืบเนื่อง) โดยมีการยิ้ม เขาก็ได้ขอให้ท่าน นูรุดดีน ซังกีย์ทำการยิ้มด้วยเพื่อที่จะได้รายงานในรูปแบบที่สืบเนื่องกันมา แต่ท่านนูรุดดีนงดจากการกระทำสิ่งดังกล่าว และกล่าวว่า "ฉันละอายต่ออัลเลาะฮ์ ที่พระองค์ทรงเห็นฉันยิ้ม โดยที่บรรดามุสลิมีนถูกปิดล้อมโดยพวกฟรังก์(ฝรังเศส) ที่ดุมยาฏ(จังหวัดหนึ่งของอียิปต์)"

ท่าน อัลมะเฏาะรีย์ ได้กล่าวประวัติของท่านนูรุดดีน ซังกีย์ ไว้ใหนหนังสือ ตีรีค อัลมะดีนะฮ์ ว่า "กษัตริย์ นูรุดดีน มุหฺมูด ซังกีย์ นั้น ได้ฝันเห็นท่านนบี(ซ.ล.)ในคืนหนึ่ง ถึงสามครั้งด้วยกัน โดยทุกๆครั้งท่านนบี(ซ.ล.) กล่าวแก่เขาว่า "โอ้ มะหฺมูด ท่านจงกอบกู้ฉัน จากบุคคลสองคนนี้ด้วย" สองคนนี้มีผิวอมแดง ดังนั้น ท่านนูรุดดีน มะหฺมูด ซังกีย์ ได้เรียกรัฐมนตรีมาพบก่อนเวลาซุบหฺ แล้วก็บอกเรื่องความฝันกับเขา รัฐมนตรีท่านนั้นกล่าวแก่ ท่าน นูรุดดีน มะหูมูด ซังกีย์ ว่า เหตุการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นที่เมืองมะดีนะฮ์ของท่านนบี(ซ.ล.) ซึ่งไม่มีผู้ใดอีกแล้ว(ที่จะช่วยเหลือ)นอกจากท่าน ดังนั้น ท่านนูรุดดีน ซังกีย์ จึงเตรียมการเดินทางเร็ว ด้วยอูฐ 1000 ตัว และติดตามด้วยม้าและอื่นๆ จนกระทั้งถึงเมืองมะดีนะฮ์โดยไม่มีผู้ใดรู้ตัว ดังนั้น ท่านนูรุดดีนจึงขอให้บรรดาผู้คนทั้งหมดร่วมกันบริจาคทาน โดยไม่มีผู้ใดคงเหลืออยู่เลยที่เมืองมะดีนะฮ์ นอกจาก ชายสองคนที่คล้ายกับเป็นคนมาจากสเปน(อันดะลูส) ที่ลงไปอยู่ในด้านหนึ่งของห้องท่านนบี(ซ.ล.)ที่อยู่นอกมัสยิด ซึ่งอยู่ ณ ที่พำนักของวงค์ท่านอุมัรอิบนุค๊อฏฏอบ อันเป็นทราบกันดีไปปัจจุบันว่า ดารฺ อัลอะชะเราะฮ์ (ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุม) ชายสองคนกล่าวว่า เราได้มาถึงที่นี้ เพื่อทำการเคลื่ยนย้ายนบี(ซ.ล.)ออกจากห้องที่มีเกียตรินี้ ท่านนูรุดดีน ซังกีย์ พบว่า ทั้งสองได้การเจาะขุดเป็นโพลงใต้ดิน จากข้างใต้กำแพงมัสยิดด้านหน้า โดยทั้งสองเอาดินไปถมบ่อที่บ้านทั้งสองอาศัยอยู่ ดังนั้น ท่านนูรุดดีน ซังกีย์ จึงสั่งให้ประหารทั้งสอง" ดู หนังสือ ตีรีค อัลมะดีนะฮ์ ของท่าน อัลมะเฏาะรีย์ เล่ม 3 หน้า 507 ? 508 , หนังสือ วะฟาอฺ อัลวะฟาฮ์ บิ อัคบารฺ ดารุลมุสเฏาะฟา ของท่าน อัซซัมฮูดีย์ เล่ม 2 หน้า 430 ? 435 , หนังสือ อัตตั๊วะหฺฟะฮ์ อัชชะรีฟะฮ์ ฟี ตารีค อัลมะดีนะอ์อัชชะรีฟะฮ์ ของท่าน อัศศะคอวีย์ เล่ม 1 หน้า 45

ท่านอิบนุกะษีรได้กล่าวประวัติคุณความดีงามของท่าน นูรุดดีน มะหฺมูด ซังกีย์ ได้ตอนหนึ่งว่า

ذلك كله بإشارة الشيخ الصالح العابد عمر الملا ، وقد كان له زاوية يقصد فيها وله فى كل سنة دعوة فى شهر المولد يحضر فيه عنده الملوك والأمراء والعلماء والوزراء ويحتقل بذلك

"ดังกล่าวทั้งหมดนั้น ด้วยการแนะนำของ ชัยค์ที่มีคุณธรรม ผู้เคร่งครัดในอิบาดะฮ์ คือ ท่านอุมัร อัลมุลลา โดยที่เขาจะมีมุมหนึ่งที่เขาจะมุ่งไป(ทำอิบาดะฮ์) และสำหรับ ท่านนูรุดดีน มะหฺมูด ซังกีย์ นั้น ในทุกๆปี จะมีการเชิญมาในเดือนที่ท่านนบีประสูต โดยมีบรรดากษัตริย์ บรรดาเจ้าชาย บรรดานักปราชญ์ และบรรดารัฐมนตรี ได้มา(ตามการเชิญ)ที่เขาในเดือนเมาลิด(ทานนบี) แล้วท่านนูรุดดีน มะหฺมูด ซังกีย์ ก็ทำการฉลองเดือนเมาลิดนบีดังกล่าว" ดู หนังสือ อัลบิดายะฮ์ วันนะนิฮายะฮ์ เล่ม 12 หน้า 263

เราสังเกตุได้ว่า ท่าน นูรุดดีน มุหฺมูด ซังกีย์ นั้น เป็นกษัตริย์ที่รักบรรดาอุลามาอ์และผู้ที่มีคุณธรรมทั้งหลาย และท่านเองก็ทำเมาลิดนบี(ซ.ล.)

ท่านอิบนุกะษีร กล่าวระบุไว้ว่า

الملك المظفر أبو سعيد كوكبري ، أحد الأجواد والسادات الكبراء والملوك الأمجاد له آثار حسنة وكان يعمل المولد النبوي الشريف في ربيع الأول ويحتفل به احتفالاً هائلاً ؛ وكان مع ذلك شهماً شجاعاً فاتكاً
عاقلاً عادلاً ، رحمه الله وأحسن مثواه

" กษัตริย์ อัลมุซ๊อฟฟัร อบูสะอีด กูกูบรีย์ หนึ่งจากบรรดาผู้ใจบุญศุลทาน เป็นหัวหน้าที่ยิ่งใหญ่ และเป็นกษัตริที่มีเกียรติ ซึ่งเขามีบรรดาผลงานที่ดีงาม เขาได้ทำเมาลิดนบี(ซ.ล.)ที่มีเกียตริ ในเดือนร่อบิอุลเอาวัล โดยที่เขาได้ทำการฉลองเมาลิดนบี(ซ.ล.) อย่างยิ่งใหญ่ และพร้อมกับสิ่งดังกล่าวนั้น เขาเป็นผู้ที่ชาญฉลาด กล้าหาญ ชาญชัย มีสติปัญหาดี และมีความยุติธรรม ขออัลเลาะฮ์ทรงเมตตาแก่เขา และทรงประทานความดีงามแก่พี่พำนักของเขา" ดู หนังสือประวัติศาสตร์ อัลบิดายะฮ์ วัน นะฮายะฮ์ ของท่านอิบนุกะษีร เล่ม 13 หน้า 136

ท่านอัลหาฟิซฺ อัซซะฮะบีย์ ได้กล่าวถึง กษัตริย์ อัลมุซ๊อฟฟัร ว่า

وقد جمع له ابن دحية كتاب المولد فأعطاه ألف دينار وكان متواضعا خيرا سنيا ، يحب الفقهاء والمحدثين

"ท่านอิบนุ เดี๊ยะหฺยะฮ์ได้ทำการรวบรวมหนังสือเกี่ยวกับเมาลิดนบีให้กับกษัตริย์มุซฺ๊อฟฟะรุดดีน แล้วได้มอบทองหนึ่งพันดีนารได้กับท่านอิบนุเดี๊ยะหฺยะฮ์ และแล้วเขา(กษัตริย์มุซฺ๊อฟฟะรุดดีน)นั้น เป็นผู้ที่นอบน้อมถ่อมตน เป็นคนดี ยึดซุนนะฮ์ รักบรรดานักปราชญ์ฟิกห์ และนักปราชญ์หะดิษ" ดู ซิยัร อะลาม อันนุบะลาอ์ เล่ม 22 หน้า 336

ท่านผู้อ่านที่เคารพโปรดพิจารณาครับว่า ท่านอิบนุกะษีร และท่านอัซซะฮะบีย์ ได้กล่าวกับ กษัตริย์ อัลมุซ๊อฟฟัรว่า เป็นผู้ที่มีคุณธรรม มีความยุคติธรรม ทั้งที่เขาทำเมาลิดนบี(ซ.ล.) และบรรดานักหะดิษแห่งโลกอิสลามมากมายที่มีทัศนะในการทำเมาลิดรำลึกถึงท่านนบี(ซ.ล.)

-------------------------------------------------------------------------

al-azhary

หลักฐานที่ดีที่สุดสำหรับผู้คัดค้านในการแอบอ้างว่า ผู้ริเริ่มทำเมาลิด คือ ราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ ชีอะฮ์อิสมาอีลียะฮ์ โดยยึดคำพูดของท่าน อัลมุกรีซีย์ (เสียชีวิตปี 845 ฮ.ศ.) ในหนังสือ อัลมะวาอิซฺ วะ อัลเอี๊ยะติบาร บิ ซิกร อัลคุฏ๊อฏ วะ อัลอาษาร ซึ่งเป็นหนังสือที่รู้จักกันนาม อัลคุฏ๊อฏ อัลมุกรีซียะฮ์ของเขา ว่า


وكان للخلفاء الفاطميين في طول السنة اعياد ومواسم وهي :
مواسم راس السنة ، وموسم اول العام ، ويوم عاشوراء ، ومولد النبي صلى الله عليه وسلم ، ومولد علي بن ابي طالب رضي الله عنه ، ومولد الحسن ومولد الحسين عليهما السلام ، ومولد فاطمة الزهراء عليهما السلام ، ومولد الخليفة الحاضر ، وليلة اول رجب ، وليلة نصفه ، وليلة اول شعبان ، وليلة نصفه ، وموسم ليلة رمضان ، وغرة رمضان ، وسماط رمضان ، وليلة الختم ، وموسم عيد الفطر وموسم عيد النحر وعيد الغدير ووكسوة الشتاء ، وكسوة الصيف ، وموسم فتح الخليج ، ويوم النوروز ، ويوم الغطاس ، ويوم الميلاد ، وخميس العدس وايام الركوبات

"ในตลอดทั้งปีนั้น บรรดาคอลิฟะฮ์ ได้มีบรรดาวันอีดและเทศกาลต่างๆ คือ เทศกาลต้นปี , เทศกาลวันแรกของปี , วันอาชูรออ์ , เมาลิดนบี(ซ.ล.) , เมาลิดท่านอาลี(ร.ฏ.) , เมาลิดท่านอัลหะซัน , เมาลิดท่านอัลหุซัยน์ , เมาลิดท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ , เมาลิดคอลิฟะฮ์ปัจจุบัน , คืนแรกของเดือนร่อญับ , คืนนิศฟูร่อญับ , คนแรกของเดือนชะบาน , คืนนิสฟูชะอ์บาน , เทศกาลคืนรอมะฏอน , เทศกาลช่วงแรกของรอมะฏอน , เทศกาลปูโต๊ะเลี้ยงอาหารเดือนรอมะฏอน , คืนสุดท้ายร่อมะฏอน , เทศกาลอีดฟิตร์ , เทศกาลอีดอัฏหา , อีดฆ่อดีร , เทศกาลสวมเสื้อฤดูหนาว , เทศกาลสวมเสื้อฤดูร้อน , เทศกาลพิชิตคราบสมุทรอาหรับ , เทศกาลปีใหม่ของเปอร์เซีย , เทศกาลพิธีฉลองการเสด็จลงมาของเยซู , เทศกาลวันคริสต์มาส , เทศกาลค่อมีสอะดัส , เทศกาลบรรดาวันร่อกูบาต" ดู หนังสือ อัลคุต๊อฏ อัลมุกรีซียะฮ์ เล่ม 1 หน้า 384

ข้อสังเกตุจากคำกล่าวของท่าน อัลมุกรีซีย์

1. จากคำพูดของท่าน อัลมุกรีซีย์ ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ราชวงศ์ฟาฏิมีย์ คือบุคคลแรกที่ทำการเฉลิมฉลองเมาลิดท่านนบี(ซ.ล.) และคำกล่าวของท่านอัลมุกรีซีย์นั้น ได้พูดแบบรวมๆ ว่าการเฉลิมฉลองเมาลิดนบี(ซ.ล.)นั้น เป็นส่วนหนึ่งจากเทศกาลต่างๆ ที่บรรดาคอลิฟะฮ์ฟาฏิมีย์ให้การควบคุมดูแล แต่ถ้าหากว่าพวกเขาเป็นบุคคลแรกที่ริเริ่มการทำเมาลิดขึ้นมา แน่นอนว่า ท่านอัลมุกรีซีย์ต้องกล่าวออกมาอย่างชัดเจนและชัดถ้อยชัดคำลงไป อย่างเช่นวันอีดนัสร์ عيد النصر (เทศกาลวันแห่งชัยนะ) ในหัวข้อที่ว่า "ในวันที่ 16 เดือนมุหัรรอม คอลิฟะฮ์ อัลหาฟิซฺ ลิดีนิลลาฮ์ ได้จัดการเกี่ยวกับวันอีดนัสร์ เพราะมันเป็นวันที่เขาได้ออกมาจากที่ทำการและได้ปฏิบัติสิ่งที่ได้ถูกปฏิบัติกันเหมือนกับบรรดาวันเทศกาลต่างๆ " ดู หนังสือ อัลคุต๊อฏ อัลมุกรีซียะฮ์ เล่ม 1 หน้า 385

2. หลักฐานจากคำกล่าวของท่านอัลมุกรีซีย์นั้น เป็นการเพียงนำเสนอแบบทั่วไปๆ สำหรับวันอีดและเทศกาลต่างๆ ที่บรรดาคอลิฟะฮ์ฟาฏิมียะฮ์ให้การดูแล ซึ่งไม่ใช่ระบุว่าพวกเขาเป็นบุคคลแรกที่ริเริ่มทำเมาลิดนบีขึ้นมา และส่วนหนึ่งบรรดาวันอีดและเทศกาลต่างๆ ที่ท่านอัลมุริซีย์ได้ระบุไว้ คือบรรดาวันอีดหรือวันเทศกาลของชาวคริสต์ เช่นวันคริสตร์มาส ซึ่งท่านอัลมุกรีซีย์ ได้กล่าวว่า "มันเป็นวันที่ท่านอีซา บุตร พระนางมัรยัม (อะลัยฮัสลาม)ได้ประสูติ ซึ่งชาวคริสต์เอาคืนของวันดังกล่าวเป็นวันเฉลิมฉลองคริสต์มาสและชาวคริสต์อียิปต์ได้ปฏิบัติเฉลิมฉลองในวันที่ 29 และวันเทศกาลพิธีฉลองการเสด็จลงมาของเยซู ซึ่งเป็นวันเทศกาลของชาวคริสต์อียิปต์ได้ฉลองวันในวันที่ 21 และวัน ค่อมีส อัลอะดัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากเทศกาลของชาวคริสต์อียิปต์" ดู หนังสือ อัลคุต๊อฏ อัลมุกรีซียะฮ์ เล่ม 1 หน้า 391

ดังนั้น บรรดาวันอีดและเทศกาลของชาวคริสต์เหล่านี้ เป็นวันที่ราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ได้อุตริและริเริ่มทำขึ้นมาหรือไม่?? ซึ่งเสมือนกับสิ่งที่ผู้อ้างคำกล่าวของท่านอัลมุกรีซีย์มาอ้างเกี่ยวกับเรื่องเมาลิดนบีด้วยกระนั้นหรือ??

3. หลักฐานจากคำกล่าวของท่านอัลมุกรีซีย์นั้น เป็นการเพียงนำเสนอแบบทั่วไปๆ สำหรับวันอีดและเทศกาลต่างๆ ที่บรรดาคอลิฟะฮ์ฟาฏิมียะฮ์ให้การดูแล ซึ่งไม่ใช่ระบุว่าพวกเขาเป็นบุคคลแรกที่ริเริ่มทำเมาลิดนบีขึ้นมา และส่วนหนึ่งบรรดาวันอีดและเทศกาลต่างๆ ที่ท่านอัลมุริซีย์ได้ระบุไว้ คือวันอีดิลฟิตร์ และอีดิลอัฏฮา แล้ววันอีดทั้งสองนี้ ราชวงศ์อัลฟาฏิมียะฮ์เป็นผู้ริเริ่มทำขึ้นมาหรือไม่??

ท่านอัลมุกรีซีย์ ได้กล่าวเกี่ยวกับวัน "อีดอัลฆ่อดีร" ว่า "ท่านพึงทราบเถิดว่า วันอีดฆ่อดีรนั้น ไม่ใช่เป็นวันอีดตามหลักการของศาสนา และไม่มีสะลัฟของประชาชาติอิสลามคนใดได้ปฏิบัติกระทำขึ้น และอีดฆ่อดีรนี้ เป็นที่รู้จักครั้งแรกในอิสลาม ที่อิรัก ในสมัยของ มุอิซฺ อัลเดาละฮ์ อาลี บิน บุวัยฮ์ (แห่งราชวงศ์ บุวัยฮ์ชีอะฮ์เปอร์เซีย) ซึ่งเขาได้ริเริ่มทำมันขึ้นมาในปี 352 ฮ.ศ. ตั้งแต่นั้นพวกชีอะฮ์จึงนำมาทำเป็นวันอีดของพวกเขา...จากนั้น อัลมุอิซฺ (ลิดีนิลและฮ์)(กษัตริย์ราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์) รู้สึกประทับใจต่อสิ่งดังกล่าวจากการกระทำของพวกเขา(ที่อิรัก) และวันอีดฆ่อดีรจึงถูกทำขึ้นมาครั้งแรกในอียิปต์!!" ดู หนังสือ อัลคุต๊อฏ อัลมุกรีซียะฮ์ เล่ม 1 หน้า 222 - 223

วิจารณ์

คำตัวบทที่ท่านอัลมุกรีซีย์ได้ระบุไว้นี้ เราจะสังเกตุได้ว่า ราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ ไม่ได้ริเริ่ม อีดอัลฆ่อดีร ขึ้นมา แต่ราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ฉลองวันอีดฆ่อดีรขึ้นมาโดยสือทอดการอุตริกรรมขึ้นมาของพวกมุวัยฮียูนชีอะฮ์เปอร์เซียที่ครองอิรักอยู่ในสมัยนั้น หากเราได้ศึกษาเบื้องหลังประวัติศาสตร์ระหว่างราชวงศ์(ชีอะฮ์)ฟาฏิมีย์และราชวงศ์บุวัยฮียูน(ชีอะฮ์เปอร์เซีย)นั้น จะทราบว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น เพราะฉะนั้นหากว่าราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์เป็นผู้ริเริ่มทำเมาลิดนบีขึ้นมานั้น แน่นอน ราชวงศ์บุวัยฮิยูนก็ต้องทำเมาลิดขึ้นมาด้วยที่อิรัก(แบกแดด) แต่ไม่มีตำราประวัติศาสตร์ของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์สักเล่มเดียวที่ระบุว่า ราชวงศ์บุวัยฮียูน(ชีอะฮ์เปอร์เซีย) ได้ทำเมาลิดนบี(ซ.ล.) และในทางตรงกันข้าม เราจะพบว่าการฉลองอีดฆ่อดีร ที่พวกอัลบุวัยฮิยูนได้อุตริขึ้นมานั้น ได้สืบทอดกระทำจากแบกแดดไปยังอียิปต์

แต่ตำราประวัติศาสตร์ของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์ได้ระบุได้อย่างชัดเจนว่า ท่านชัยค์ อุมัร อัลมุลลา คือบุคคลแรกที่ทำเมาลิดในรูปแบบเฉลิมฉลองขึ้นและกษัตริย์ มุซ๊อฟฟะรุดดีน ได้ปฏิบัติตาม ดังนั้น จึงไม่เป็นที่สงสัยว่า การถ่ายทอดของท่านอัลมุกรีซีย์นั้น ไม่ได้เป็นหลักฐานระบุว่าราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์เป็นบุคคลแรกที่ริเริ่มการทำเมาลิดขึ้นมาได้เลย

ท่าน อัชเชากานีย์ ได้กล่าวถึงท่าน อัลมุกรีซีย์ ไว้ในหนังสือ อัลบัดร์ อัลฏอเลี๊ยะอฺ ในการกล่าวประวัติของท่านอิบนุค๊อลดูน ว่า

"ท่านอิบนุหะญัร กล่าวว่า เป็นที่แปลกใจว่า มิตรสหายของเรา ที่ชื่อ อัลมุกรีซีย์ ได้ให้เกียรติกับท่านอิบนุค๊อลดูนอย่างเลยเถิด เพราะท่านอิบนุค๊อลดูนมั่นใจว่า สายตระกูลของ บนี อะบัยดุดดีน ที่เป็นคอลิฟะฮ์(ฟาฏิมียะฮ์)ที่อียิปต์(ว่าสืบเชื้อสายจากท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อะลัยฮัสลาม) และบรรดานักปราชญ์ท่านอื่นมีความเห็นขัดแย้งกับท่านอิบนุค๊อลดูน และท่านอัลมุกรีซีย์ทำการคัดค้านบรรดานักปราชญ์ที่ทำการตำหนิเชื้อสายของพวกเขา(ว่าไม่ใช่สืบเชื้อสายจากท่านหญิงฟาฏิมะฮ์)....และท่านอัลมุกริซีย์ได้โน้มเอียงไปยังพวกฟาฏิมียะฮ์ ดังนั้น ท่านอัลมุกรีซีย์ จึงชอบท่านอิบนุค๊อลดูนเพราะเขาได้ยอมรับถึงสายตระกูลของพวกฟาฏิมียะฮ์..." ดู หนังสือ อัลบัดร์ อัลฏอเลี๊ยะอฺ เล่ม 1 หน้า 337 ของท่านอัชเชากานีย์

วิจารณ์

ท่าน อัศศักคอวีย์ ได้ทำการกล่าวประวัติของอัลมุกรีซีย์ ไว้ในหนังสือ อัฏเฏาอุ อัลลาเมี๊ยะอฺ เกี่ยวกับการวิจารณ์ความไร้น้ำหนักจจากหลักการของท่านอัลมุกรีซีย์ ในการทราบถึงความลึกซึ้งต่างๆ ทางประวัติศาสตร์และไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และพร้อมกับสิ่งดังกล่าวนั้น ท่านอัลมุกรีซีย์ได้ยึดคำบอกเล่าจากผู้ที่ไม่ได้รับความเชื่อถือโดยไม่มีการอ้างอิงถึงเลย แม้กระทั่งเรื่องเชื้อสายของพวกฟาฏิมียะฮ์

4. การถ่ายทอดของท่าน อัลมุกริซีย์ ในการกล่าวถึงเรื่องเมาลิดนบีนั้น ย่อมไร้น้ำหนัก เพราะว่าท่านอัลมุกรีซีย์ไม่ได้อยู่ร่วมสมัยกับราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ เพราะท่านอัลมุกรีซีย์เสียชีวิตเมื่อปี 845 ฮ.ศ. และราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์สิ้นสุดเมื่อปี 567 ฮ.ศ. ซึ่งระยะเวลาห่างช่วงกันประมาณ 300 ปี ซึ่งแตกต่างกับการยืนยันของท่าน อิมามอบู ชามะฮ์ ที่กล่าวว่า ท่านชัยค์ อุมัร อัลมุลลา ได้ริเริ่มทำเมาลิดในรูปแบบปัจจุบันเป็นคนแรก เนื่องจากท่านอิมาม อบู ชามะฮ์ อยู่ในสมัยเดียวกับราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ คือท่าน อบู ชามะฮ์ เสียชีวิตในปีที่ 566 ฮ.ศ ซึ่งท่านอบูชามะฮ์มีชีวิตอยู่ร่วมสมัยเดียวกับราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ หลาย 10 ปีด้วยกัน

5. นักประวัติศาสตร์ผู้ได้รับความเชื่อถือที่อยู่ในยุคสมัยก่อนจากท่านอัลมุกรีซีย์ อย่างเช่น ท่านอบูชามะฮ์ (ผู้อยู่ร่วมสมัยของฟาฏิมียะฮ์) ท่านอิบนุกะษีร และท่านอัซซะฮะบีย์ ไม่ได้กล่าวระบุไว้เลยว่า ราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ คือบุคคลแรกที่ริเริ่มทำเมาลิดนบี(ซ.ล.) ขึ้นมา แต่ในทางตรงกันข้าม พวกเขาได้ยืนยันว่าท่านชัยค์ อุมัร อัลมุลลา ได้ริเริ่มทำขึ้นมา และกษัตริย์ อัลมุซ๊อฟฟัร เจ้าแห่งเมืองอิรบิลได้เจริญรอยตาม เพราะฉะนั้น การถ่ายทอดทางประวัติศาสตร์ของท่านอัลมุกรีซีย์จึงแหวกแนวและขัดกับนักประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือมากกว่า

จากสิ่งที่ผมได้นำเสนอมานี้ สามารถสรุปได้ดังนี้

1. ไม่มีตำราประวัติศาสตร์ดั้งเดิม(อัสลีย์)ของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์เล่มใด ระบุอย่างชัดเจนว่า กษัตริย์คนใดของราชวงค์ฟาฏิมีย์ เป็นคนแรกที่ริเริ่มทำเมาลิดอย่างเป็นทางการขึ้นมา ?

2. การยกอ้างการทำเมาลิดอย่างเป็นทางการ ไปยังราชวงศ์ฟาฏิมีย์นั้น ไม่มีข้อยืนยันทางประวัติศาสตร์ที่ซอฮิหฺเลยแม้แต่น้อย ?

3. การยืนยันกล่าวอ้างว่า ราชวงศ์ฟาฏิมีย์เป็นบุคคลแรกในการทำเมาลิดนั้น เป็นการกล่าวอ้างที่แวกแนว เนื่องจากเป็นการกล่าวอ้างที่ขัดกับประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนกว่า และขัดกับสิ่งที่เลื่องลือมากกว่าจากบรรดานักปราชญ์ที่เชื่อถือได้ เช่น ท่านอิบนุกะษีร ท่านอัซซะฮะบีย์ และท่านอบูชามะฮ์ อาจารย์ของอิมามอันนะวาวีย์ เป็นต้น

4. การกล่าวอ้างว่า มุอิซลิดีนิลลาฮ์ กษัตร์ราชวงศ์ฟาฏิมีย์ เป็นคนแรกที่ทำเมาลิดนบีอย่างเป็นทางการนั้น ไม่มีตำราฉบับดั้งเดิม(อัศลีย์) ใด ที่ระบุไว้อย่างนั้น ? แต่มีตำราบางเล่มในยุคหลังได้บันทึกอย่างนั้น โดยที่ไม่สามารถอ้างอิงด้วยสายรายงานทางประวัติศาสตร์ที่ซอฮิหฺมายืนยัน และตำรายุคหลังที่ห่างไกลจากยุคฟาฏิมีย์เป็นพันปี ได้บันทึกประวัติศาสตร์การทำเมาลิดของ มุอิซลิดีนิลและฮ์นั้น ได้ใช้หลักการของการเอาตนเองเข้าไปจิตนาการเหมือนกับอยู่ร่วมกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์โดยมีการคาดการณ์ว่าสิ่งนั้นน่าจะเกิดอย่างนั้น อย่างนี้ ย่อมไม่ใช่เป็นหลักการรายงานประวัติศาสตร์ตามทัศนะของอิสลาม แต่เป็นหลักการอธิบายประวัติศาสตร์แบบนักบูรพาคดี

5. เราอย่าถูกหลอกด้วยคำกล่าวที่ว่า ชีอะฮ์ ฟาฏิมียะฮ์ คือบุคคลแรกที่ทำเมาลิดนบี(ซ.ล.)
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ก.พ. 08, 2007, 09:41 AM »
0
เปื้อนฝุ่น

นาอูซูบิ้ลลาฮฺ ฮิมินซาลิก
ขอให้เราห่างไกลจากสิ่งเหล่านี้ด้วยเถิด โอ้อัลลอฮฺ

asan

บิดอะฮ ไม่ปนผัก

asan

العبادات في الإسلام تقوم على أساس عظيم ، وهو أنه لا يجوز لأحد أن يتعبّد الله إلا بما شرعه الله عز وجل في كتابه ، وما جاء به نبيّه ورسوله محمد صلى الله عليه وسلم ، ومن تعبّد لله عز وجل بشيء لم يأمر الله عز وجل ورسوله به فإن الله عز وجل لا يقبل منه ذلك الشيء ، وقد أخبرنا بذلك النبي صلى الله عليه وسلم ، فعَنْ عَائِشَةَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهَا قَالَتْ : قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : ( مَنْ أَحْدَثَ فِي أَمْرِنَا هَذَا مَا لَيْسَ فِيهِ فَهُوَ رَدٌّ ) رواه البخاري ( كتاب الصلح / 2499

บรรดาอิบาดะฮในอิสลามนั้น ยืนอยู่บนรากฐานอันสำคัญ คือ ไม่อนุญาตให้ผู้ใด ทำการอิบาดะฮต่ออัลลอฮ นอกจากด้วยสิ่งที่อัลลอฮผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงเลิศยิ่ง ได้บัญญัติไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ และสิ่งที่นบีและรอซูลของพระองค์ มุหัมหมัด ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นำมันมา และผู้ใดก็ตามทำอิบาดะฮกับอัลลอฮ ด้วยสิ่งที่อัลลอฮผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงเลิศยิ่ง และรอซูลของพระองค์ไม่ได้ใช้มัน แท้จริง อัลลอฮผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงเลิศยิ่ง ไม่ทรงรับสิ่งนั้นจากเขา และด้วยดังกล่าวนั้น ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอกพวกเราไว้ โดยมีรายงานจากอาอิฉะฮ (ร.ฎ) กล่าวว่า " ท่านรซูลุ้ลลฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

مَنْ أَحْدَثَ فِي أَمْرِنَا هَذَا مَا لَيْسَ فِيهِ فَهُوَ رَدٌّ
ผู้ใดอุตริสิ่งใหม่ขึ้นมาในกิจการ(ศาสนา)ของเรา นี้ สิ่งซึ่ง ไม่ใช่อยู่ในมัน มันก็ถูกปฏิเสธ"
- รายงานโดย บุคอรี กิตาบุศศุลฮิ หะดิษ หมายเลข 2499

ฟัตวา الشيخ محمد صالح المنجد
http://islamqa.com/index.php?ref=13810&ln=ara

..................

HAPY BIDAH TO YOU .. HAPY BIDAH TO YOU .. HAPY BIDAH TO YOU



muddee

ดีคับ

พูดกันด้วยหลักฐานซึ่งก้อถูกต้องที่เราต้องพิจารณาสิ่งที่อ่านให้ดีแต่อยากจะบอกว่าให้พิจารณาในสิ่งที่ฟังมาด้วยหลายคนอาจจะฟังเพียงแค่ลมปากของใครไม่รู้แล้วนำมาโต้เถียงกันว่าสิ่งนั้นเป็นบิดอะฮฺไม่เป็นบิดอะฮฺวันนี้เรามาพูดกันด้วยหลักฐานที่มีสิและอีกอย่างการเป็นผู้ฟังผู้อ่านที่ดีไม่ใช่อย่างที่ทำกันอยู่บอกได้ไงแฮปปี้เบิร์ดเดย์บิดอะฮฺหาความเป็นกลางให้ตัวเองด้วยไม่ใช่ใครว่าอะไรก้อว่าตาม นี่ห้องเสวนาเชิงลึกก้อน่าจะรู้มันแปลว่าอย่างรัยไม่ใช่ห้องที่จะมาว่าใครใส่ร้ายใคร  แล้วห้ามบอกว่าพิมพ์เล่นๆห้องนี้ไม่ใช่ห้องให้เข้ามาพิมเล่นๆ  จากความรู้สึกของใครคนหนึ่ง
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ก.พ. 08, 2007, 09:43 AM »
0
al-azhary

ผมชอบสนทนาอะไรที่เป็นประเด็น เพื่อเราจะไปเข้าใจได้อย่างถูกต้องและไม่สับสน อย่างเช่นวะฮาบีย์ที่สนทนาในเวปมุสลิมไทยนี้ ต่างตั้งกระทู้เรื่องชีอะฮ์ แต่เสียดายที่ไม่เน้นประเด็นเป็นเรื่องๆ ไป ผมเลยไม่อยากจะร่วมสนทนาด้วย ซึ่งประเด็นนี้ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งผมได้ขอร้องตั้งแต่แรกแล้วว่า

"อนึ่ง การสนทนาในกระทู้นี้ ผมต้องการสนทนาในเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับผู้ริเริ่มทำเมาลิดรำลึกถึงนบี(ซ.ล.)เท่านั้น โดยที่ไม่ต้องการจะสนทนากันถึงเรื่องฮุกุ่มของการทำเมาลิดรำลึกถึงท่านนบี(ซ.ล.) เนื่องจากเราพูดกันมามากต่อมากแล้ว เพราะฉะนั้น การสนทนาเป็นประเด็นๆ ไป ย่อมมีคุณภาพมากกว่าครับ โปรดท่านผู้คัดค้านหรือต้องการออกความเห็นเข้ามาสนทนาโดยรักษาระเบียบที่ผมขอร้องไว้ด้วยนะครับ จักขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง"

เพราะฉะนั้น เรื่องภูมิหลังประวัติเมาลิดท่านนบี คือประเด็นที่ผมต้องการจะถกสนทนากันเป็นการเฉพาะ ผมไม่ต้องการจะสนทนาเรื่องฮุกุ่มหรือหลักการเมาลิด เพราะฝ่ายค้านไม่มีหลักการใหม่ๆ อีกแล้ว ผมพยายามคว้าประเด็นใหม่ๆ มาสนทนาเจาะลึกกันเกี่ยวกับภูมิหลังประวัติเมาลิด ดังนั้น หากผู้สนทนาคนใดไม่สามารถสนทนาได้ตรงประเด็นในกระทู้นี้ อย่างเช่น บังอะสัน คุณสงสัย ผมก็ขอให้ท่านเป็นผู้อ่านที่ดี

มีอาจารย์วะฮาบีย์บางคน ได้กล่าวหาพี่น้องมุสลิมที่ร่วมทำเมาลิดรำลึกถึงท่านนบี(ซ.ล.) ว่าเป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของชีอะฮ์นั้น ผมคิดว่าเขาพูดออกไปด้วยความอคติเลยเถิดและปราศจากความรู้เกี่ยวกับประเด็นนี้นะครับ

sunshine

งั้น ขอถามแบบ สั้นๆนะค่ะ...เอาเป็น กขค ก็ได้....

งานเมาลิด ทำได้หรือไม่

ก. ได้
ข. ไม่ได้
ค. ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ไม่เป็นไร

ตอบข้อไหนค่ะ??? ประมาณสั้นๆ ได้ใจความ ...ถ้าให้สั้นที่สุด เลือกไปได้เลยค่ะ (ส่วนจะให้เหตุผลก็ เอาแบบ โชะๆ ...แต่ต้องหลังจาก ตอบว่า ได้ หรือ ไม่ได้ก่อน...)

al-azhary

คุณ sunshine ครับ

ผมขอแนะนำว่า สมควรรักษาระเบียบของกระทู้นี้นะครับ เพราะกระทู้นี้เขาเจาะลึกในเชิงประวัติศาสตร์เมาลิดเท่านั้น

ซึ่งหากคุณจะถามเรื่องทำเมาลิดได้หรือไม่นั้น ผมขอให้คุณไปที่กระทู้" แปลกๆ คับ" ที่อยู่ในห้องเสวนาเชิงลึกนี้ ซึ่งในนั้น มีลิงค์ตั้ง 2 เวปไซท์ที่คุณสามารถไปอ่านศึกษาเอาได้และเลือกเอาตามอุดมการณ์ของคุณกระทำอยู่ไม่ใช่หรือครับ

ดังนั้น ผมจึงขอมะอัฟด้วยที่ไม่สนับสนุนในการพูดถึงเรื่องฮุกุ่มหรือหลักการของเมาลิดในกระทู้นี้ ขอบคุณ
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ก.พ. 08, 2007, 09:46 AM »
0
IRF

ในเว็บไซท์ของคุณบอกว่า งานเมาลิดคือ

"การแสดงความดีใจ ปลื้มปีติยินดี ชุโกร ให้ความสำคัญ ในการเกิดมาของท่านนบี (ซ.ล.) โดยการรวมตัวกัน เพื่อฟังการอ่านสิ่งที่ง่ายๆจากอัลกุรอาน ซิกรุลเลาะฮ์ ซ่อลาวาตขอความประสาทพรและของความศานติให้มีแด่ท่านนบี (ซ.ล.) ฟังการเล่าชีวประวัติ แบบฉบับอันงดงาม บุคลิกภาพอันมีเกียรติของท่านนบี (ซ.ล.) และมีการเลี้ยงรับประทานอาหารคนยากจนและบรรดามุสลิม"

ซึ่งสิ่งนี้แหละครับ ปรากฏขึ้นในสมัยฟาติมียะฮฺ ซึ่งเป็นชีอะฮฺ ดังนั้นนักวิชาการที่บอกว่างานเมาลิดเกิดขึ้นสมัยนี้
เขาก็พูดถูกแล้วหนิครับ ก็ในสมัยนั้นก็คืองานที่ริเร่มมีงาน การแสดงความดีใจ ปลื้มปีติยินดี ชุโกร ให้ความสำคัญ ในการเกิดมาของท่านนบี (ซ.ล.) โดยการรวมตัวกัน เพื่อฟังการอ่านสิ่งที่ง่ายๆจากอัลกุรอาน ซิกรุลเลาะฮ์ ซ่อลาวาตขอความประสาทพรและของความศานติให้มีแด่ท่านนบี (ซ.ล.) ฟังการเล่าชีวประวัติ แบบฉบับอันงดงาม บุคลิกภาพอันมีเกียรติของท่านนบี (ซ.ล.) และมีการเลี้ยงรับประทานอาหารคนยากจนและบรรดามุสลิม

ส่วนหลักฐานที่คนยกมาว่า นบีถือศีลอดวันจันทร์ นั่นคือการฉลองวันเมาลิด ดูเหมือนจะไม่ใช่เพราะงานเมาลิดที่คุณบอกคือ
"การแสดงความดีใจ ปลื้มปีติยินดี ชุโกร ให้ความสำคัญ ในการเกิดมาของท่านนบี (ซ.ล.) โดยการรวมตัวกัน เพื่อฟังการอ่านสิ่งที่ง่ายๆจากอัลกุรอาน ซิกรุลเลาะฮ์ ซ่อลาวาตขอความประสาทพรและของความศานติให้มีแด่ท่านนบี (ซ.ล.) ฟังการเล่าชีวประวัติ แบบฉบับอันงดงาม บุคลิกภาพอันมีเกียรติของท่านนบี (ซ.ล.) และมีการเลี้ยงรับประทานอาหารคนยากจนและบรรดามุสลิม"

แต่ก็ไม่เห็นว่าในสมัยท่านนบีทำแบบที่ว่า ในสมัยซอฮาบะฮฺไม่มีแบบที่ว่า ในสมัยสลัฟและ 4 อิหม่ามก็ไม่มีแบบที่ว่า
หรือพวกเขาไม่เข้าใจ ว่าไอ้หลักฐานที่ว่านบีถือศีลอดวันจันทร์นี้ เป็นหลักฐานให้มีงาน การแสดงความดีใจ ปลื้มปีติยินดี ชุโกร ให้ความสำคัญ ในการเกิดมาของท่านนบี (ซ.ล.) โดยการรวมตัวกัน เพื่อฟังการอ่านสิ่งที่ง่ายๆจากอัลกุรอาน ซิกรุลเลาะฮ์ ซ่อลาวาตขอความประสาทพรและของความศานติให้มีแด่ท่านนบี (ซ.ล.) ฟังการเล่าชีวประวัติ แบบฉบับอันงดงาม บุคลิกภาพอันมีเกียรติของท่านนบี (ซ.ล.) และมีการเลี้ยงรับประทานอาหารคนยากจนและบรรดามุสลิม
ทั้งๆที่เขาสามารถทำได้สบายๆ แต่ปรากฏว่าไม่ทำ .. หรือเขาจะทำดีไม่พอ? หรือเขาไม่เข้าใจว่าจะซอละวาตนบียังไง?
มิหนำซ้ำแล้วซอฮาบะฮฺบางคนก็ยังจำวันเกิดของท่านบีไม่ได้ บางคนก็จำได้ไม่ตรงกัน
เอ๊ะ หรือเขาไม่รู้ว่าต้องให้ความสำคัญกับวันเกิดนบี?


asan

ข้อความโดย: al-azhary
ผู้ริเริ่มทำเมาลิดโดยฉลองแสดงความยินดีกับวันประสูตของท่านนบีมุหัมมัด(ซ.ล.) คือตัวของท่านนบีมุหัมมัด ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เอง ท่านอิมามมุสลิมได้รายงานจากท่านอบีเกาะตาดะฮ์ว่า

سئل رسول الله صلى الله عليه وسلم عن صوم يوم الإثنين فقال : ذلك يوم ولدت فيه وأنزل على

"ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.)ถูกถามเกี่ยวกับการถือศีลอดในวันจันทร์ ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.)กล่าวตอบว่า "ดังกล่าวนั้น (เพราะเป็น ) วันที่ฉันเกิด และ(อัลกุรอาน)ถูกประทานลงมาแก่ฉัน" รายงายโดยท่าน มุสลิม
..................

HAPPY BIDAH TO YOU HAPPY BIDAH TO YOU HAPPY BIDAH TO YOU

-ข้ออ้างของอัลอัซฮารี ข้างต้น เป็นการกล่าวเท็จแก่ท่านบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยกล่าวหาว่า ท่านนบี เป็นคนแรกที่ทำเมาลิด happy birthday to you หะดิษข้างต้น ท่านนบีสอนให้ถือ ศีลอดสุนัต ในวันจันทร์ และบอกว่า วันจันทร์เป็นวันเกิดของท่าน และวันที่อัลกุรอ่านประทานลงมา
ถ้าอยากจะตามสุนนะฮของนบีในหะดิษนี้ ก็คือ ให้ถือ ศีลอดสุนนะฮในวันจันทร์ ไม่ใช่ เฉลิมฉลองวันเกิด ด้วยการอ่านมหากาพย์ ซันญี แล้ว ทำพีธีอ่านดูอา เศาะลาวาตนบี และ จบลงด้วยการกิน กิน กิน จนพุงกาง แถมได้เงินและข้าวต้มมัด ขนม และซอง กลับไปบ้าน อยากถามว่า ยุคเศาะหาบะฮปัญญาอ่อนใช่ไหม ที่ไม่เอาหะดิษนี้มาทำเมาลิด อยากจะถามว่า ท่านนบีเป็นผู้ริเริ่มทำเมาลิดคนแรก แล้วทำไมชนยุคสลัฟจึงไม่เฉลิมฉลองวันเกิดนบี

sunshine

สนทนา จะเชิงลึกหรือเชิงตื้น...สุดท้าย ก็ต้องการซึ่งบทสรุป

จริงๆ ไม่ได้ถามให้ฟันธงว่าบาปไม่บาปเพราะสิ่งนั้น อัลลอฮ์เท่านั้นที่ทำได้ บาปบุญ..ต่อให้ล้านคนมาเข้าข้างก็ไม่สำเร็จถ้ามันยังอยุ่คนละข้างกับท่าน..แต่อยากถามว่าถ้าเป็นคุณ...

(ถามใหม่...)

เป็นคุณ คุณจะจัดงานเมาลิดมั้ย???

ก. จัด (หรือร่วมนั่นหล่ะ)
ข. ไม่จัด (หรือไม่ร่วม)
ค. ไม่แน่ใจ....วัดใจสังคมก่อน...กระแสไหนแรงเอาอันนั้น
ง. ไม่กล้า...

sunshine มองออกไม่ยากหรอกค่ะ ว่าที่ไม่กล้าฟันธง เพราะอะไร??? ที่สำคัญ เวทีนี้ ไม่ต้องเกรงใจใครหรอก คุณวิจารญ์ sunshine ได้เต็มที่

นักวิชาการที่ดี ต้องหาวิธีจบ หรือ สรุป ให้ได้....วิเคราะห์วิจารญ์ กระจาย แต่สุดท้าย..ไม่กล้าฟันธง แล้วมันจะได้อารั้ย...จริงมะ...นอกจาก..(อุ๊ป)



..
รึไม่กล้า เพราะกลัวเสียค่านิยมกันแน่???


ส่วนจะไล่ไปที่อื่น ไม่สำเร็จหรอก...บอกไปแล้ว เราไม่ใช่นักวิชาการ แต่เป็นนักวิจัย....และนักวิจัยคือ คนที่อาศัยข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์ตามแนวทางนักวิชาการและสุดท้ายก็ให้ผลสรุป
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ก.พ. 08, 2007, 09:49 AM »
0
al-azhary

ผมทราบดีว่า พวกคุณต้องตอบคัดค้านประเด็นการริเริ่มร่วมของท่านนบี(ซ.ล.) งั้น ผมขอถามต่อไปว่า ใครคือผู้ริเริ่มการกระทำหลังจากสมัยสะลัฟ?? ผมขอเลื่อนประเด็นต่อเลยนะครับ

IRF

อ. อาลี เสือสมิง แนะนำหาทางออกให้คณะเก่า
ว่าอย่าไปยกเลยตัวบทถือศีลอดวันจันทร์น่ะ .. เพราะวันจันทร์น่ะ
เป็นวันที่นบี เกิด..ถูกแต่งตั้ง ..และ ..ตาย

แต่ใครอยากจะจัดน่ะนะ ท่าน อ.บอกว่า อย่าไปบอกว่าเป็นเรื่องศาสนา จัดไปงั้นแหละ ไม่ได้บุญ!
อย่าไปอ้างว่าเป็นศาสนา เพราะจะยุ่ง.. จะหาคำตอบ (เรื่องบิดอะฮฺ) ไม่ได้หลายๆอย่าง เลย ท่านว่างั้น
ท่าน อ.อาลี พูดเต็มๆว่า "จัดได้" แต่อย่าบอกว่าเป็นเรื่องศาสนา

นั่นคือทัศนะของท่านนะ ...ส่วนกระทำถือว่าจัดไม่ได้ครับ ..ถ้าจะจัดงานประเพณีน่ะนะ
เพื่อให้คนกาเฟรฺมาสมานฉันท์กับมุสลิม มาฟังประวัตินบี มาฟังกุรอาน
ผมแนะนำให้ เปลี่ยนชื่องานครับ ..

IRF

อ้างจาก: al-azhary
ผมทราบดีว่า พวกคุณต้องตอบคัดค้านประเด็นการริเริ่มร่วมของท่านนบี(ซ.ล.) งั้น ผมขอถามต่อไปว่า ใครคือผู้ริเริ่มการกระทำหลังจากสมัยสะลัฟ?? ผมขอเลื่อนประเด็นต่อเลยนะครับ
--------------
ฮั่นแน่ ..แสดงว่ามีมุขใหม่ๆอ่ะดิ ไม่เป็นไร ถ้ามีข้อมูลประวัติศาตสร์ใหม่ก็ยกมา เราจะได้รับรู้ไว้ รู้ใหม่ก็ไม่เห็นเป็นไร
แต่ตอนนี้ รู้แค่ว่าไอ้งาน "การแสดงความดีใจ ปลื้มปีติยินดี ชุโกร ให้ความสำคัญ ในการเกิดมาของท่านนบี (ซ.ล.) โดยการรวมตัวกัน เพื่อฟังการอ่านสิ่งที่ง่ายๆจากอัลกุรอาน ซิกรุลเลาะฮ์ ซ่อลาวาตขอความประสาทพรและของความศานติให้มีแด่ท่านนบี (ซ.ล.) ฟังการเล่าชีวประวัติ แบบฉบับอันงดงาม บุคลิกภาพอันมีเกียรติของท่านนบี (ซ.ล.) และมีการเลี้ยงรับประทานอาหารคนยากจนและบรรดามุสลิม" เนี่ยนะ ทราบแค่ว่า ริเริ่มที่ฟาฏิมียะฮฺที่มาปกครองอียิปต์ ซึ่งมาปกคริงประชาชนที่เป็นซุนนี ....ฯลฯ ดังที่ทุกคนทราบกัน

แต่หากมีประวัติอื่นๆ ช่วยเล่าด้วยครับ จะได้รู้ไว้

sunshine

อ้างจาก: al-azhary ที่ 07 กันยายน 49 , 00:47
ผมทราบดีว่า พวกคุณต้องตอบคัดค้านประเด็นการริเริ่มร่วมของท่านนบี(ซ.ล.) งั้น ผมขอถามต่อไปว่า ใครคือผู้ริเริ่มการกระทำหลังจากสมัยสะลัฟ?? ผมขอเลื่อนประเด็นต่อเลยนะครับ
-------------
ไม่ทราบค่ะว่าใครคิดอย่างไร...แค่อยากรู้ว่า นักวิชาการความรู้แน่นๆ อย่างคุณเนี๊ยะ พอจะรู้ใจตัวเองมั้ยว่า จะทำหรือร่วมงาน เมาลิด...หรือว่า จะไม่ทำ....ขอความรู้สึก ณ วันนี้ หรือวันที่อ่านแล้วก็เป็นวันที่พร้อมจะตอบนี่แหล่ะ...แล้ววันหน้าวันหลัง คิดจะเปลี่ยนใจความรู้สึกตัวเองก็ค่อยว่ากันไป..

al-azhary

อ้างอิงจากไออาเอฟ

เนี่ยนะ ทราบแค่ว่า ริเริ่มที่ฟาฏิมียะฮฺที่มาปกครองอียิปต์ ซึ่งมาปกคริงประชาชนที่เป็นซุนนี ....ฯลฯ ดังที่ทุกคนทราบกัน

แต่หากมีประวัติอื่นๆ ช่วยเล่าด้วยครับ จะได้รู้ไว้

ตอบ

ตามที่ผมนำเสนอภูมิหลังประวัติการทำเมาลิดนั้น การที่มาแอบอ้างบอกว่า ริเริ่มที่ฟาฏิมียะฮ์ที่มาปกครองอียิปต์นั้น เป็นการแอบอ้างที่ไร้น้ำหนักตามหลักประวัติศาสตร์นะครับ อย่างน้อย หากคุณจำมาตอกย้ำว่าราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์เป็นผู้ริเริ่ม ก็สมควรวิจารณ์ตามสิ่งที่ผมนำสเนอไปข้างต้น หากไม่เช่นนั้น ทัศนะของคุณที่บอกว่า ฟาฏิมียะฮ์เป็นบุคคลแรก ย่อมไร้ความหมายน่ะครับ (ผมจะพยายามจับให้อยู่ในประเด็นนะครับ มีใครบ้างที่สนทนาอยู่ในประเด็น ก็ต้องพิจารณากันดูนะครับ) ซึ่งหากไม่อยู่ในประเด็น ก็ถือว่าเขาหมดความสามารถในการสนทนาในกระทู้นี้ แล้วขอให้เป็นผู้อ่านที่ดี จะแจ๋วมากเลยครับ
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ก.พ. 08, 2007, 10:02 AM »
0
al-azhary

ผมทราบดีว่า พวกคุณต้องตอบคัดค้านประเด็นการริเริ่มร่วมของท่านนบี(ซ.ล.) งั้น ผมขอถามต่อไปว่า ใครคือผู้ริเริ่มการกระทำหลังจากสมัยสะลัฟ?? ผมขอเลื่อนประเด็นต่อเลยนะครับ

IRF

อ. อาลี เสือสมิง แนะนำหาทางออกให้คณะเก่า
ว่าอย่าไปยกเลยตัวบทถือศีลอดวันจันทร์น่ะ .. เพราะวันจันทร์น่ะ
เป็นวันที่นบี เกิด..ถูกแต่งตั้ง ..และ ..ตาย

แต่ใครอยากจะจัดน่ะนะ ท่าน อ.บอกว่า อย่าไปบอกว่าเป็นเรื่องศาสนา จัดไปงั้นแหละ ไม่ได้บุญ!
อย่าไปอ้างว่าเป็นศาสนา เพราะจะยุ่ง.. จะหาคำตอบ (เรื่องบิดอะฮฺ) ไม่ได้หลายๆอย่าง เลย ท่านว่างั้น
ท่าน อ.อาลี พูดเต็มๆว่า "จัดได้" แต่อย่าบอกว่าเป็นเรื่องศาสนา

นั่นคือทัศนะของท่านนะ ...ส่วนกระทำถือว่าจัดไม่ได้ครับ ..ถ้าจะจัดงานประเพณีน่ะนะ
เพื่อให้คนกาเฟรฺมาสมานฉันท์กับมุสลิม มาฟังประวัตินบี มาฟังกุรอาน
ผมแนะนำให้ เปลี่ยนชื่องานครับ ..

IRF

อ้างจาก: al-azhary
ผมทราบดีว่า พวกคุณต้องตอบคัดค้านประเด็นการริเริ่มร่วมของท่านนบี(ซ.ล.) งั้น ผมขอถามต่อไปว่า ใครคือผู้ริเริ่มการกระทำหลังจากสมัยสะลัฟ?? ผมขอเลื่อนประเด็นต่อเลยนะครับ
--------------
ฮั่นแน่ ..แสดงว่ามีมุขใหม่ๆอ่ะดิ ไม่เป็นไร ถ้ามีข้อมูลประวัติศาตสร์ใหม่ก็ยกมา เราจะได้รับรู้ไว้ รู้ใหม่ก็ไม่เห็นเป็นไร
แต่ตอนนี้ รู้แค่ว่าไอ้งาน "การแสดงความดีใจ ปลื้มปีติยินดี ชุโกร ให้ความสำคัญ ในการเกิดมาของท่านนบี (ซ.ล.) โดยการรวมตัวกัน เพื่อฟังการอ่านสิ่งที่ง่ายๆจากอัลกุรอาน ซิกรุลเลาะฮ์ ซ่อลาวาตขอความประสาทพรและของความศานติให้มีแด่ท่านนบี (ซ.ล.) ฟังการเล่าชีวประวัติ แบบฉบับอันงดงาม บุคลิกภาพอันมีเกียรติของท่านนบี (ซ.ล.) และมีการเลี้ยงรับประทานอาหารคนยากจนและบรรดามุสลิม" เนี่ยนะ ทราบแค่ว่า ริเริ่มที่ฟาฏิมียะฮฺที่มาปกครองอียิปต์ ซึ่งมาปกคริงประชาชนที่เป็นซุนนี ....ฯลฯ ดังที่ทุกคนทราบกัน

แต่หากมีประวัติอื่นๆ ช่วยเล่าด้วยครับ จะได้รู้ไว้

sunshine

อ้างจาก: al-azhary ที่ 07 กันยายน 49 , 00:47
ผมทราบดีว่า พวกคุณต้องตอบคัดค้านประเด็นการริเริ่มร่วมของท่านนบี(ซ.ล.) งั้น ผมขอถามต่อไปว่า ใครคือผู้ริเริ่มการกระทำหลังจากสมัยสะลัฟ?? ผมขอเลื่อนประเด็นต่อเลยนะครับ
-------------
ไม่ทราบค่ะว่าใครคิดอย่างไร...แค่อยากรู้ว่า นักวิชาการความรู้แน่นๆ อย่างคุณเนี๊ยะ พอจะรู้ใจตัวเองมั้ยว่า จะทำหรือร่วมงาน เมาลิด...หรือว่า จะไม่ทำ....ขอความรู้สึก ณ วันนี้ หรือวันที่อ่านแล้วก็เป็นวันที่พร้อมจะตอบนี่แหล่ะ...แล้ววันหน้าวันหลัง คิดจะเปลี่ยนใจความรู้สึกตัวเองก็ค่อยว่ากันไป..

al-azhary

อ้างอิงจากไออาเอฟ

เนี่ยนะ ทราบแค่ว่า ริเริ่มที่ฟาฏิมียะฮฺที่มาปกครองอียิปต์ ซึ่งมาปกคริงประชาชนที่เป็นซุนนี ....ฯลฯ ดังที่ทุกคนทราบกัน

แต่หากมีประวัติอื่นๆ ช่วยเล่าด้วยครับ จะได้รู้ไว้

ตอบ

ตามที่ผมนำเสนอภูมิหลังประวัติการทำเมาลิดนั้น การที่มาแอบอ้างบอกว่า ริเริ่มที่ฟาฏิมียะฮ์ที่มาปกครองอียิปต์นั้น เป็นการแอบอ้างที่ไร้น้ำหนักตามหลักประวัติศาสตร์นะครับ อย่างน้อย หากคุณจำมาตอกย้ำว่าราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์เป็นผู้ริเริ่ม ก็สมควรวิจารณ์ตามสิ่งที่ผมนำสเนอไปข้างต้น หากไม่เช่นนั้น ทัศนะของคุณที่บอกว่า ฟาฏิมียะฮ์เป็นบุคคลแรก ย่อมไร้ความหมายน่ะครับ (ผมจะพยายามจับให้อยู่ในประเด็นนะครับ มีใครบ้างที่สนทนาอยู่ในประเด็น ก็ต้องพิจารณากันดูนะครับ) ซึ่งหากไม่อยู่ในประเด็น ก็ถือว่าเขาหมดความสามารถในการสนทนาในกระทู้นี้ แล้วขอให้เป็นผู้อ่านที่ดี จะแจ๋วมากเลยครับ
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ก.พ. 08, 2007, 10:08 AM »
0
sunshine

ไม่กล้าตอบ...(ว่างั้นเฮอะ...) ก็แค่เนี๊ยะ ...

เอาเป็นว่า กระทู้การสนทนาในเวปบอร์ด แนวมันไปตามกระแสน้ำอยู่แล้ว ......

มันมีอยู่อย่างนึง ที่ต่างกันระหว่างนักวิชาการคนข้างต้น...กับนักวิชาการทั่วไป คือ ...วิจารณ์ไปเรื่อย ใครจะงง อ่านแล้วได้ประโยชน์ หรือไม่ได้ประโยชน์ ไม่เป็นไร แต่ที่แน่ๆ เค้าสู้ข้อมูลเราไม่ได้อยู่แล้ว ข้อมูลเราแน่นกว่า (อย่างน้อยก็ยาวกว่า)


ถ้าตอนเด็กๆ นอกจากเรียนเรื่องอื่นแล้ว เคยเรียนวิชาคณิตศาสตร์มั้ย?? บางคน...ใช้สูตรพิสดาลมาก...ต้องอาศัยกระดาษสองสามหน้า กว่าผลลัพท์จะออก...เวลาเอาให้เด็กที่เค้ายังเรียนเรื่องนี้ไม่ถึง เค้าก็จะประมาณว่าโฮ ..เค้าเก่งเนอะ...แต่ในความเป็นจริง โจทย์ข้อเดียวกัน ทำบันทัดเดียว ผลก็ออกแล้ว...เอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้ต่อ

ยังงัย อย่าลืมเรื่องเวลาด้วยหล่ะ...ทำโจทย์นานๆ ระวังหมดเวลาก่อนส่งข้อสอบหล่ะ??? เพราะสนามสอบชีวิตเรา ส่งข้อสอบได้แค่ครั้งเดียว เมื่อตายไป ก็จบ...


สุดท้าย...ไม่กล้าตอบไม่เป็นไรค่ะ...แต่เวทีนี้ ไม่ใช่ของคุณ แต่เป็นของทุกคน...อีกอย่าง sunshine รู้แต่ต้นแล้วว่า คุณไม่ตอบแน่...กระแสสังคมบ้านเรา แบ่งเรื่องนี้ชัดอยู่แล้ว...เพราะงั้น วันนึงที่กลับมาพัฒนาบ้าน วันนั้น ก็หาคำตอบข้อนี้ให้ได้ละกัน ที่ถาม ก็แค่ถามเผื่อๆว่า มีสปีริตแค่ไหน

asan

ข้อความโดย: sunshine
ยังงัย อย่าลืมเรื่องเวลาด้วยหล่ะ...ทำโจทย์นานๆ ระวังหมดเวลาก่อนส่งข้อสอบหล่ะ??? เพราะสนามสอบชีวิตเรา ส่งข้อสอบได้แค่ครั้งเดียว เมื่อตายไป ก็จบ...
----------
คมกริบเลย คำนี้

al-azhary

อืม....ไม่นึกว่าจะมีผู้สนทนาเบี่ยงประเด็นและไม่ยอมสนทนาวิจารณ์ในเชิงประวัติศาสตร์เมาลิดให้ตรงประเด็น แต่ยังไง ผมก็ยังเชื่อ คนที่บอกว่าฟาฏิมียะฮ์ริเริ่มทำเมาลิดนั้น คือผู้ที่หลอกตัวเองและทำการหลอกผู้อื่น ดังนั้น เราอย่าถูกหลอกด้วยคำโพทนาอันนี้นะครับ
หรือว่ายังไม่ใครที่สามารถวิเคราะห์คัดค้านในเชิงประวัติศาสตร์นี้ได้ ก็เชิญได้เลยนะครับ

สงสัย

อ้างจาก: al-azhary ที่ 06 กันยายน 49 , 22:10
ประเด็นก็คือ จขกท พยายามใช้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เพื่อที่จะให้งานเมาลิดไม่ตกอยู่ในขอบข่ายบิดอะห์
ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ริเริ่มในการทำแฮ็ปปี้เบิร์ตเด่ จะเป็นฟาติมีย์ หรือไม่ฟาติมีย์ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ซึ่งไม่อาจลบล้างสถานะของเบิรตเด่ให้พ้นจากบิดอะห์ไปได้หรอก

ปล.เปล่าลืม จขกท ก็กรุณาตรงประเด็นด้วยครับ
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
เสวนาภูมิหลังประวัติเมาลิด
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ก.พ. 08, 2007, 10:18 AM »
0
al-azhary

ผมก็ยังเชื่อ คนที่บอกว่าฟาฏิมียะฮ์ริเริ่มทำเมาลิดนั้น คือผู้ที่หลอกตัวเองและทำการหลอกผู้อื่น ดังนั้น เราอย่าถูกหลอกด้วยคำโพทนาอันนี้นะครับ

sufriyan

ผมไม่มีความรู้ จึงขออนุญาติเจ้าของกระทู้ว่าขอไม่วิจารณ์ในประเด็นนะครับ

อ้างจากคุณ al-azhary

แล้วนักปราชญ์หะดิษชั้นนำเหล่านั้น เช่น ท่านอิบนุหะญัร อัลอัสเกาะลานีย์ , ท่านอิบนุกะษีร , ท่านอิมามซายูฏีย์ , ท่านอิบนุ อัลเญาซีย์ , ท่านอัลหาฟิซฺ อัศสะคอวีย์ , ท่านอัลหาฟิซฺ อัลอิรอกีย์ , ท่านอัลกุศฏุลลานีย์ และท่านอื่นๆ เหล่านี้ ทำการฮุกุ่มว่าเมาลิดนบี(ซ.ล.)ทำได้ โดยไม่คิดอะไรเลยหรือ?? หรือว่าพวกเขาคิดค้นบิดอะฮ์ที่ลุ่มหลงขึ้นมา หรือว่านักหะดิษชั้นนำผู้ปกป้องซุนนะฮ์แต่ทำบิดอะฮ์เมาลิดที่ลุ่มหลง?? ดังนั้น คุณสงสัย(ในศาสนา)ครับ เมาลิดเป็นเพียงแค่เรื่องอนุญาต ไม่จำเป็นและไม่บังคับต้องไปตามทัศนะ อิริยาบท ทุกการกระทำ ของพวกเขาหรอกครับ โปรดคิดๆกันหน่อยว่าจะลุ่มหลงเลยกระนั้นหรือ?

ผมเชื่อตามนี้นะครับ เพราะมีอัลกุรอ่านบทหนึ่งที่ระบุความว่า (ความหมายนะครับ)อูลามาอ์เท่านั้นที่กลัวอัลลออ์จริง เพราะผมไม่เคยเจอนาบีด้วยตัวเอง ถ้ามีคนมาบอกหลักฐานเรื่องศาสนา ผมต้องเชื่อคนอาเหล็มกว่าอยู่แล้ว เพราะผู้มีความรู้นั้นอัลลอฮ์ได้ยกเหนือคนไม่มีความรู้หลายระดับ
ผมว่าผมเดินทางถูกแล้วนะ เพราะผมจำเป็นต้องเชื่อคนที่อาเหล็มกว่า เพื่อความปลอดภัยของผมเอง

สงสัย

อ้างจาก: sufriyan ที่ 07 กันยายน 49 , 12:31
ตกลงบรรดา ท่านอิบนุหะญัร อัลอัสเกาะลานีย์ , ท่านอิบนุกะษีร , ท่านอิมามซายูฏีย์ , ท่านอิบนุ อัลเญาซีย์ , ท่านอัลหาฟิซฺ อัศสะคอวีย์ , ท่านอัลหาฟิซฺ อัลอิรอกีย์ , ท่านอัลกุศฏุลลานีย์ เหล่านี้เค้าไม่ทำตาม นบีและบรรดา เศาะฮาบะห์ ตาบิอีน ตาบิอิตตาบิอีน และ บรรดาบรรพชนรุ่น 300 ร้อยปีแรกหรือครับ ใครบอกคุณว่าเค้าไม่ตามครับ

สงสัย ไม่ได้บอกนะว่า ปวงปราชญ์เหล่านี้ ไม่ได้ทำตามนบี ไปอ่านที่สงสัยตอบให้ดีๆ นะครับ อย่าหลงประเด็น หรือ อ่านภาษาไทยไม่แตกอีกคน?

และสงสัยเอง ยกย่อง ให้เกียรติ ท่านเหล่านี้เสมอมา ไม่เคยฮุก่ม ไม่เคยฟัตวา(เพราะไม่ใช่มุฟตีย์) ว่าท่านเหล่านี้ต้องตกนรกหมกไหม้ แต่ สงสัยไม่จำเป็นต้องทำตามท่านเหล่านี้ทุกกระเบียดนิ้วนี่ครับ
สงสัยขอย้ำว่า การตามท่านนบี เศาะฮาบะห์ ตาบิอีน ตาบิอิตตาบิอีน ดีกว่า

เถียงแบบนี้ "เพราะผมไม่ทันเกิดในสมัยนาบี เศาะฮาบะห์ ตาบิอีน ตาบิอิตตาบิอีน บรรดาบรรพชนรุ่น 300 ร้อยปี" ไม่มีใครเกิดทันในยุคสามร้อยปีแรกหรอกครับ
มันเป็นคำตอบที่ดูฉลาดๆ ดี แต่ขาดความเฉลียว นะครับ ทุกคนก็ต้องตามสายรายงานมาทางปวงปราชญ์เหล่านี้และเหล่าอื่นๆๆที่ไม่ได้ระบุสิครับ

และอีกอย่าง ไม่มีหลักฐานชะแจ่มแจ้ง ที่บอกว่าท่านนบี ทำเบิร์ดเด่ หรือบรรดาเศาะฮาบะห์ ตาบิอีน ตาบิอิตตาบิอีน ทำเบิร์ดเด่ แก่ท่านรอซุลลุลลอฮ์ที่รักยิ่งของเรา

สรุปคือถ้าใครยังขืนอยากทำอีก ก็ทำไป แต่ต้องยอมรับความจริงว่า  ไม่มีหลักฐานจากท่านนบี เศาะฮาบะฮ์  ตาบิอีน และตาบิอิตตาบิอีน

น้ำค้าง

จริงๆ แล้ว ตัวเราเอง ย่อมรู้ในจุดประสงค์ แห่งการกระทำนั้นๆ ของตัวเอง และที่สุด คือ เอกองค์สูงสุด ท่านทรงรู้

ผู้ใด มุ่งมั่น ที่จะ แนะนำ ชี้แนะ บอกกล่าว สั่งสอน ในแนวทางของศาสนาอย่างแท้จริง เขาผู้นั่น ย่อมได้รับผลดีดี ตอบกลับ จากความเพียรพยายาม ที่เค้าได้นำข้อมูลมานำเสนอ

ไม่มีใครไม่เก่ง ไม่มีใครไม่ฉลาด แล้วก็ไม่มีใคร ที่ ฟังและอ่าน แล้วนำไปปฏิบัติ โดยไม่ไตร่ตรองเบื้องต้นด้วยตัวเอง

ยาอัลลอฮฺ ให้ กลุ่มเซลล์พิเศษ ที่เรียกรวมว่า สมอง กับ เราๆ ท่านๆ มาแล้ว โปรดใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุดจากรอยหยักนั้น...

เพื่อตัวเอง เพื่อผู้อื่น เพื่อมุสลิม และ เพื่ออิสลาม ของพวกเรา

al-azhary

อ้างอิงจากบังอะสัน

จุดเน้นของหะดิษคือ สุนัตให้ถือศีลอดในวันจันทร์ ไม่ใช่ให้เฉลิมฉลองเมาลิดนบี และไม่ใช่จุดเน้นอยู่ วันเกิดนบี เพราะยังหะดิษบทอื่นที่ส่งเสริมให้ถือศีลอดสุนัตในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี เช่น

ตอบ

แม้การถือศีลในวันจันทร์จะมีพลานิสงค์เกี่ยวกับการนำเสนออะมัลในวันจันทร์และวันพฤหัสบดีนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า การชูโกร ปีติยินดีในการวันเกิดของท่านนบี(ซ.ล.) ต้องหมดไป แต่ยิ่งไปกว่านั้น มันกลับเป็นประเด็นสำคัญยิ่ง เพราะท่านนบี(ซ.ล.) ได้กล่าวรับรองไว้แล้วว่า

ท่านอิมามมุสลิมได้รายงานจากท่านอบีเกาะตาดะฮ์ว่า


سئل رسول الله صلى الله عليه وسلم عن صوم يوم الإثنين فقال : ذلك يوم ولدت فيه وأنزل على

"ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.)ถูกถามจากการถือศีลอดในวันจันทร์ ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.) กล่าวตอบว่า "ดังกล่าวนั้น (เพราะเป็น ) วันที่ฉันเกิด และ(อัลกุรอาน)ถูกประทานลงมายังฉัน" รายงายโดยท่าน มุสลิม

การที่ผมได้ใส่คำว่า "(เพราะเป็น) วันที่ฉันเกิด" นั้น เนื่องจากมีซอฮาบะฮ์ได้ตั้งคำถามให้แก่ท่านนบี(ซ.ล.) สรุปในสิ่งที่ต้องการตรงนี้ก็คือ "การชูโกรและแสดงความปิติยินดีในวันเกิดของท่านนบี(ซ.ล.) ด้วยการกระทำความดีงามนั้น" ได้มีอยู่ในสมัยของท่านนบี(ซ.ล.)แล้ว และท่านนบี(ซ.ล.)เป็นคนที่ริเริ่มกระทำขึ้น" และเมื่อหลักการพื้นฐานมีรับรองไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนรูปแบบการกระทำความดีงามที่อยู่ในการทำเมาลิดรำลึกถึงท่านนบี(ซ.ล.) นั้น ย่อมอยู่ในเรื่องของการอิจญฮาด โดยเอาไปว่าบนมาตรฐานของหลักชาริอะฮ์อิสลาม

al-azhary

อ้างอิงจากบังอะสัน

จึงอยากถามว่า ?แล้ววันที่อัลกุรอ่านประทานลงมา? ทำไมไม่เฉลองด้วย เคยถามมาแล้วแต่ไม่ตอบ

ตอบ

การเฉลิมฉลอง หมายถึง "การแสดงความยินดี การชูโกรในเนี๊ยะมัตที่อัลเลาะฮ์ทรงประทานให้ ด้วยการกระทำความดีงาม" นั่นคือความหมายของการเฉลิมฉลองใน ณ ที่นี้ ดังนั้น การเฉลิมฉลอง ด้วยการชุโกรเนี๊ยะมัตที่อัลเลาะฮ์ทรงประทานอัลกุรอานมาให้นั้น ย่อมมีรูปแบบที่ต่างกันออกไปที่ไม่เคยมีในสมัยท่านนบี(ซ.ล.)มาก่อน โดยที่อัลเลาะฮ์และร่อซูลุลเลาะฮ์ ไม่ได้สั่งให้กระทำเอาไว้

ส่วนหลักการวินิจฉัยนั้น มีประเด็นมากมาย ที่หลักการพื้นฐานของมันได้ระบุเอาไว้ตามหลักของศาสนา แต่วิธีการนั้น ถูกมอบให้กับประชาชาติอิสลามทำการวินิจฉัยได้ อย่างเช่น เรื่องของอัลกุรอาน ซึ่งไม่มีผู้ใดคัดค้านในเรื่องของความดีงามและความประเสริฐของการท่องจำ การเรียน การสอนและเผยแพร่อัลกุรอาน

แต่วิธีการสอน การท่องจำ การเรียน และการเผยแพร่อัลกุรอานนั้น มันมีรูปแบบและวิธีการต่างกันหรือไม่? และอย่างไร?

คำตอบก็คือ ให้ผู้อ่านพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน ท่านผู้อ่านจะเห็นและทราบว่า วิธีการสอน การเรียน และการเผยแพร่อัลกุรอานนั้น มีอยู่ในทั้งรูปแบบของ โรงเรียน หรือ มหาวิทยาลัย มีคณะอัลกุรอาน มีสมาคมสอนอัลกุรอาน มีการแข่งขันอ่านอัลกุรอาน ท่องจำอัลกุรอาน มีการมอบรางวัลให้กับผู้ท่องจำอัลกุรอาน มีประกาศนียบัตรให้กับผู้สำเร็จในหลักสูตรวิชาอัลกุรอาน และมีการสัมมนาเกี่ยวกับการเรียนการสอนและความสำคัญของอัลกุรอาน มีการบันทึกอัลกุรอานในรูปแบบ เทป หรือ ซีดี มีการเผยแพร่อัลกุรอาน ที่อยู่ในรูปแบบของโรงพิมพ์ มีการตีพิมพ์อัลกุรอานที่มีสีสันเน้นคำตัจญวีด มีการทำเล่มที่มีหลากหลายรูปแบบ และบางทีการเผยแพร่อัลกุรอานที่อยู่ในรูปแบบของสมาคมนักกอรีย์ เป็นต้น ดังนั้น รูปแบบต่างๆ เหล่านี้ มีอยู่ในสมัยของท่านนบี(ซ.ล.)หรือไม่?? ท่านผู้อ่านโปรดพิจารณาครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ส.ค. 12, 2007, 10:00 PM โดย al-azhary »
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

 

GoogleTagged