ผู้เขียน หัวข้อ: ชิริกมี 6 ประเภท  (อ่าน 12836 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
ชิริกมี 6 ประเภท
« เมื่อ: พ.ค. 04, 2008, 10:40 PM »
0

 salam

ท่านอิมามอันซะนูซีย์กล่าวว่า ชิริกมี 6 ประเภท

1. شِرْكُ اِسْتِقْلاَلٍ ภาคีแยกเป็นเอกเทศน์ เช่นยืนยันว่ามีพระเจ้าสององค์อย่างเอกเทศน์ เหมือนกับชิริกของพวกมะญูซีบูชาไฟ

2. شِرْكُ تَبْعِيْضٍ ภาคีแบบแบ่งส่วน คือพระเจ้าองค์หนึ่งเป็นภาคส่วนของพระเจ้าขององค์หนึ่ง เช่นการชิริกของพวกนะซอรอ

3. شِرْكُ تَقْرِيْبٍ ภาคีแบบสร้างความใกล้ชิด คือการอิบาดะฮ์สิ่งอื่นเพื่อสร้างความใกล้ชิดต่ออัลเลาะฮ์ ตะอาลา เช่นการชิริกของพวกญาฮิลียะฮ์ยุคแรก

4. شِرْكُ تَقْلِيْدٍ ภาคีเลียนแบบ คืออิบาดะฮ์สิ่งอื่นจากอัลเลาะฮ์โดยตามผู้อื่นอีกที เช่นการชิริกของพวกญาฮิลียะฮ์รุ่นหลัง(ก่อนอิสลาม)

5. شِرْكُ الأَسْبَابِ ภาคีจากมูลเหตุ คือการพาดพิงผลการกระทำที่เกิดขึ้นให้กับมูลเหตุแห่งกฏธรรมดา เช่นการชิริกของพวกปรัชญา พวกธรรมชาตินิยม และผู้เจริญรอยตามพวกเขา

6. شِرْكُ الأَغْرَاضِ ภาคีด้วยเป้าหมายต่าง ๆ คือกระทำอะมัลเพื่อคนอื่นจากอัลลอฮ์ ตะอาลา

ดังนั้น ฮุกุ่มสี่ประการแรกคือ กุฟุร ด้วยมติแห่งปวงปราชญ์ ส่วนฮุกุ่มข้อที่ 6 นั้น คือฝ่าฝืนทำชั่ว และฮุกุ่มข้อที่ 5 ต้องแจกแจง

อ้างอิงจากหนังสือ : ชัรหุลมุก็อดดิมาต ของอิมามอัซซะนูซีย์ หน้า 33 - 40
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ ILHAM

  • เพื่อนตาย T_T
  • *****
  • กระทู้: 11348
  • เพศ: ชาย
  • Sherlock Holmes
  • Respect: +273
    • ดูรายละเอียด
    • ILHAM
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พ.ค. 05, 2008, 03:39 AM »
0
ได้ความรู้เพิ่มมาเยอะเลยครับ เคยเรียนแต่2ปะเภท แบบเล็กกับใหญ่
إن شاءالله ติด ENT'?everybody

Sherlock Holmes said "How often have I said to you that when you have eliminated the impossible, whatever remains, however improbable, must be the truth?"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ มัคลูเกาะห์☆~

  • เพื่อนใหม่ (O_0)
  • *
  • กระทู้: 61
  • พระองค์เท่านั้นที่ข้าพระองค์นมัสการกราบไหว้
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พ.ค. 05, 2008, 12:53 PM »
0
 salam

เคยได้ยินแต่  2 ประเภท  เหมือน คุณ ILHAM   คือ  เล็ก กับ ใหญ่


ถ้าเป็นไปได้  อาจารย์ ช่วยเขียน คำอ่าน เป็น ภาษาไทย ให้ ด้วยได้ไหม ค่ะ   คือ  ตัวอักษร อาหรับเล็กเกิน ดูไม่ชัด  (   ข้ออ้าง  )    hehe

 และ ว่างๆ  อาจารย์  ช่วยชี้แจงขยาย ความ แต่ละ ประเภท ให้ อีก ครั้งได้ไหม ค่ะ

ญะซากัลลอฮฺ ล่วงหน้า ค่ะ    loveit:
@  ขอให้ทุกพื้นที่ของหัวใจฉัน  เต็มไปด้วยความโปรดปรานจากพระองค์  @

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ก.ค. 24, 2008, 04:22 PM »
0
ชิริกมี 6 ประเภท

1. شِرْكُ اِسْتِقْلاَلٍ  (ชิรกุอิสติกลาล) ภาคีแยกเป็นเอกเทศน์ เช่นยืนยันว่ามีพระเจ้าสององค์อย่างเอกเทศน์ เหมือนกับชิริกของพวกมะญูซีบูชาไฟ  ซึ่งพวกเขาเชื่อว่ามีพระเจ้าสององค์  คือพระเจ้าแห่งรัศมี  หมายถึงพระเจ้าแห่งความดี  และพระเจ้าแห่งความมือ  หมายถึงพระเจ้าแห่งความชั่วร้าย

การมีพระเจ้าสององค์ขึ้นไปนั้น   มันผิดหลักของการเป็นพระเจ้า  เพราะพระเจ้าอีกองค์หนึ่งต้องการจะกระทำอย่างหนึ่ง  อีกองค์หนึ่งต้องการกระทำอย่างหนึ่ง  หรือทั้งสององค์ต่างช่วยกันบริหาร  มีความต้องการซึ่งกันและกัน  ย่อมไม่ใช่คุณลักษณะของความเป็นพระเจ้า   เนื่องจากพระเจ้านั้น  ต้องมีคุณลักษณะ อิสติฆนาอ์  ไม่พึงพาผู้ใด  และอิฟติก็อร  คือทุกสิ่งต้องพึงพาพระองค์   ดังนั้น  เมื่อมีพระเจ้าสององค์นั่นเป็นย่อมภาคี (ชิริก)

พระองค์ทรงตรัสความว่า

لَوْ كَانَ فِيهِمَا آلِهَةٌ إِلَّا اللَّهُ لَفَسَدَتَا

“มาตร์แม้นมีบรรดาพระเจ้านอกจากอัลเลาะฮ์รวมในการ (บันดาล) ทั้งสอง (ฟากฟ้าและแผ่นดิน) แน่นอน มันทั้งสองต้องพินาศสิ้น” อัลอัมบิยาอฺ 22

2. شِرْكُ تَبْعِيْضٍ (ชิรกุตับอีฎ) ภาคีแบบแบ่งส่วน คือพระเจ้าองค์หนึ่งเป็นภาคส่วนของพระเจ้าขององค์หนึ่ง เช่นการชิริกของพวกนะซอรอ

อัลเลาะฮ์ตะอาลา  ทรงตรัส  ความว่า

لَّقَدْ كَفَرَ الَّذِينَ قَالُواْ إِنَّ اللّهَ ثَالِثُ ثَلاَثَةٍ وَمَا مِنْ إِلَـهٍ إِلاَّ إِلَـهٌ وَاحِدٌ

“ขอยืนยัน! แท้จริงได้ตกเป็นผู้เนรคุณไปแล้ว  บรรดาผู้ที่กล่าวว่า  “แท้จริงอัลเลาะฮ์เป็นหนึ่งในพระเจ้าสามองค์”  ทั้งที่ความจริงหามีพระเจ้าอื่นใดไม่  นอกจากอัลเลาะฮ์เพียงองค์เดียว” อัลมาอิดะฮ์ 73

3. شِرْكُ تَقْرِيْبٍ  (ชิรกุตักรีบ) ภาคีแบบสร้างความใกล้ชิด คือการอิบาดะฮ์สิ่งอื่นเพื่อสร้างความใกล้ชิดต่ออัลเลาะฮ์ ตะอาลา เช่นการชิริกของพวกญาฮิลียะฮ์ยุคแรก

อัลเลาะฮ์ตะอาลา  ได้ทรงตรัสความว่า

أَلَا لِلَّهِ الدِّينُ الْخَالِصُ وَالَّذِينَ اتَّخَذُوا مِن دُونِهِ أَوْلِيَاء مَا نَعْبُدُهُمْ إِلَّا لِيُقَرِّبُونَا إِلَى اللَّهِ زُلْفَى

“พึงสังวรเถิด! สำหรับอัลเลาะฮ์นั้น  คือการนมัสการโดยบริสุทธิ์  และบรรดาผู้ยึดเอาสิ่งอันนอกเหนือจากพระองค์มาเป็นผู้คุ้มครอง (พวกเขากล่าวว่า) “เรามิได้นมัสการสิ่งเหล่านั้น (เพื่ออื่นใดเลย) นอกจากเพื่อพวกนั้นจะได้ทำให้เราเข้าใกล้ต่ออัลเลาะฮ์ยิ่งขึ้น” อัซซุมัร 3

4. شِرْكُ تَقْلِيْدٍ (ชิรกุตักลีด) ภาคีเลียนแบบ คืออิบาดะฮ์สิ่งอื่นจากอัลเลาะฮ์โดยตามผู้อื่นอีกที เช่นการชิริกของพวกญาฮิลียะฮ์รุ่นหลัง(ก่อนอิสลาม)

อัลเลาะฮ์ตะอาลา  ทรงตรัสความว่า

قَالُواْ أَجِئْتَنَا لِنَعْبُدَ اللّهَ وَحْدَهُ وَنَذَرَ مَا كَانَ يَعْبُدُ آبَاؤُنَا فَأْتِنَا بِمَا تَعِدُنَا إِن كُنتَ مِنَ الصَّادِقِينَ

“พวกเขา (ผู้ปฏิเสธ) กล่าวว่า!  “ท่านจะมาหาเราเพียงเพื่อให้เรานมัสการอัลเลาะฮ์เพียงพระองค์เดียว  และให้เราทอดทิ้งสิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้เคยนมัสการมาก่อนกระนั้นหรือ?”  ดังนั้นท่านจงนำมันยังเราเถิด  สิ่งที่ท่านได้สัญญา (ไว้ว่าอุบัติ) แก่เรา (การลงโทษ) หากท่านเป็นผู้หนึ่งจากมวลผู้สัตย์จริงทั้งหลาย”

5. شِرْكُ الأَسْبَابِ (ชิรกุลอัสบาบ) ภาคีจากมูลเหตุ คือการพาดพิงผลการกระทำที่เกิดขึ้นให้กับมูลเหตุแห่งกฏธรรมดา เช่นการชิริกของพวกปรัชญา พวกธรรมชาตินิยม และผู้เจริญรอยตามพวกเขา

กล่าวคือ พวกเขาเชื่อว่า  ผลแห่งการกระทำนั้นมูลเหตุเป็นตัวทำให้เกิดขึ้น  เช่น   ไฟทำให้ไหม้   ยาทำให้หายป่วย   ทั้งที่ความจริงแล้ว  อัลเลาะฮ์ทรงทำให้กระดาษไหม้  พระองค์ทรงทำให้หายป่วย  เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นอัลเลาะฮ์ทรงสร้างมันขึ้นมา   หากเราคิดว่ายาทำให้หาย  นั่นย่อมหมายความว่าเรากำลังมีความเชื่อที่ชิริก  โดยเอาสิ่งอื่นมาร่วมภาคีกับพระองค์ในการทำให้สิ่งหนึ่งมีผลทำให้สิ่งหนึ่งเกิดขึ้น

อัลเลาะฮ์ตะอาลา  ทรงตรัสความว่า

وَمَا رَمَيْتَ إِذْ رَمَيْتَ وَلَـكِنَّ اللّهَ رَمَى

“และเจ้าไม่ได้ขว้าง  เมื่อขณะที่เจ้าขว้างนั้น  แต่อัลเลาะฮ์ต่างหากที่ทำการขว้าง” อัลอัมฟาล 17

พระองค์ทรงตรัสเช่นกันว่า

 وَاللَّهُ خَلَقَكُمْ وَمَا تَعْمَلُونَ

“และอัลเลาะฮ์ทรงสร้างพวกท่านและสิ่งที่พวกท่านได้กระทำขึ้น” อัซซอฟฟาต 96

ดังนั้น   หากการกระทำเราเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาเอง  แสดงว่าเราได้ชิริกภาคีในการสร้างร่วมกับอัลเลาะฮ์ตะอาลา  วัลอิยาซุบิลลาฮ์

6. شِرْكُ الأَغْرَاضِ  (ชิรกุลอัฆรอฎ) ภาคีด้วยเป้าหมายต่าง ๆ คือกระทำอะมัลอิบาดะฮ์เพื่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ ตะอาลา

อัลเลาะฮ์ตะอาลา  ทรงตรัสความว่า

فَوَيْلٌ لِّلْمُصَلِّينَ الَّذِينَ هُمْ عَن صَلَاتِهِمْ سَاهُونَ الَّذِينَ هُمْ يُرَاؤُونَ

“ดังนั้นความหายนะจะประสบแก่ผู้ทำละหมาด  ซึ่งพวกเขาเป็นผู้เผอเรอจากการละหมาดของพวกเขาซึ่งพวกเขาทำการโอ้อวดกัน” อัลมาอูน 4 - 6

 แต่หากเรื่องดุนยานั้นย่อมไม่เป็นไร  เช่นการทำงานเพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว  แต่ทว่าหากเขาได้เหนียตเพื่ออาคิเราะฮ์  เรื่องดุนยาก็จะกลายเป็นเรื่องของอาคิเราะฮ์  แล้วเขาก็จะได้รับการตอบแทนในโลกหน้า  ดังนั้นเท่าไหร่แล้ว  ที่เรื่องดุนยากลายเป็นอาคิเราะฮ์  และเรื่องอาคิเราะฮ์กลายเป็นดุนยาไป  อันเนื่องมาจากสาเหตุของการเหนียต  แต่ทว่าเรื่องอาคิเราะฮ์ต้องกลับกลายเป็นดุนยาไปนั้น  ย่อมเป็นสิ่งที่อันตราย  เนื่องจากเขาได้ตั้งภาคีต่ออัลเลาะฮ์ด้วยการทำอิบาดะฮ์เพื่อสิ่งอื่นจากพระองค์

อัลเลาะฮ์ทรงตรัสความว่า

مَن كَانَ يُرِيدُ حَرْثَ الْآخِرَةِ نَزِدْ لَهُ فِي حَرْثِهِ وَمَن كَانَ يُرِيدُ حَرْثَ الدُّنْيَا نُؤتِهِ مِنْهَا وَمَا لَهُ فِي الْآخِرَةِ مِن نَّصِيبٍ

“ผู้ใดที่มีความมุ่งมาดในไร่นา (ภาคผล) แห่งโลกหน้า  แน่นอนเราก็จะเพิ่งผลให้เขาในไร่นาของเขายิ่งขึ้น  และผู้ใดมุ่งมาดในไร่นาแห่งโลกนี้  เราก็จักมอบแก่เขาบางส่วนจากมัน  แต่เขาก็ไม่มีส่วนได้รับใด ๆ ในโลกหน้าเลย” อัชชูรอ 20

ดังนั้น ฮุกุ่มสี่ประการแรกคือ กุฟุร ด้วยมติแห่งปวงปราชญ์ ส่วนฮุกุ่มข้อที่ 6 นั้น คือฝ่าฝืนทำชั่ว และฮุกุ่มข้อที่ 5 ต้องแจกแจง

والله سبحانه و تعالي أعلي وأعلم
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ al-azhary

  • ผู้มีอิทธิพล (~_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 6201
  • เพศ: ชาย
  • อัลเลาะฮ์เท่านั้นที่มีอยู่จริง
  • Respect: +262
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sunnahstudent.com
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ก.ค. 24, 2008, 04:25 PM »
0
อันดับแรกเราต้องเข้าใจหลักอะกีดะฮ์ก่อนครับ

อัลเลาะฮ์ทรงตรัสความว่า

وَلَكِن يُؤَاخِذُكُم بِمَا كَسَبَتْ قُلُوبُكُمْ

“แต่พระองค์เอาผิดแก่พวกเจ้า  ด้วยเหตุที่หัวใจของพวกเจ้าได้พากเพียรไว้” 2:225

คำว่า “หัวใจพากเพียร” นั้น มิใช่หมายความว่า  หัวใจได้กระทำ  แต่การพากเพียรที่เป็นหน้าที่ของหัวใจนั้น  หมายถึงหัวใจได้มีความตั้งใจ  เจตนา  เลือกเฟ้นที่จะกระทำ  เพราะอัลเลาะฮ์ได้ทรงมอบสิทธิพิเศษให้มนุษย์ได้ใช้สติปัญญาหรือหัวใจเลือกกระทำสิ่งต่าง ๆ โดยมีหลักศาสนา(หลักชาเราะอฺ)มาควบคุม   ดังนั้นหากเราเจตนาทำดี  ก็ได้รับการตอบแทนที่ดี  และหากเราเจตนาชั่วและลงมือกระทำขัดกับหลักศาสนา  ก็จะได้รับการลงโทษ  เฉพาะนั้นการเลือกเฟ้นและเจตนาของหัวใจนี่แหละที่เป็นตัวกำหนดของผลบุญและโทษ

สรุปตรงนี้  คือ มนุษย์ถูกให้สิทธิในการเลือกเฟ้นตัดสินใจที่กระทำสิ่งต่าง ๆ ได้ (โดยมีหลักศาสนามาควบคุม)

ส่วนการกระทำและผลการกระทำที่เกิดขึ้นนั้น  อัลเลาะฮ์ผู้ทรงสร้างมันขึ้นอยู่บนครรลองที่พระองค์ได้วางไว้ให้แก่มนุษย์และมัคโลคทั้งหลาย   ดังนั้น  การกระทำของเราอัลเลาะฮ์องค์เดียวเท่านั้นผู้ทรงสร้าง  กล่าวคือ  หากเราเคลื่อนไหว  ด้วยการนั่ง  เดิน  ทำงาน  ทำอิบาดะฮ์ละหมาดด้วยการเคลื่อนไหวท่วงท่าต่าง ๆ  นั้น   ได้เป็นไปด้วยการมีอวัยวะและพละกำลังให้เกิดการกระทำขึ้นด้วยการสร้างและด้วยกุดเราะฮ์ของอัลเลาะฮ์ตะอาลา  ที่ทรงทำให้มันเกิดขึ้น

  เพราะอัลเลาะฮ์ทรงตรัสว่า

 وَاللَّهُ خَلَقَكُمْ وَمَا تَعْمَلُونَ

“และอัลเลาะฮ์ทรงสร้างพวกท่านและสิ่งที่พวกท่านได้กระทำขึ้น” อัซซอฟฟาต 96

ขอยกตัวอย่างเรื่องการละหมาด

การมีเจตนาตั้งใจทำละหมาดซุฮ์ริ 4 รอกะอัต 

1.   เราตั้งใจละหมาด  แสดงว่าหัวใจเราได้พากเพียรแล้ว  คือเราเจตนากระทำตามสิ่งที่อัลเลาะฮ์ทรงบัญญติใช้ในเรื่องละหมาด  ซึ่งความตั้งใจตรงนี้  ถือว่าเราได้ผลบุญ   ไม่ใช่หมายความว่าท่วงท่าที่เราละหมาด เช่น การยืน , การก้ม , การสุยูด ,นั้นทำให้ได้ผลบุญนะครับ  เพราะถ้าหาก การยืน , การก้ม , การสุยูด , ทำให้ได้ผลบุญแล้ว  แน่นอนว่า  คนที่มีจิตใจโอ้อวด(ริยาอฺ)ในการละหมาด  ก็ได้ผลบุญด้วยเช่นกัน  แต่ตามหลักศาสนาถือว่าการกระทำที่โอ้อวดถือว่าไม่ได้ผลบุญ
2.    การละหมาดต้องมีการกระทำของร่างกาย  เช่น  ยืนตรง , กุ้มโค้งร่อกั๊วะอฺ , เงยขึ้นมา , ก้มลงสุยูด , นั่ง ,  ซึ่งการกระทำของอวัยวะร่างกายและพละกำลังที่ทำให้เกิดการกระทำท่วงท่าในละหมาดเหล่านี้  อัลเลาะฮ์เป็นผู้สร้างมันขึ้นมาให้มันเป็นไปด้วยเดชานุภาพของพระองค์   ดังนั้นเราจะเห็นว่าคนชรายืนละหมาดไม่ไหวทั้งที่เขาก็มีสองขา   ซึ่งการที่คนชรายืนไม่ไหวนั้น  เพราะอัลเลาะฮ์ไม่ทรงสร้างด้วยกุดเราะฮ์(เดชานุภาพของพระองค์)ให้คนชรามีความสามารถยืนละหมาดได้

ดังนั้น  ผู้ให้ยืนละหมาดได้  ให้ก้มสุยูดได้นั้น  คืออัลเลาะฮ์องค์เดียวเท่านั้นคือผู้สร้างมันขึ้นมาเพื่อให้ผู้ละหมาดจึงสามารถเคลื่อนไหวท่วงท่าต่าง ๆ ในละหมาดได้   นี่แหละที่อัลเลาะฮ์ตรัสว่า

  “และอัลเลาะฮ์ทรงสร้างพวกท่านและสิ่งที่พวกท่านได้กระทำขึ้น” อัซซอฟฟาต 96

และสิ่งที่ได้กล่าวนี้  เราก็จะเข้าใจคำพูดที่ว่า  توحيد الأفعال   “ความเอกะในการกระทำ(สรรสร้าง)”   คือ  อัลเลาะฮ์ทรงเอกะในการสรรสร้างแต่เพียงผู้เดียว  ดังนั้น  หากเราอ้างว่ามีผู้อื่นกระทำด้วยนั้น  ถือว่า  ชิริก  ภาคีต่ออัลเลาะฮ์ในการสรรสร้าง

ส่วนคำพูดของคนทั่วไปที่ว่า  “ฉันได้ทำอย่างนั้น  ฉันได้ทำอย่างนี้  เขาได้ทำสิ่งนั้น  เขาได้ทำสิ่งนี้  เป็นต้น  นั้น”  เป็นคำพูดในเชิงปกติวิสัย  (หลักอาดัต) ธรรมดาทั่วไป  และถือว่าเป็นคำพูดแบบ  มะญาซฺ  المجاز  พูดแบบอ้อม ๆ ไม่ใช่ความหมายแท้   แต่หากเราได้พูดพร้อมกับเอี๊ยะอฺติก็อตยึดมั่นว่า   เราได้กระทำ  และเราก็สร้างการกระทำนั้นขึ้นมาโดยมิใช่อัลเลาะฮ์เป็นผู้สร้างการทำนั้น  ถือว่าเขาตั้งภาคี (ชิรก) ต่ออัลเลาะฮ์เสียแล้ว 

  เรามาดูอายะฮ์ที่อยู่ในประเด็น  คือ

อัลเลาะฮ์ตะอาลา  ทรงตรัสความว่า

وَمَا رَمَيْتَ إِذْ رَمَيْتَ وَلَـكِنَّ اللّهَ رَمَى

“และเจ้าไม่ได้ขว้าง  เมื่อขณะที่เจ้าขว้างนั้น  แต่อัลเลาะฮ์ต่างหากที่ทำการขว้าง” อัลอัมฟาล 17

หมายถึง  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  มีเจตนาตั้งใจในการขว้างทรายออกไปเพื่อใส่หน้าศัตรูในสงครามบะดัร   แต่การกระทำที่อยู่ในความหมายที่ว่า “ขว้างออกไป” นั้น  อัลเลาะฮ์เป็นผู้สร้างมันด้วยกุดเราะฮ์(เดชานุภาพ)ของพระองค์ให้ท่านนบีมีความสามารถข้างทรายนั้นไปยังใบหน้าของศัตรูได้   ดังนั้นผู้สร้างการกระทำ (การขว้าง) ที่แท้จริง คืออัลเลาะฮ์ตะอาลา 

ฉะนั้น  ความหมายของอายะฮ์นี้ก็คือ   เจ้ามิได้ขว้างด้วยพลังของเจ้า ในขณะที่เจ้าได้ขว้างหรอก  แต่ด้วยพลังของอัลเลาะฮ์ต่างหากที่ท่านสามารถขว้างไปได้  (ตัฟซีรกุรตุบีย์ได้อธิบายไว้เฉกเช่นนี้แหละครับ)

วัลลอฮุอะลัม
أُحِبُّ الصَّالِحِيْنَ وَلَسْتُ مِنْهُمْ     لَعَلَّ اللهَ يَرْزُقُنِيْ صَلاَحاً

ออฟไลน์ ILHAM

  • เพื่อนตาย T_T
  • *****
  • กระทู้: 11348
  • เพศ: ชาย
  • Sherlock Holmes
  • Respect: +273
    • ดูรายละเอียด
    • ILHAM
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ก.ค. 25, 2008, 12:20 AM »
0
มีหลายครั้งเลยครับที่ทำอีบาดัตเพื่อขอให้ได้ผลทันที ไม่ใช่รียาะ แต่ทำเพื่อขอต่ออัลลอฮเพื่อให้พระองค์ทำให้เกิดสิ่งที่เราต้องการ ก็เรื่องๆดุนยานี่แหละครับ มันคงไม่ใช่ชีริกนะครับ เพราะอัลลอฮชอบให้คนดุอาไม่ใช่หรือ เพื่อบ่งบอกว่าเราอ่อนด้อย ต้องการความช่วยเหลือต่อเขา
إن شاءالله ติด ENT'?everybody

Sherlock Holmes said "How often have I said to you that when you have eliminated the impossible, whatever remains, however improbable, must be the truth?"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ JawhaR

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 1304
  • Respect: +12
    • ดูรายละเอียด
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ก.ย. 08, 2008, 02:32 PM »
0
 salam

บัง อัซฮารี่ ครับ

ผมเข้าใจถูกรึป่าว
2. (ชิรกุตับอีฎ) ภาคีแบบแบ่งส่วน  ใช่พวกคริสต์ ที่ว่ามี พระเจ้า พระบุตร พระจิตรมั้ย
3.  ชิรกุตักรีบ) ภาคีแบบสร้างความใกล้ชิด   ใช่พวก กราบไหว้รูปปั้น มั้ยครับ

ส่วน
4. ชิรกุตักลีด ภาคีเลียนแบบ  และ 5. ชิรกุลอัสบาบ ภาคีจากมูลเหตุ   ผมไม่เข้าใจอะคับ ช่วยยกตัวอย่างได้มั้ยครับ

ญาซากัลลอฮุคอยรอน
I'm just a Mini Muslim and will try to be   StrongeR. Insha-Allah

ออฟไลน์ ad-dalawy

  • เพื่อนซี้ (o_O')
  • **
  • กระทู้: 193
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ก.ย. 16, 2008, 09:37 AM »
0
4. ชิรกุตักลีด ภาคีเลียนแบบ 

บังอัซฮะรี่ได้นำเสนออายะฮ์หนึ่งไว้เป็นตัวอย่างแล้ว คือ

4. شِرْكُ تَقْلِيْدٍ (ชิรกุตักลีด) ภาคีเลียนแบบ คืออิบาดะฮ์สิ่งอื่นจากอัลเลาะฮ์โดยตามผู้อื่นอีกที เช่นการชิริกของพวกญาฮิลียะฮ์รุ่นหลัง(ก่อนอิสลาม)

อัลเลาะฮ์ตะอาลา  ทรงตรัสความว่า

قَالُواْ أَجِئْتَنَا لِنَعْبُدَ اللّهَ وَحْدَهُ وَنَذَرَ مَا كَانَ يَعْبُدُ آبَاؤُنَا فَأْتِنَا بِمَا تَعِدُنَا إِن كُنتَ مِنَ الصَّادِقِينَ

“พวกเขา (ผู้ปฏิเสธ) กล่าวว่า!  “ท่านจะมาหาเราเพียงเพื่อให้เรานมัสการอัลเลาะฮ์เพียงพระองค์เดียว  และให้เราทอดทิ้งสิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้เคยนมัสการมาก่อนกระนั้นหรือ?”  ดังนั้นท่านจงนำมันยังเราเถิด  สิ่งที่ท่านได้สัญญา (ไว้ว่าอุบัติ) แก่เรา (การลงโทษ) หากท่านเป็นผู้หนึ่งจากมวลผู้สัตย์จริงทั้งหลาย”

ตรงนี้พวกมิชริกีนได้ทำการกราบไหว้รูปปั้นเจว็ดเพราะตามบรรพบุรุษของพวกเขาที่กราบไหว้กันมาก่อนหน้าพวกเขาแล้ว  ดังนั้นพวกเขาก็เลยกราบไว้รูปปั้นต่อๆ กันมาโดยอ้างตามบรรพบุรุษ  ซึ่งการกราบไหว้รูปปั้นนั้นถือเป็นชิริก(ภาคี) โดยกราบไหว้เลียบแบบตามบรรพบุรุษ  นี่แหละเขาเรียกว่า ชิริกเลียนแบบ....

ออฟไลน์ JawhaR

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 1304
  • Respect: +12
    • ดูรายละเอียด
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ก.ย. 16, 2008, 10:42 AM »
0
 salam

อ๋อ เข้าใจแล้วครับ
.ญาซากัลลอฮครับคุณ ad-dalawy  party:  party:
I'm just a Mini Muslim and will try to be   StrongeR. Insha-Allah

ออฟไลน์ ตับลีค

  • เพื่อนใหม่ (O_0)
  • *
  • กระทู้: 11
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ต.ค. 04, 2008, 10:23 PM »
0
salam ยาซากั้ลลอฮ์  ขอรบกวนถามหน่อยครับ ชิริกนั้นกระผม พอจะเข้าใจ แต่อยากทราบถึงวิธี การขจัด (รีย้ะ) ชิริกที่เกิดขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ ครับ
อุลาม่ะบาง ท่านบอกว่าหากต้องการ ขจัดชิริก ริย้ะ ในหัวใจ เพื่อที่ จะทำให้เรามี อีหม่าน (ยาเก็น) ที่ฮัก ที่ไม่ติดกับอัสบาบ ไม่ติดกับ ดนยา ต้อง มูญาฮาด้ะ ให้มากๆ ต้องออกไปเพิ่มพูนอีหม่าน ถูกต้องรึไม่ครับผม   และที่ คุณ iLHam บอกว่าการขอดุอานั้นเป็นสิ่งที่ดี ผมเห็นด้วยครับเพราะอาวุธ ของคนมุมิน คือดุอา ครับและ อ.ล ได้บอกให้เราขอดุอาให้มากๆ อยากได้อะไรให้ขอจากพระองค์ เพราะเมื่อเราละหมาดเราก็ได้ อ่านอัลฟาติฮ่ะ  เปรียบเสมือนการปฎิญาณ ตน ในอายะที่5   " อี้ยากะนะบูดุวาอี้ยากะนัสตาอีน" ความว่า และยังพระองค์เท่านั้นที่เราเคารพภัคดี และยังพระองค์เท่านั้นที่เราขอความช่วยเหลือ" แต่ที่คุณ ILHam บอกว่าขอในเรื่องดุนยานั้น กระผมอยากบอกว่าขอได้ แต่เราอย่าให้ความสำคัญกับ ดนยาให้มากครับ ดังรายงานจากท่านอบูฮูรอยเราะหฺ (ร.ด)เล่าว่า ท่าน รอซูล ซ.ล กล่าวว่า  "  เมื่อประชาชาติของฉันให้ความสำคัญกับโลกนี้ ความน่าเกรงขามแห่งอิสลามจะถูกถอดจากพวกเขา เมื่อประชาชาติของฉันละทิ้งการยับยั้งจากความชั่ว ชักชวนสู่ความดีแล้วความจำเริญแห่งวะยู อัลกรุอานจะถูกห้าม และเมื่อประชาชาติของฉันด่าทอต่อกันก็จะปลอดจากการช่วยเหลือคุ้มครองจากอัลเลาะฮฺ   "(ตริมีซี,มุสลิม)   อัสตักฟีรุ้ลลอฮฺ กระผมก็ยังอ่อนแอครับ กำลังอยู่ในช่วง อิสละ ปรับปรุงครับ มนุษย์ทุกคนมีความผิดพลาด หากกระผมแสดงความคิดเห็นไม่ถูกต้องขอได้โปรดตักเตือนด้วยนะครับ มุสลิมเป็นพี่น้องกันและการตักเตือนกันเป็นสิ่งที่ดีครับ ดังรายงานข้างบนฉะนั้น ขอมาอัฟทุกคนนะครับ กระผมมิได้มีเจตนาไม่ดีครับ   วัสลาม

ออฟไลน์ AhlZran

  • เพื่อนใหม่ (O_0)
  • *
  • กระทู้: 20
  • เพศ: ชาย
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ต.ค. 05, 2008, 12:53 AM »
0
 salam ครับ ผมสมาชิกใหม่  mycool:ยินดีที่ได้รู้จักพี่น้อง ทุกท่าน กระผมก็สงสัยเหมือนคุณ ตับลีค ครับ

ออฟไลน์ al-firdaus~*

  • ทีมงานหลังบอร์ด (-_-''')
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 5009
  • เพศ: หญิง
  • 可爱
  • Respect: +161
    • ดูรายละเอียด
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธ.ค. 03, 2009, 10:18 PM »
0



กระจ่างมากๆเรยค่ะ  mycool:

ออฟไลน์ a d n a n

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 698
  • เพศ: ชาย
  • "และคำพูดที่ดี เป็นซอดาเกาะฮฺ" (บุคอรียฺ , มุสลิม)
  • Respect: +13
    • ดูรายละเอียด
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธ.ค. 04, 2009, 11:35 AM »
0
salam ยาซากั้ลลอฮ์  ขอรบกวนถามหน่อยครับ ชิริกนั้นกระผม พอจะเข้าใจ แต่อยากทราบถึงวิธี การขจัด (รีย้ะ) ชิริกที่เกิดขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ ครับ
อุลาม่ะบาง ท่านบอกว่าหากต้องการ ขจัดชิริก ริย้ะ ในหัวใจ เพื่อที่ จะทำให้เรามี อีหม่าน (ยาเก็น) ที่ฮัก ที่ไม่ติดกับอัสบาบ ไม่ติดกับ ดนยา ต้อง มูญาฮาด้ะ ให้มากๆ ต้องออกไปเพิ่มพูนอีหม่าน ถูกต้องรึไม่ครับผม   และที่ คุณ iLHam บอกว่าการขอดุอานั้นเป็นสิ่งที่ดี ผมเห็นด้วยครับเพราะอาวุธ ของคนมุมิน คือดุอา ครับและ อ.ล ได้บอกให้เราขอดุอาให้มากๆ อยากได้อะไรให้ขอจากพระองค์ เพราะเมื่อเราละหมาดเราก็ได้ อ่านอัลฟาติฮ่ะ  เปรียบเสมือนการปฎิญาณ ตน ในอายะที่5   " อี้ยากะนะบูดุวาอี้ยากะนัสตาอีน" ความว่า และยังพระองค์เท่านั้นที่เราเคารพภัคดี และยังพระองค์เท่านั้นที่เราขอความช่วยเหลือ" แต่ที่คุณ ILHam บอกว่าขอในเรื่องดุนยานั้น กระผมอยากบอกว่าขอได้ แต่เราอย่าให้ความสำคัญกับ ดนยาให้มากครับ ดังรายงานจากท่านอบูฮูรอยเราะหฺ (ร.ด)เล่าว่า ท่าน รอซูล ซ.ล กล่าวว่า  "  เมื่อประชาชาติของฉันให้ความสำคัญกับโลกนี้ ความน่าเกรงขามแห่งอิสลามจะถูกถอดจากพวกเขา เมื่อประชาชาติของฉันละทิ้งการยับยั้งจากความชั่ว ชักชวนสู่ความดีแล้วความจำเริญแห่งวะยู อัลกรุอานจะถูกห้าม และเมื่อประชาชาติของฉันด่าทอต่อกันก็จะปลอดจากการช่วยเหลือคุ้มครองจากอัลเลาะฮฺ   "(ตริมีซี,มุสลิม)   อัสตักฟีรุ้ลลอฮฺ กระผมก็ยังอ่อนแอครับ กำลังอยู่ในช่วง อิสละ ปรับปรุงครับ มนุษย์ทุกคนมีความผิดพลาด หากกระผมแสดงความคิดเห็นไม่ถูกต้องขอได้โปรดตักเตือนด้วยนะครับ มุสลิมเป็นพี่น้องกันและการตักเตือนกันเป็นสิ่งที่ดีครับ ดังรายงานข้างบนฉะนั้น ขอมาอัฟทุกคนนะครับ กระผมมิได้มีเจตนาไม่ดีครับ   วัสลาม

salam ครับ ผมสมาชิกใหม่  mycool:ยินดีที่ได้รู้จักพี่น้อง ทุกท่าน กระผมก็สงสัยเหมือนคุณ ตับลีค ครับ

วิธีนึง คือ นอกจากเราจะพูดถึงความสำคัญของความอิคลาสให้มาก ๆ

ก็ให้เรานั้นได้มีการเช็คเนียต ก่อนกระทำ ขณะกระทำ และหลังกระทำ

ก่อนกระทำ กับ ขณะกระทำ เข้าใจไม่ยากครับ คือ ทำก็เพื่ออัลลอฮ และไม่ทำก็เพื่ออัลลอฮ

ส่วนหลังกระทำนี้ จะยกตัวอย่างก็ เช่น

เมื่อคืนเราละหมาดตะฮยุจมา ก็ไม่ต้องเที่ยวไปบอกใคร หรือเราบริจาคทาน ก็ไม่ต้องป่าวประกาศ เป็นต้นครับ

และ ผู้อาวุโสท่านนึงได้สอนผมมา คือ ให้เรารักษา ความสม่ำเสมอ ในอาม้าลครับ

ค่อย ๆ ทำไป แม้ว่ามันจะเป็นอาม้าลที่เล็กน้อย แต่ถ้าเราเสมอต้นเสมอปลาย และบริสุทธิ์ใจ ผลตอบแทนของมันนั้นยิ่งใหญ่นัก

สุดท้ายก็ดุอาอฺ อย่างที่ ILHAM บอกครับ อินชาอัลลอฮ
หากมาอย่าง " ผึ้ง " ก็จะได้ ~o น้ำหวาน o~ กลับไป oOo หากมาอย่าง " แมลงวัน " ก็จะไม่ได้อะไร นอกจาก

ออฟไลน์ กูปีเยาะฮฺสะอื้น

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 1674
  • เพศ: ชาย
  • ที่สุดแห่งชีวิต
  • Respect: +12
    • ดูรายละเอียด
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ธ.ค. 09, 2009, 11:00 AM »
0
มีหนังสือเล่มหนึ่งกล่าวว่า
การซิริกนั้นเหมือนกับมดตัวสีดำที่เกาะอยู่บนก้อนหินสีดำที่อยู่ในถ้ำที่มืดมิด
มีหลักเกณฑ์ ยึดหลักการ มีหลักฐาน มั่นหลักธรรม

ออฟไลน์ hiddenmin

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 2460
  • เพศ: ชาย
  • 404 not found
  • Respect: +76
    • ดูรายละเอียด
    • Ikhlas Studio
Re: ชิริกมี 6 ประเภท
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธ.ค. 09, 2009, 11:09 AM »
0
เมื่อวานมีกลุ่ม นัดวาตุลฟิตยะฮ มาเยี่ยมที่ชมรมก็พูดคำคล้ายๆ นั้น

 

GoogleTagged