ผู้เขียน หัวข้อ: กิบลัต อยู่ทางไหน? โดย อ.อับดุลการีม วันแอเลาะ  (อ่าน 5874 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ เหรียญ 2 ด้าน

  • เพื่อนแท้ (-.^)
  • ****
  • กระทู้: 755
  • เพศ: ชาย
  • เรียบง่าย แต่ไร้เทียมทาน (จิงๆๆ)
  • Respect: +8
    • ดูรายละเอียด
    • กัมปงดูกู

กิบลัตอยู่ทางไหน ?
โดย
อับดุลการีม [ อรุณ ] วันแอเลาะ
ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี
ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักจุฬาราชมนตรี
รองประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
 
 
 
 
คำนำ
 
          จริงๆแล้วผู้รู้ต่างก็พูดและทำความเข้าใจเรื่องต่างๆกันอย่างต่อเนื่อง แต่มีบางเรื่อง ด้วยการพูดไม่สามารถสร้างความเข้าใจ หรือกวาดล้างพื้นที่แห่งความไม่รู้ในสมองของคนเราได้
          ใช่ ต้องเขียน ต้องทำเป็นหนังสือ ซึ่งเรื่องกิบลัตนี้ ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่จะยุติหรือกวาดล้างได้ด้วยหนังสือ
          จึงใช้เวลานิดหนึ่งมาแปล เขียน เรียบเรียง เพื่อดับปัญหาที่กำลังจะเกิดหรือที่เกิดขึ้นแล้ว
          ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ขออัลลอฮ์ได้โปรดให้เป็นอะมั้ลที่ซอและฮ์แก่ผม และผู้ที่ทำให้ผมเป็นผม อย่างที่อัลลอฮ์ให้ผมเป็น
ด้วยรัก
 
อับดุลการีม [ อรุณ ] วันแอเลาะ
รองประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดีนทรานส์อุปถัมภ์การพิมพ์
 
 
กิบลัตละหมาด
โดย อับดุลการีม     วันแอเลาะ
          [ กิบลัต ] คือ จุดที่กำหนดให้ตรงกับผู้ละ หมาด
          [ กะบะฮ์ ] คือ ชื่อของรูปทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งก็คือ
[ อัลบัยตุ้ลหะรอม ] และเพื่อเป็นการให้เกียรติ ได้เพิ่มคำว่า อัลลอฮ์ เข้าไปเป็น [ บัยตุ้ลลอฮิ้ลหะรอม ]
[ กะบะฮ์ ] หรือ [ บัยตุ้ลลอฮิ้ลหะรอม ] คืออา คารหลังแรกที่อัลลอฮ์ท่านได้ทรงสร้างขึ้นมาที่บักกะฮ์หรือมักกะฮ์ ดังอัลกุรอานกล่าวว่า :
        [ إِنَّ أَوَّلَ بَيْتٍ وُضِعَ لِلنَّاسِ لَلَّذِيْ بِبَكَّةَ مُبَارَكًا وَهُدًى لِلْعَالَمِيْنَ ]
[ سُوَرَةُ آلَ عِمَرَانَ : ۹٦]
ความว่า [ แท้จริง บ้านหลังแรกที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับมนุษย์ [ เพื่อการทำอิบาดะห์ ]นั้น คือบ้านที่มักกะห์ [ กะบะฮ์ ] โดยเป็นที่ถูกให้มีความจำเริญ [ คือ มี
ผลไม้นานาชนิดอย่างสมบูรณ์ ] และเป็นที่แนะนำแก่ประชาชาติทั้งหลาย ]
 [ อาละอิมรอน : 96 ]
          และ :
          [ قَدْ نَرَى تَقَلُّبَ وَجْهِكَ فِي السََّمَاءِ ، فَلَنُوَلِّيَنَّكَ قِبْلَةً تَرْضَاهَا ، فَوَلِّ وَجْهَكَ شَطْرَ الْمَسْجِدِ الْحَرَامِ ، وَحَيْثُ مَاكُنْتُمْ فَوَلُّوْا وُجُوْهَكُمْ شَطْرَهُ .]
[ سُوْرَةُ الْبَقَرَةِ : ۱٤٤ ]
                ความว่า [ แท้จริง เราพบใบหน้าของท่าน [ มู ฮำหมัด ] แหงนไปในฟากฟ้าบ่อยครั้ง แน่นอน เราจะให้ท่านผินไปยังทิศ [ กิบลัต ] ที่ท่านพึงพอใจ ดังนั้น ท่านจงผินใบหน้าของท่านไปทางมัสยิดิ้ลหะรอมเถิด และที่ใดก็ตามที่พวกท่านปรากฏอยู่ ก็จงผินใบหน้าของพวกท่านไปทางทิศนั้น [ ไปทางมัสยิดิ้ลหะรอม ] อันได้แก่ กะบะฮ์
 
เปลี่ยนไปเป็นบัยติ้ลมักดิส
เพื่อเอาใจชาวคริสต์และชาวยิว
 
          อัลกุรอาน ได้อธิบายถึงเหตุผลในการที่เคยเปลี่ยนกิบลัต จากมัสยิดิ้ลหะรอม [ กะบะฮ์ , บัยตุ้ล ลอฮิ้ลหะรอม ] ไปเป็นบัยตุ้ลมักดิสระยะหนึ่งประมาณ 16 เดือน ในช่วงหลังจากที่ท่านน่าบีศ็อลฯ ได้อพยพไปอยู่มะดีนะห์แล้วเอาไว้ว่า :
          [ وَمَا جَعَلْنَا الْقِبْلَةَ الَّتِيْ كُنْتَ عَلَيْهَا إِلاَّ لِنَعْلَمَ مَنْ يَتَّبِعُ الرَّسُوْلَ مِمَّنْ يَنْقَلِبُ عَلَى عَقِبَيْهِ ، وَإِنْ كَانَتْ لَكَبِيْرَةً إِلاَّ عَلَى الَّذِيْنَ هَدَى اللهُ ، وَمَاكَانَ اللهُ لِيُضِيْعَ إِيْمَانَكُمْ ، إِنَّ اللهَ بِالنَّاسِ لَرَءُوْفٌ رَحَيْمٌ ]
[ سُوْرَةُ الْبَقَرَةِ : ۱٤۳ ]
         
ความว่า [ และเรามิได้ให้มีขึ้นซึ่งกิบลัตที่ท่านเคยผินไป นอกจาก เพื่อเราจะได้รู้ว่า ใครบ้างที่จะปฏิเสธตามท่านร่อซู้ล จากผู้ที่กำลังหันส้นเท้าทั้งสองของเขากลับ หมายถึง ผินหลังให้ และแท้จริง การเปลี่ยนแปลงกิบลัตนั้นเป็นเรื่องใหญ่ [ เพราะทำให้ผู้มีศรัทธาที่ไม่มั่นคง เกิดความสงสัย และปฏิเสธการศรัทธาก็มี และเป็นเป้าแห่งการโจมตีของชาวยิวและชาวคริสเตียน ตลอดจน พวกมุซริกชาวมักกะห์ด้วย ] นอกจาก แก่บรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ได้ทรงแนะนำเท่านั้น และใช่ว่าอัลลอฮ์นั้น จะทำให้การศรัทธาของพวกท่านสูญไปก็หาไม่ แท้จริง อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาแก่มนุษย์เสมอ ]
 [ ซูร่อตุ้ลบะก้อเราะห์ : 143 ]
          ชาวคริสต์และชาวยิว ก็คือ ประชากรของนบีมูซา [ โมเสส ] และนบีอีซา [ เยซู ] ที่ต่างใช้บัยตุ้ลมัก ดิสเป็นศูนย์รวมใจในการทำอิบาดะห์ และอันเนื่อง มาจากที่ท่านนบีศ็อลฯ ได้อ้างว่า อิสลามตามการเผย แพร่ของท่าน ก็เหมือนกับอิสลามที่บรรดานบีทุกพระ องค์เผยแพร่มาแล้วในยุคก่อน
          อันหมายความรวมถึง ก็เหมือนกับที่ท่านนบีมูซาและนบีอีซาเผยแพร่นั่นเอง ตามความเป็นจริงที่อ้างถึงนี้ ทำให้ชาวยิวและชาวคริสต์แคลงใจว่า ถ้าเหมือนกันแล้ว ไฉนไม่ใช้บัยตุ้ลมักดิสเป็นศุนย์รวมใจเหมือนที่นบีมูซาและอีซาเคยสอนไว้ เพื่อเป็นการเอาใจ ท่านนบีจึงได้รับบัญชาจากพระเจ้าให้หันหน้าในการละหมาดไปทางบัยตุ้ลมักดิส เป็นระยะเวลาประ มาณ 16 เดือน ดังได้กล่าวแล้ว เป็นการกระทำตามบัญชาทั้งๆที่ชอบที่จะหันหน้าไปทางกะบะฮ์ ดังเข้าใจได้จากอัลกุรอาน ซูร่อตุ้ลบะกอเราะห์ โองการที่ 146 ข้างต้น แล้วสุดท้าย ก็ได้บัญชาให้ ท่านนบีมูฮำหมัดละหมาดไปทางกะบะฮ์ดั่งเดิม ซึ่งทำให้ได้รู้อะไรต่อมิอะไร ณ.จุดเปลี่ยนนี้มากมาย เป็นสำคัญสำหรับการพิสูจน์ถึงความศรัทธาว่า ใครบ้างที่ปฏิเสธการตามร่อซู้ล ศ็อลฯ
          มีนักวิชาการกล่าวว่า กิบลัตละหมาดก็คือ บัยตุ้ลลอฮ์ กิบลัตดุอาก็คือ ฟากฟ้า และกิบลัตของหัวใจก็คือ อัลลอฮ์พระเจ้าของเรา
          ซะรัตหรือเงื่อนไขของการละหมาดประการที่ห้าก็คือ การผินไปทางกิบลัต คือ การผินไปที่อาคารกะบะฮ์ มิใช่ทิศกะบะฮ์ เป็นทัศนะที่มั๊วะอ์ตะมัต [ เป็นที่ยอมรับ ] ในมัซฮับของเรา ซาฟิอี ทั้งนี้ เมื่ออยู่ใกล้กะบะฮ์ แต่ถ้าอยู่ไกล ให้เข้าใจในระดับ 50 + ว่า หันไปทางนี้ คือกิบลัต
          จุดมุ่งหมายของคำว่า [ อาคารกะบะฮ์ ] นั้น หมายถึง ตัวกะบะฮ์ หรือ จุดที่อยู่ในแนวดิ่ง ทั้งบนและล่างของกะบะฮ์ [ เนื่องจากโลกกลม เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่จะตรงกันในแนวตรง หรือระดับ 180 องศาเสมอไป ด้วยเหตุนี้จึงหมายถึง แนวดิ่งทั้งบนและล่าง ซึ่งก็คือ บนฟ้าและใต้พื้นดินด้วย ]
          การผินไปทางกิบลัตนั้น หากไม่ได้ผินทั้งร่างกาย เช่น ผินเพียงครึ่งหนึ่ง หรือสามในสี่ของร่างกาย ให้ถือว่าละหมาดใช้ไม่ได้ และหากแถวในการละหมาดยาว โดยไม่ทำเป็นวงรีหรือโค้ง ทำให้บางส่วนของผู้ละหมาดในแถวไม่ตรงกะบะฮ์ ก็ถือว่า การละหมาดของผู้ที่หันไม่ตรงกะบะฮ์นั้นใช้ไม่ได้
          แต่ในกรณีที่อยู่ไกล มองไม่เห็นกะบะฮ์ การละหมาดถือว่าใช้ได้ แม้แถวละหมาดจะยาวเพียงใดก็ตาม หากไม่ยาวกว่าระยะของตะวันออกจรดตะวันตก ซึ่งจะต้องจัดแถวให้โค้งเป็นวงรีรับกะบะฮ์ ในกรณีที่อยู่ไกลมองไม่ห็น ให้ใช้การอิจติฮาด [ คำนวณ , วิเคราะห์ ] ตามการโคจรของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว กระแสลม หรือสัญลักษณ์อะไรก็ได้ แต่หากไม่สามารถอิจติฮาดได้ เช่น คนตาบอด หรือบอดความรู้ ก็ให้ตามผู้ที่สามารถอิจติฮาดได้ สรุปแล้ว ระดับการรับรู้เรื่องกิบลัตมี 4 ระดับคือ :
          1.[ اَلْعِلْمُ بِالنَّفْسِ ] หมายถึง [ สามารถรับรู้ได้ด้วยตนเอง ]
          2.[ إِخْبَارُ الثِّقَةِ عَنْ عِلْمٍ ] หมายถึง [ ตามคำบอกเล่าของผู้ที่เชื่อถือได้ ]
          3.[ اَْلاِجْتِهَادُ ] หมายถึง [ วิเคราะห์ ]
          4.[ تَقْلِيْدُ الْمُجْتَهِدِ ] หมายถึง [ เชื่อตามผลการวิเคราะห์ของผู้อื่น ]
 
ข้อมูลจำเพาะ
 
          1.ที่ชื่อว่า [ กิบลัต ] ก็เพราะตรงกับด้านหน้าของผู้ละหมาด
2.ที่ชื่อว่า [ กะบะฮ์ ] ก็เพราะเป็นรูปทรงสูง [ สี่ เหลี่ยมทรงสูง ]
3.ที่ชื่อว่า [ บัยตุ้ลลอฮ์ ] แปลว่า บ้านของ อัลลอฮ์
4.ที่ชื่อว่า [ บัยตุ้ลอะตีก ] ก็เพราะได้รับการคุ้มครองให้ปลอดภัยจาก การย่ำยีและทำลายล้าง
5.ที่ชื่อว่า [ บัยตุ้ลลอฮิ้ลหะรอม ] แปลว่า บ้านของอัลลอฮ์ที่ทรงหวงห้าม
 
การ ผินหน้าไปทางกิบลัตนั้น หมายถึง การให้หน้าอกตรงกิบลัต ซึ่งเป็นความจำเป็นและกระทำได้จริง สำหรับผู้ที่ยืนหรือนั่งละหมาด คือสามารถกระทำได้ในความเป็นจริง ส่วนการละหมาดที่อยู่ในช่วงรู่กั๊วะอ์หรือซุหยูดนั้น ก็ให้ถือว่า หน้าอกตรงกับกิบลัตแล้วโดยหลักการ สำหรับผู้ละหมาดที่นอนตะแคง ต้องให้ใบหน้าและหน้าอกตรงกับกิบลัต และปลายเท้าทั้งสองข้างต้องเหยียดตรง ในกรณีที่ละหมาดในสภาพนอนหงาย และสำหรับผู้ไม่สามารถหันไปทางกิบลัตได้ จะด้วยกรณีใดๆก็ตาม ก็ให้ละหมาดเท่าที่สามารถจะทำได้ แต่ต้องอิอาดะห์ [ คือละหมาดใหม่อีกครั้ง เมื่อสามารถหันไปทางกิบลัตได้ ]
 
 
ไม่ต้องหันไปทางกิบลัตใน 2 กรณี
 
          1.ในการละหมาดยามกลัว [ شِدَّةُ الْخَوْفِ ] ให้ละหมาดตามสภาพที่กระทำได้ และไม่ต้องอิอาดะห์ละหมาด ดังอัลกุรอานกล่าวว่า :
[ فَإِنْ خِفْتُمْ فَرِجَالاً أَوْ رُكْبَانًا ]
[ سُوْرَةُ الْبَقَرَةِ : ۲۳٩ ]
          ความว่า [ หากพวกท่านมีความกลัว ก็ละ หมาดได้ ทั้งหันหน้าไปทางกิบลัตหรือไม่หันไปทางกิบ
ลัต ]
[ ซูร่อตุ้ลบะกอเราะห์ : 239 ]
[ ตามการอธิบายของอิบนุอุมัร ซึ่งก็คือ การอธิบายของท่านร่อซู้ลศ็อลฯ ]
2.ในการละหมาดสุนัตบนพาหนะยามเดินทาง ที่ไม่ใช่เดินทางไปทำความชั่ว แม้การเดินทางจะมีระยะสั้น ไม่ถึง 2 มัรฮะละห์ก็ตาม
คัดจาก [ اَلْبَاجُوْرِيُّ ] เล่มที่ 1
หน้า 142 – 144
ที่รอบิตี เมื่อ 4 รอมดอน 1428
15 กันยายน 2550 เวลา 10.00 น.
 
 
จากหนังสือ
[ إِعَانَةُ الطَّالِبِيْنَ ] เล่มที่ 1 หน้า 123 – 124
 
          ซะรัต [ เงื่อนไข ] ของการละหมาดประการที่ห้า คือ ผินหน้าอกไปทางกะบะฮ์ ดังนั้น เพียงการผินไปทางแถบหรือด้าน หรือทิศกิบลัตนั้น ถือว่าใช้ไม่ได้ แต่อ้าบูฮะนีฟะห์ เท่านั้น ที่ถือว่าใช้ได้ เมื่อได้ผินไปทางทิศกิบลัต แต่หากไม่สามารถที่จะผินไปทางอาคารกะบะฮ์ได้ จะด้วยอุปสรรคใดๆก็ตาม ก็ให้ละหมาดทั้งฟัรดูและสุนัตได้พลางเดิน หรือขณะอยู่บนยานพาหนะ ซึ่งจะผินหน้าไปทางกะบะฮ์หรือหรือผินหลังก็ตาม เช่น คนที่ละหมาดพลางหนีไฟ หนีน้ำหลาก หนีสัตว์ร้าย หนีงู หนีเจ้าหนี้ เนื่องจากยังไม่มีใช้ หรือหนีการถูกคุกคาม เป็นต้น
          ในการผินหน้าอกและร่างกายไปทางกิบลัต มีหลักฐานจากฮะดีษที่ท่านนบีศ็อลฯได้แนะนำผู้ที่ละหมาด แต่ยังไม่เรียกว่าละหมาด เนื่องจากยังไม่ถุก ต้อง ผู้นั้นก็คือ คอลล๊าด บิน รอเฟี๊ยะอ์ อัรรุซกีย์ อัลอันศอรีย์ ว่า :
[ إِذَا قُمْتَ إِلَى الصَّلاَةِ فَأَسْبِغِ الْوُضُوْءَ ثُمَّ اسْتَقْبِلِ الْقِبْلَةَ ]
[ رَوَاهُ الشَّيْخَانِ ]
                ความว่า [ เมื่อท่านประสงค์จะละหมาด ท่านจงอาบน้ำละหมาดให้ทั่วถึง แล้วจงหันหน้าไปทางกิบลัต ]
[ รายงานโดยบุคอรีย์และมุสลิม ]
          และฮะดีษ :
[ صَلُّوْا كَمَا رَأَيْتُمُوْنِيْ أُصَلِّيْ ]
          ความว่า [ พวกท่านจงละหมาด เหมือนที่พวก
ท่านเห็นฉันละหมาด ]
          อนึ่ง หินโค้ง และช่องว่างระหว่างหินโค้งกับกะบะฮ์นั้น ไม่ใช่กะบะฮ์ และฐานกะบะฮ์นั้น ก็ไม่จัดอยู่ในคำว่า กะบะฮ์ ดังนั้น หากละหมาดตรง ณ.ที่นั้น การละหมาดก็ใช้ไม่ได้ เพราะนั่นไม่ใช่กะบะฮ์ การละหมาดโดยหันหน้าอกไปทางทิศที่กะบะฮ์ ทั้งๆที่สามารถให้ตรงได้ เนื่องจากอยู่ใกล้และเห็นนั้น ใช้ไม่ได้ เพราะมีฮะดีษกล่าวว่า ท่านร่อซู้ลศ็อลฯได้ละหมาดหันไปที่กะบะฮ์ และกล่าวว่า :
[ هذِهِ الْقِبْلَةُ ]
ความว่า [ นี่คือ กิบลัต ]
          ส่วนฮะดีษที่กล่าวว่า :
[ مَا بَيْنَ الْمَشْرِقِ وَالْمَغْرِبِ قِبْلَةٌ ]
          ความว่า [ สิ่งที่อยู่ระหว่างตะวันออกและตะวัน ตกนั้น คือกิบลัต ]
[ فَمَحْمُوْلٌ عَلَى أَهْلِ الْمَدِيْنَةِ وَمَنْ دَنَاهُمْ ]
          ความว่า [ ให้หมายถึง ชาวมะดีนะห์และผู้ที่อยู่ด้านเดียวกับมะดีนะห์ ]
          ซึ่งก็พอประมวลได้ว่า ถ้าละหมาดต่อหน้ากะบะฮ์ ต้องตรงกะบะฮ์จริงๆ [ ตรงตามปรากฏการณ์ ]
แต่ ถ้าไม่ได้ละหมาดต่อหน้า ให้ตรงตามหลักการ ซึ่งนั่นก็หมายถึง ทิศกะบะฮ์ ซึ่งถ้ากะบะฮ์อยู่ทางทิศตะวันตก กิบลัตก็จะอยู่ระหว่างทิศเหนือกับทิศใต้ ในทำนองเดียวกัน ถ้าอยู่ทางทิศตะวันออก แต่ถ้ากะบะฮ์อยู่ทางทิศเหนือ กิบลัตก็จะอยู่ระหว่างทิศตะวันออกกับทิศตะวันตก ในทำนองเดียวกัน ถ้ากะบะฮ์อยู่ทิศตะวันตก กิบลัตก็จะอยู่ระหว่างทิศเหนือกับทิศใต้
เหนือ
 ตก                       ออก
 
 
ใต้
          ในหนังสือ [ تُحْفَةٌ ] โดยท่าน [ اِبْنُ حَجَرٍ ] กล่าวไว้ว่า จุดมุ่งหมายของคำว่า [ อก ] นั้นคือ [ ร่างกายทั้ง หมด ] ดังนั้น การละหมาดที่ส่วนใดของร่างกายไม่หันไปทางกิบลัต การละหมาดนั้นก็ใช้ไม่ได้
คัดจาก [ إِعَانَةُ الطَّالِبِيْنَ ] เล่ม 1 หน้า 123 – 126
ที่รอบิตี เมื่อ 4 รอมดอน 1428
15 กันยายน 2550 เวลา 12.00 น.
 
قَالَ اللهُ تَعَالَى :[ قَدْ نَرَى تَقَلُّبَ وَجْهِكَ فِي السََّمَاءِ ، فَلَنُوَلِّيَنَّكَ قِبْلَةً تَرْضَاهَا ، فَوَلِّ وَجْهَكَ شَطْرَ الْمَسْجِدِ الْحَرَامِ ، وَحَيْثُ مَاكُنْتُمْ فَوَلُّوْا وُجُوْهَكُمْ شَطْرَهُ ، وَإِنَّ الَّذِيْنَ أُوْتُوا الْكِتَابَ لَيَعْلَمُوْنَ أَنَّهُ الْحَقُّ مِنْ رَبِّهِمْ ، وَمَا اللهُ بِغَافِلٍ عَمَّا يَعْمَلُوْنَ ]
[ سُوْرَةُ الْبَقَرَةِ : ۱٤٤ ]
 
                ความว่า [ แท้จริง เราพบใบหน้าของท่าน [ มู ฮำหมัด ] แหงนไปในฟากฟ้าบ่อยครั้ง แน่ นอน เราจะให้ท่านผินไปยังทิศ [ กิบลัต ] ที่ท่านพึงพอใจ ดังนั้น ท่านจงผินใบหน้าของท่านไปทางมัสยิดิ้ลหะรอมเถิด และที่ใดก็ตามที่พวกท่านปรากฏอยู่ ก็จงผินใบหน้าของพวกท่านไปทางทิศนั้น [ ไปทางมัสยิดิ้ลหะรอม ] และแท้จริง บรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ ต่างรู้ดีว่า นี่คือสัจธรรมจากผู้อภิบาลของพวกเขา อัลลอฮ์ไม่หลงลืมในสิ่งที่พวกเขาได้ปฏิบัติ ]
[ ซูร่อตุ้ลบะกอเราะห์ : 144 ]
 
สรุป
 
          บ่อยครั้งที่อัลลอฮ์เห็นท่านนบีแหงนหน้าขึ้นไปยังฟากฟ้า เพราะคนึงหาวะฮี เนื่องจาก คนึงหาอยากจะละหมาดหันหน้าไปทางกะบะฮ์ เนื่องจากชาวยะฮูดีประณามกันว่า มูฮำหมัดทำตัวไม่เหมือนพวกเรา แต่กลับมาตามกิบลัตของเรา
          ฮะดีษรายงานโดยบุคอรีย์และมุสลิม จาก อัลบัรรออ์ บินฮาซิม ว่า :
          [ صَلَّيْنَا مَعَ رَسُوْلِ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ بَعْدَ قُدُوْمِهِ الْمَدِيْنَةَ سِتَّةَ عَشَرَ شَهْرًا نَحْوَ بِيْتِ الْمَقْدِسِ ، ثُمَّ أَظْهَرَ اللهُ عِلْمَهُ لِنَبِيِّهِ عَلَيْهِ الصَّلاَةُ وَالسَّلاَمُ ، فَنَزَلَتِ اْلآيَةُ : [ قَدْ نَرَى تَقَلُّبَ وَجْهِكَ ]
          ความว่า [ พวกเราได้ละหมาดกับร่อซู้ลศ้อลฯ ไปทางบัยตุ้ลมักดิสถึง 16 เดือน หลังจากที่ได้เดินทางมาถึงมะดีนะห์แล้ว ต่อมา อัลลอฮ์ได้ทรงเปิดเผยความรู้ของพระองค์ให้ท่านนบีศ็อลฯรู้ โดยได้ประทาน อัลกุรอานในซูร่อตุ้ลบะกอเราะห์ โองการที่144 ] ข้าง ต้น
          [ فَـوَلِّ وَجْهَكَ شَطْرَ الْمَسْجِدِ الْحَرَامِ ] ความว่า
[ ดังนั้นท่านจงหันหน้าของท่านไปทางมัสยิดดิ้ลหะรอม ]คำว่า [ شَطْرَ الْمَسْجِدِ الْحَرَامِ ] นั้นหมายถึง[ แถบ มัสยิดหะรอม , ด้านมัสยิดหะรอม , ตัวมัสยิดหะรอมซึ่งมัสยิด มิใช่กะบะฮ์ ] แต่ให้ความเข้าใจ ณ.ที่นี่ว่า มัสยิดคือกิบลัต ทั้งๆที่จริงๆแล้ว มัสยิดไม่ใช่กิบลัต ดังได้กล่าวมาแล้วในฮะดีษ ซึ่งแสดงว่า คนที่อยู่ไกลกิบลัตก็คือ การผินไปทางกิบลัต ไม่ใช่ผินไปที่กิบลัต ซึ่งจะเป็นการบังคับในสิ่งที่ยากลำบาก ไม่สามารถปฏิบัติได้ นอกจากนั้น ยังแสดงว่า กะบะฮ์ คือ กิบลัต ของคนทั้งโลก มิใช่เป็นกิบลัตของชาวมะดีนะห์เท่านั้น
          ในคัมภีร์เตารอตและอินญีลแจ้งไว้ว่า ท่านนบี มูฮำหมัดจะทำละหมาดทั้งสองกิบลัตในระยะหนึ่ง ไม่มีใครขัดแย้งว่า การหันไปทางกิบลัต เป็นเงื่อนไขของการละหมาด นอกจาก ละหมาดที่ได้รับการผ่อนปรนว่า ไม่ต้องหันไปก็ได้
 
 
แต่ที่ขัดแย้งกันอยู่ก็คือ กิบลัตคืออะไร ?
 
          [ กิบลัต ] คือ อาคารกะบะฮ์หรือทิศ,แถบด้านกะบะฮ์ , ท่านอิบนุอับบาส กล่าวว่า :
          1.กะบะฮ์ คือ กิบลัตของคนที่อยู่ในมัสยิดหะรอม
          2.มัสยิดหะรอม คือ กิบลัตของคนมักกะห์
          3.มักกะห์ คือ กิบลัตของหัวเมืองต่างๆ
          การหันไปทางกิบลัต เป็นคำบัญชาซึ่งจะต้องปฏิบัติตาม มีฮะดีษจาก อบูฮูร็อยเราะห์ ที่กล่าวมาในตอนต้นว่า ท่านนบีได้บอกแก่ชาวมะดีนะห์ว่า ระหว่างตะวันออกและตะวันตกนั้น คือกิบลัต ก็แปลว่า หันไปด้านนี้ , หรือแถบนี้ , หรือทิศนี้ ก็เรียกว่า หันไปทางกิบลัตแล้ว และเมื่อซอฮาบะห์รับรู้ว่า ให้เปลี่ยนกิบลัตจากบัยตุ้ลมักดิสไปเป็นกะบะฮ์ ปรากฏว่า ชาวกุบาอ์
[ ชื่อหมู่บ้านชานเมืองมะดีนะห์ ] กำลังละหมาดซุบฮิอยู่ ซึ่งการหันไปทางบัยตุ้ลมักดิส ก็คือ การหันหลังให้กะบะฮ์ เมื่อพวกเขารับรู้ พวกเขาก็เปลี่ยนกิบลัตทันที ในระหว่างที่พวกเขาละหมาด ในแบบกลับหลังหันหรือหันหลังกลับ โดยไม่ได้ถามหาหลักฐาน หรือวิเคราะห์ , วิจัย ,ใช้เข็มทิศ หรือตั้งกระแสเพื่อกำหนดกิบลัตแต่อย่างใด ซึ่งท่านนบีศ็อลฯก็รู้ และก็มิได้ให้คำแนะนำอะไรเพิ่มเติม ย่อมแสดง : ว่าถูกต้อง เพียงลำพังการเปลี่ยนทิศทาง โดยไม่ได้วิเคราะห์ วิจัย หากิบลัตแต่อย่างใด มัสยิดที่อยู่หมู่บ้านหลังนี้ จึงเรียกติดปากกันมาว่า [ مَسْجِدُ الْقِبْلَتَيْنِ ] หรือ [ มัสยิดสองกิบลัต ] นั่นเป็นเหตุเป็นผลอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งก็คือ การก่อสร้างมัสยิดในสมัยท่านนบี ไม่ว่าจะก่อ สร้างขึ้นจากภูมิภาคใดของโลก ก็มิได้มีการใช้เครื่องมือใดๆ เพื่อยืนยันถึงจุดที่เป็นกะบะฮ์ โดย เฉพาะ การผินกิบลัตจากบัยตุ้ลมักดิสไปยังกะบะฮ์ของชาวกุบาอ์ เกิดขึ้นในตอนที่มืด ในตอนซุบฮิ จึงเป็นไปไม่ได้ ที่พวกเขาจะดูอุปกรณ์ เพื่อชี้ทิศกิบลัตในยามมืดได้ และจริงๆแล้วก็ไม่ได้ดู ไม่มีดู
ท่าน อิหม่ามซาฟิอี ได้แสดงถึงความลำบากต่อการกำหนดองศากิบลัต โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ ณ.จุด หรือสถานที่ที่ไม่เห็นกะบะฮ์ จึงได้พูดขึ้นว่า คนที่เห็นกะบะฮ์ด้วยตา ต้องละหมาดให้ตรงทั้งร่างกาย กล่าว คือ ให้ตรงตามปรากฏการณ์แห่งความจริง , ส่วนคนที่ไม่เห็น ก็เหนียตเอาว่าตรงแล้ว ตามหลักการ สุดท้าย ผู้รวบรวมข้อขัดแย้งต่างๆก็กล่าวว่า เป็นการขัดแย้งที่ไร้ประโยชน์ เพราะทุกคนมีความรู้สึกว่า การละหมาดนั้น ต้องหันไปทางกิบลัต และกิบลัตก็คือ กะบะฮ์
          และท่านอะบูหะนีฟะห์ พี่ใหญ่ในบรรดาผู้นำมัซฮับ ก็พูดทิ้งท้ายไว้ว่า :
[ إِنَّ الْقِبْلَةَ الْجِهَةُ ]
          ความว่า [ กิบลัตนั้น ก็คือ ทิศหรือแถบหรือด้าน ]
          และเพื่อแก้เซ็ง พวกเขาเลยตั้งคำถามขึ้นมาถกเถียงกันใหม่ว่า ละหมาดบนหลังคากะบะฮ์ใช้ได้หรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?
คัดจากหนังสือ [ تَفْسِيْرُ آيَاتِ اْلأَحْكَامِ ]
ของท่านมูฮำหมัด อะลี อัซซาอิส
หน้า 31 -37
สรุปมาให้ศึกษากันเมื่อ 4 รอมดอน 1428
15 กันยายน 2550
ณ รอบิตี มลฑลธรรม
ชื่อที่เคยใช้ในบอร์ดคือ ahmdduku, الدوكوي, เหรียญ 2 ด้าน

Sembahyanglah sebelum kamu disembahyangkan

จองโรงแรมและรีสอร์ทผ่านทางเวบไซต์ได้ที่นี่

ออฟไลน์ Bangmud

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 2805
  • Respect: +121
    • ดูรายละเอียด
 salam

ครั้งหนึ่ง เดินทางไปต่างจังหวัด ถึงที่พัก(โรงแรม)หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ทุกคนแยกย้ายกันเข้าที่พัก ทำภารกิจส่วนตัวรวมทั้งการละหมาด อนุมานเอาว่ากิบละฮฺอยู่ทิศไหน
ตื่นเช้ามาก็ละหมาดศุบหิตามทิศกิบละฮฺที่อนุมานเอาไว้เมื่อคืน
พอตอนเช้าคุยกัน พบว่าหลายคนหันผิดทิศ(อนุมานผิด) เช่นนี้ต้องเกาะฎอละหมาดหรือไม่
ถามผู้รู้แล้วว่าไม่ต้อง ก็เชื่อท่านแหละครับ แต่อยากถามผู้รู้ในเวบนี้ว่า มีหลักฐานอย่างไร
ไม่ใช่ลองภูมินะครับ อยากได้ไว้เผื่อให้คำตอบกับคนอื่นได้อย่างมั่นใจ

ปล. สงสัยอยู่ว่า ทำไมกระทู้นี้มาอยู่ในส่วน "มุมมุสลิมะฮ"  :laugh:

วัสสลาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ม.ค. 26, 2010, 09:12 AM โดย Bangmud »

ออฟไลน์ Bangmud

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 2805
  • Respect: +121
    • ดูรายละเอียด
 salam

นึกได้อีกอย่างหนึ่ง อาจารย์สมชัย เรืองทอง เคยถามว่า
"ละหมาดที่ไหน ที่หันหน้าไปทางทิศไหนก็ได้"
ผมตอบถูก แต่เอามาลองภูมิพี่น้อง

วัสสลาม

ออฟไลน์ มัยซูน

  • เพื่อนสนิท (._.")
  • ***
  • กระทู้: 280
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
ขอตอบว่า ในลานรอบบัยตุลเลาะฮ์

เลือกหันหน้าไปทิศไหนก็ยืนฝั่งตรงข้ามของบัยตุลเลาะฮ์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ม.ค. 26, 2010, 11:34 AM โดย มัยซูน »
ใช้สองมือหนึ่งหัวใจบอกเล่ากับพระองค์ก้มหน้าลง..แล้วขอความเมตตา

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด

 salam

ญะซากัลลอฮุคอยรอนผู้นำเสนอค่ะ

ขอลองตอบคำถามของแชด้วยคนนะคะ

ขอตอบว่า...ละหมาดบนหลังอูฐค่ะ  ;D

(เหมือนจะมีหะดิษกล่าวถึงเรื่องนี้ด้วย)  ::)

วัสลามุอะลัยกุมค่ะ

اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ binti

  • เพื่อนสนิท (._.")
  • ***
  • กระทู้: 261
  • Respect: +1
    • ดูรายละเอียด
ขอตอบว่า  ไม่รู้ค่ะ  รอเฉลยดีกว่า  natural:
อัสตัฆฟิรุลลอฮัลอะซีม

ออฟไลน์ Bangmud

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 2805
  • Respect: +121
    • ดูรายละเอียด
 salam

อยู่ในลานเฏาะวาฟ หันไปทางทิศไหนก็ได้ ถ้ากะอฺบะฮฺอยู่ข้างหน้าเรา แต่บางครั้งก็กะอฺบะฮไม่ได้อยู่ข้างหน้าเราเสมอไป

หญิงกลางคนคนหนึ่ง น่าจะเป็นชาวเยเมนหรือเลบานอน (ชัยคฺบอก) หลังจากเฏาะวาฟเสร็จ ก็มาละหมาด หันหน้าเข้ามะกอมอิบรอฮีม

แต่หันหลังให้กะอฺบะฮฺ ตำรวจซาอุ ใส่โต๊ปขาว ไอ้ดู้ แดง เอาไอ้ดู้(ผ้าสระบั่น)ตี แล้วร้องว่า ฮาซากะอฺบะฮฺ ๆ พลางชี้ไปที่กะอฺบะฮฺ

เพราะฉะนั้นคำตอบข้อนี้ถูกบางส่วน

ส่วนละหมาดบนยานพาหนะ ท่านะบีจะหันไปทางกิบละฮฺเมื่อตักบีเราะตุลอิหฺรอมละหมาดสุนัต หลังจากนั้นพาหนะ(อูฐ)จะเดินไปทางไหนก็ไม่เป็นไร

แต่ถ้าละหมาดฟัรฺฎู ท่านจะลงจากหลังอูฐ ละหมาดฟัรฎู จะหันไปทางได้ก็ได้ ในกรณีที่ละหมาดในยามหวาดกลัว

อ้างถึง
2.ในการละหมาดสุนัตบนพาหนะยามเดินทาง ที่ไม่ใช่เดินทางไปทำความชั่ว แม้การเดินทางจะมีระยะสั้น ไม่ถึง 2 มัรฮะละห์ก็ตาม

อ้างถึง
1.ในการละหมาดยามกลัว [ شِدَّةُ الْخَوْفِ ] ให้ละหมาดตามสภาพที่กระทำได้ และไม่ต้องอิอาดะห์ละหมาด

ละหมาดที่หันไปทางทิศใดก็ได้ ในทุกสถานการณ์คือละหมาด ภายในกะอฺบะฮฺเอง

"ภายในของกะอฺบะฮฺมีเสาหลักอยู่ภายในจำนวน 3 ต้น ซึ่งรองรับหลังคากะอฺบะฮฺ โดยเสาเหล่านี้เป็นเสาไม้ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 44 ซม.

เสาแต่ละต้นห่างกัน 2.35 เมตร ด้านที่มีประตูเข้ามีมิหฺรอบ(ที่ละหมาด)ซึ่งสร้างขึ้นมาเนื่องจากที่ตรงนี้เคยเป็นที่ที่ท่านเราะซูลฯ เคยใช้เป็นที่ละหมาด

ท่านนาฟิอฺรายงานว่า "เมื่อท่านอับดุลลอฮฺเข้าไปในกะอฺบะฮฺ ท่านได้เดินตรงไปข้างหน้า จนได้เข้าไปข้างใน และทิ้งด่านประตูไว้ข้างหลัง

แล้วท่านจะเดินตรงไปจนตัวท่านอยู่ห่างจากผนังที่อยู่ข้างหน้าท่านสักสามศอก เขานึกอยากจะละหมาดและได้ละหมาดที่นั่น

ตรงที่ท่านบิลาลได้บอกไว้ว่า ท่านเราะซูลได้ละหมาด ท่านอิบนิอุมัรเองก็บอกว่า "ไม่มีโทษอันใดที่เราจะละหมาด ณ ที่ใดก็ตามที่ชอบ

ภายในกะอฺบะฮฺนั้น"
(เศาะหี้หฺ อัลบุคอรี อัลอัจญ์ (1599))*


* ประวัติศาสตร์นครมักกะฮฺ ดร.มุฮัมมัด อิลยาส อับดุลฆอนี เขียน, บินยะมีน แปลและเรียบเรียง หน้า 71-72

วัสสลาม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ม.ค. 26, 2010, 01:41 PM โดย Bangmud »

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด


วะอะลัยกุมมุสลาม วะเราะมาตุลลอฮฺ วะบารอกาตุ

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะแช...

ชัดแจ้งเลยค่ะ... ;D

แล้วกรณีมนุษย์บนยานอวกาศล่ะค่ะ
กิบลัตของเขาจะเป็นยังไง เพราะว่ายานอวกาศก็เป็นยานพาหนะ
ที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา อีกอย่างนอกโลกนั้น
เวลาต่างกับในโลกด้วยน่ะค่ะ...   ::)

มุสลิมที่ใช้ชีวิตอยู่บนยานอวกาศนอกโลกเขาจะละหมาดกันยังไงคะ   ::)

วัสลามค่ะ

اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ Bangmud

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 2805
  • Respect: +121
    • ดูรายละเอียด
 salam
แล้วกรณีมนุษย์บนยานอวกาศล่ะค่ะ
กิบลัตของเขาจะเป็นยังไง เพราะว่ายานอวกาศก็เป็นยานพาหนะ
ที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา อีกอย่างนอกโลกนั้น
เวลาต่างกับในโลกด้วยน่ะค่ะ...   ::)
มุสลิมที่ใช้ชีวิตอยู่บนยานอวกาศนอกโลกเขาจะละหมาดกันยังไงคะ   ::)
วัสลามค่ะ

จนด้วยความรู้ คงต้องใช้กิบละฮฺที่หัวใจละมัง

อ้างถึง
มีนักวิชาการกล่าวว่า กิบลัตละหมาดก็คือ บัยตุ้ลลอฮ์ กิบลัตดุอาก็คือ ฟากฟ้า และกิบลัตของหัวใจก็คือ อัลลอฮ์พระเจ้าของเรา

มัสอะละฮฺนี้คงจะมีการถาม/ตอบกันแล้ว เพราะนักวิทยาศาสตร์มาเลเซียเคยร่วมเดินทางไปในอวกาศ

และเขาได้ให้คำสัมภาษณ์ว่าเขาทำละหมาด แต่ไม่ได้บอกรายละเอียด

วัสสลาม

ออฟไลน์ nada-yoru

  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 3602
  • เพศ: หญิง
  • แสงและเงา
  • Respect: +105
    • ดูรายละเอียด
วะอะลัยกุมมุสลาม วะเราะมาตุลลอฮฺ วะบะรอกาตุ


หนูลองเสิร์ชหาในกูเกิ้ล เผื่อว่าจะมีประเด็นนี้แล้วน่ะค่ะ
แต่ยังไม่เจอรายละเอียดว่าละหมาดยังไงเลยค่ะ...
และคิดว่าน่าจะมี แต่อาจจะไม่ใช่ภาษาไทยอะไรแบบนี้น่ะค่ะ...

ขอบคุณอีกครั้งค่ะแช... ;D

วัสลามค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ม.ค. 26, 2010, 08:19 PM โดย nada-yoru »
اَللّهُمَّ لاَ مََانِعَ لِمَاأَعْطَيْتَ وَلامُعْطِيَ لِمَامَنَعْتَ

"โอ้อัลลอฮฺ...สิ่งใดถ้าพระองค์จะให้แล้ว ใครขวางไม่ได้...
และสิ่งใดถ้าพระองค์ไม่ให้...ใครก็ให้ไม่ได้..."

ออฟไลน์ ILHAM

  • เพื่อนตาย T_T
  • *****
  • กระทู้: 11348
  • เพศ: ชาย
  • Sherlock Holmes
  • Respect: +273
    • ดูรายละเอียด
    • ILHAM
ไม่น่าจะหันทางโลกนะ เพราะคนตอวาฟรอบกะบัฮ มลาอีกัตก็เหมือนกันแต่มันอยู่บนฟ้าที่ตรงกับกะบัฮ ใครเคยไปแล้วคงเคยเห็นนกพิราบบินวนตอวาฟด้านบน ซึ่งตรงกับกะบัฮ เราอยู่ในอวกาศ อยู่ระหว่างโลกกับฟ้า มันต้องมีเส้นเชื่อมจากกะบัฮไปบนฟ้าที่มลาอีกัตตอวาฟอยู่ ละหมาดหันไปทางเส้นนั้นแหละ


แค่ความเห็นเล่นๆ
wallahualam
إن شاءالله ติด ENT'?everybody

Sherlock Holmes said "How often have I said to you that when you have eliminated the impossible, whatever remains, however improbable, must be the truth?"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ บาชีร

  • ปีสามสักที
  • ซังกุงคนสนิท ( +_-)
  • เพื่อนรัก (6_6)
  • *****
  • กระทู้: 2164
  • เพศ: ชาย
  • Respect: +59
    • ดูรายละเอียด
หนังสือปีหนึ่งของอัซฮัรนะ

ชะรีอะฮ
นักเรียนปีสาม กฎหมายอิสลาม อัซฮัร ไคโร

 

GoogleTagged