• Home
  • Forum
  • Links
  • Advanced Search
  • Contact Us
  • ตะเซาวุฟอิสลาม
  • หลักการยึดมั่น
  • นิติศาสตร์อิสลาม
Home
Forum
Links
Advanced Search
Contact Us
ตะเซาวุฟอิสลาม
หลักการยึดมั่น
นิติศาสตร์อิสลาม
เว็บอาหรับ
อิสลามออนไลน์ อัลญะซีเราะฮ์ อาหรับนิวส์ อัรรอซีย์
Administrator
เว็บพันธมิตร
ชมรมริดวานกรุงไคโรมิฟตาฮ์กรุงไคโรมุสลิมแคมปัสคอลิดบ้านดอนปอเนาะบ้านตาลชมรมกอรีสัมพันธ์นานาอียิปต์ร.ร.มุสลิมสันติธรรมdeen2doHilalThailandฟาร์มแพะออนไลน์ ชมรมมุสลิม​ ​ม.ราชภัฏสงขลา muslim2world โรงเรียนมิฟตาห์อัลอุลูมมิดีนียะฮ์ สมาคมนักศึกษาไทยอาลิการ์ all

เทียบเวลา

Gregorian Date
Day Year
Islamic Date
Day Year
เว็บไซต์หน้าสนใจ
Deals Hub We Spicy hdtv 1080p 50hdtv 46 1080p Cheap Online Shoppingmoresongkhla/forum/..

ตะเซาวุฟอิสลาม

  • คุณค่าของ"บิสมิลลาฮฺ"
  • ความตายคือการเดินทาง
  • ฮิกัมเตาบะฮ์ 1
  • ฮิกัมเรื่องฝึกฝนจิตใจตอนที่ 13
  • ฮิกัมเรื่องฝึกฝนจิตใจตอนที่ 12

หนังสืออิสลาม

  • การไม่มีมัซฮับ บิดอะห์อันตรายที่มาคุกคาม
  • กฏแห่งนิติศาสตร์อิสลาม
  • สูตรบำบัดจิตใจให้เป็นสุข

หลักการเชื่อมั่น

  • ความเชื่อ"พี่น้องมุสลิมส่วนมากตกนรก"ถือว่าเป็นบิดอะฮ์ลุ่มหลง
  • อัลเลาะห์ทรงไม่มีสถานที่และทิศ
การสังกัดมัซฮับ ส่งเมล
ดัชนี บทความ
การสังกัดมัซฮับ
หน้า 2
หน้า 3
หน้า 4
หน้า 5
หน้า 6
หน้า 7
หน้า 1 จาก 7

ความสำคัญของนิติศาสตร์อิสลาม

เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า  นิติศาสตร์อิสลาม(วิชาฟิกห์)  เป็นหนึ่งจากศาสตร์แขนงต่างๆ  ของอิสลามที่มีความสำคัญและทรงเกียรติเป็นอย่างยิ่ง
และการบ่งชี้ให้ตระหนักถึงความสำคัญต่อสิ่งดังกล่าว  ก็ถือเพียงพอด้วยคำตรัสของอัลเลาะฮ์(ซ.บ.)  ที่ว่า

“และบรรดาศรัทธาชนทั้งหลายไม่บังควรที่จะออก(ไปสู่สมรภูมิรบ) พร้อมกันทั้งหมด  ดังนั้น
ไฉนเล่าจึงไม่ให้แต่ละกลุ่มย่อยจากพวกเขาทั้งหมดออกไป(สมรภูมิ) เพื่อ (พวกที่เหลือ)  จะได้ศึกษาให้เข้าใจในเรื่องศาสนา
และเพื่อพวกนี้จะได้ชี้แจงแก่พวกพ้องของเขา(ที่ออกไปสมรภูมิ) เมื่อพวกเขากลับมายังพวกตน 
เพื่อพวกเขาจะได้สังวรตน(ในบัญญัติของอัลเลาะฮ์)” อัตเตาบะฮ์  122

และพระองค์ทรงตรัสว่า

“อัลเลาะฮ์ทรงยืนยันว่า อันที่จริงพระองค์นั้น ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ และ(ได้ยืนยันเช่นนั้น) โดยมะลาอิกะฮ์และบรรดาผู้ทรงความรู้ทั้งหลาย  โดยยืนยันอยู่กับความเที่ยงธรรม  แน่นอนที่สุดไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ผู้ทรงอำนาจยิ่ง  อีกทั้งทรงปรีชายิ่ง”  อาละอิมรอน 18

ท่านอิมาม อัล-ฆอซาลลีย์  กล่าวว่า “ดังนั้น ท่านโปรดพิจารณาว่า  อย่างไรเล่าที่อัลเลาะฮ์ทรงเริ่มกล่าวยืนยันด้วยกับพระองค์เองเป็นอันดับแรก และรองลงมา คือ บรรดามะลาอิกะฮ์  และกล่าวยืนยันอันดับสามด้วยกับบรรดาผู้มีความรู้  เพราะฉะนั้น  ท่านจงตอบรับ  เกียรติภูมิ  ความเลอเลิศ  ความโดดเด่น  และความสลักสำคัญเหล่านี้เถิด”  ดู  หนังสือ  เอี๊ยะหฺยาอ์ อุลูมิดดีน  เล่ม 1 หน้า 4

พระองค์ทรงตรัสเช่นกันว่า

“โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย  เมื่อมีผู้กล่าวแก่พวกเขาว่า  “พวกท่านจงขยายที่นั่ง(ของพวกท่านให้กับคนอื่นเข้ามานั่งด้วย) “ดังนั้น  พวกเจ้าก็จงขยาย(ที่นั่งเถิดแล้วอัลเลาะฮ์จักทรงขยายแก่พวกเจ้า(ให้กว้างขวาง) และเมื่อมีผู้พูดว่า “พวกท่านจงลุกขึ้นเถิด  แน่นอนอัลเลาะฮ์ทรงยกย่องบรรดาผู้ศรัทธาจากพวกเจ้าและบรรดาผู้ได้รับความรอบรู้กับหลายฐานันดร  และอัลเลาะฮ์ทรงตระหนักยิ่ง  ในสิ่งที่พวกเจ้าประพฤติ”   อัล-มุญาดะละฮ์  11

ท่าน อัล-บุคคอรีย์  ได้รายงานจากท่านมุอาวิยะฮ์ว่า  ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.) กล่าวว่า

“ผู้ใดที่อัลเลาะฮ์ทรงประสงค์ความดีให้แก่เขา  แน่นอน  พระองค์จะทรงให้เขามีความเข้าใจในเรื่องของศาสนา” 

ท่าน  อัตติรมีซีย์และท่านอบูดาวูด  ได้รายงานด้วยสายสืบที่ซอฮิหฺ  จากท่านอบี อุมามะฮ์  อัลบาฮิลีย์  ว่า  “ได้ถูกเอ่ยขึ้นแก่ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.)  เกี่ยวกับบุรุษสองประเภท  คือคนหนึ่งเป็นนักอิบาดะฮ์  และอีกคนหนึ่งเป็นผู้มีความรู้   แล้วท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.) กล่าวว่า  ผู้มีความรู้ย่อมประเสริฐเหนือกว่าผู้ทำอิบาดะฮ์  เปรียบดั่งความประเสริฐของฉันเหนือกว่าผู้ต่ำต้อยจากพวกท่าน  หลังจากนั้น  ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์กล่าวอีกว่า  แท้จริง  อัลเลาะฮ์  มาลาอิกะฮ์ของพระองค์  ผู้ที่อยู่ในฟากฟ้าและแผ่นดิน  แม้กระทั่งมดที่อยู่ในรังและหมู่ปลาในท้องทะเล  ก็จะประสาทรพรให้แก่ผู้ที่สั่งสอนบรรดามนุษย์ในเรื่องความดีงาม” 

ท่านอัล-ค่อฏีบ  อัล-บุฆดาดีย์  ได้กล่าวรายงานจากท่าน  อุมัร บิน อับดุลอะซีซ  ว่า “ผู้ใดที่ปฏิบัติบนพื้นฐานที่ปราศจากความรู้  แน่นอน  ความเสียหายย่อมมากกว่าประโยชน์”  ดู  หนังสือ  อัล-ฟะกีฮ์ วะ อัล-มุตะฟักกิฮ์  เล่ม 1 หน้า  109

 

ความต้องการยังนิติศาสตร์อิสลาม

ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาอดีต  ปัจจุบัน  และอนาคต  บรรดามนุษย์นั้น  จะไม่ต้องการสิ่งใดที่เราจะเปรียบเหมือนเทียบเท่ากับความต้องการไปยังนิติศาสตร์อิสลาม  เนื่องจากว่ามันมีบทบาทและสัมผัสกับทุกแง่มุมต่างๆ  ในการดำเนินชีวิต  ด้วยเหตุนี้   นักปราชญ์นิติศาสตร์อิสลามจึงมีตำแหน่งที่สำคัญและฐานันดรที่สูงส่ง  บรรดานักปราชญ์นิติศาสตร์อิสลามระดับแนวหน้า  ได้เอาใจใส่นิติศาสตร์อิสลามก่อนวิชาหะดิษ  ยิ่งไปกว่านั้น  พวกเขาจะให้ความสำคัญในการรายงานหะดิษของนักปราชญ์นิติศาสตร์  ที่รายงานจากนักปราชญ์นิติศาสตร์  ก่อนการรายงานของนักปราชญ์หะดิษ  ที่รายงานจากนักปราชญ์หะดิษ

ท่านอิมาม  อัรรอมะฮุรมุซีย์  ได้กล่าวไว้ในหนังสือ  อัลมุหัดดิษ  อัลฟาซิล  หน้า 238  ว่า 

“รายงานจากท่าน  วะเกี๊ยะอฺ บิน ญัรรอห์  ผู้เป็นอาจารย์ของท่านอิมาม  อัชชาฟิอีย์  ซึ่งเขาได้กล่าวแก่บรรดาสานุศิษย์ว่า  การรายงานของ  อัล-อะอฺมัช  จาก  อบีวาอิล  จาก  อับดุลลอฮ์(อิบนุมัสอูด)  เป็นที่รักยิ่งสำหรับพวกท่าน  หรือว่า การรายงานของท่าน  ซุฟยาน (อัษเษารีย์)  จาก  มันซูร  จาก  อิบรอฮีม  จาก  อัลก่อมะฮ์  จาก  อับดุลเลาะฮ์(อิบนุมัสอูด) ??”  พวกเรากล่าวตอบว่า “การรายงานของ  อัล-อะมัช  จาก อบีวาอิล  ย่อมใกล้กว่า”  แล้วท่านอัล-วาเกี๊ยะอฺ  กล่าวว่า “อัล-อะมัชคืออาจารย์(นักหะดิษ)  และอบู  วาอิล  ก็คืออาจารย์(นักหะดิษ)  แต่การรายงานของท่าน  ซุฟยาน   จาก  มันซูร  จาก  อิบรอฮีม  จาก  อัลก่อมะฮ์  จาก  ท่านอับดุลเลาะฮ์(อิบนุมัสอูด) นั้น  คือการรายงานของนักปราชญ์นิติศาสตร์  จาก  นักปราชญ์นิติศาสตร์  จาก  นักปราชญ์นิติศาสตร์  จาก  นักปราชญ์นิติศาสตร์” 

ดังนั้น  ท่านโปรดจงพิจารณาคำกล่าวของท่าน อัล-วะเกี๊ยะอฺ บิน อัลญัรรอหฺ  ซึ่งท่านถือว่า  สายโซ่จากการรายงานของบรรดานักปราชญ์นิติศาสตร์ย่อมเหนือกว่าสายโซ่การรายงานของนักปราชญ์ที่ไม่ชำนาญในด้านนิติศาสตร์  ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นนักปราชญ์ในวิชาหะดิษก็ตาม

ส่วนหนึ่งจากความบกพร่องอย่างชัดเจน  ก็คือ  มีผู้คนมากมายที่ทำการอันไร้สาระในเชิงวิชาการ  โดยแอบอ้างชวนเชื่อว่าอยู่ภายใต้เอกลักษณ์  ความโดดเด่นในการเจริญรอยตามและให้ความสำคัญกับซุนนะฮ์  แต่ท่านจะเห็นว่า  เขาผู้นั้นขาดความเข้าใจและปราศจากความรู้ในสภาพที่เขาได้ทำการศึกษาบรรดาตำราหะดิษเป็นอันดับแรก  เช่น  หนังสือซอฮิหฺอัลบุคอรีย์  ซอฮิหฺมุสลิม  หรือสุนันอบีดาวูด  หลังจากนั้น  เขาก็ยึดตำราหะดิษมาเป็นข้ออ้างอิงในการฟัตวาไขปัญหาศาสนาและตัดสินฮุกุ่มต่างๆ  ออกมา  ทั้งที่ผู้ต่ำต้อยก็ทราบดีว่า  คุณสมบัติของการฟัตวาไขปัญหาศาสนานั้น  ต้องมีกฎเกณฑ์และเงื่อนไขมากมาย  ซึ่งผู้ใดที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว  ก็ไม่อนุญาตให้เขาทำการฟัตวาและตัดสินฮุกุ่มออกมา

นี้คือ  อิมามของซุนนะฮ์   ท่านอะหฺมัด  บิน หัมบัล  ซึ่งได้มีชายผู้หนึ่งถามท่านว่า “เมื่อมีชายผู้หนึ่งได้ท่องจำหนึ่งแสนหะดิษ  เขาย่อมเป็นนักปราชญ์นิติศาสตร์(ฟิกห์)หรือไม่?”  ท่านอะหฺมัดตอบว่า  “ยังไม่สามารถเป็นนักปราชญ์นิติศาสตร์ได้หรอก”

ชายผู้นั้นกล่าวถามอีกว่า  “แล้วถ้าจำสองแสนหะดิษล่ะ?”  ท่านอะหฺมัดตอบว่า “ก็ยังไม่เป็นหรอก”   ชายผู้นั้นกล่าวถามอีกว่า “แล้วถ้าสามแสนหะดิษล่ะ?”  ท่านอะหฺมัดตอบว่า “ก็ยังไม่ได้เป็นหรอก”  ชายผู้นั้นกล่าวถามอีกว่า “แล้วสี่แสนหะดิษล่ะ?”  ดังนั้น  ท่านอะหฺมัดจึงกล่าวด้วยการทำสัญญาณด้วยการเคลื่อนไหวมือ  ซึ่งหมายถึง  อนุญาตให้เขาเป็นนักปราชญ์นิติศาสตร์ได้  หากเขาสามารถท่องจำหะดิษได้เป็นจำนวนมากพร้อมกับรู้ความหมายทางภาษาอาหรับ  รู้ถึงบรรดาหลักมูลฐานของนิติศาสตร์อิสลาม(อุซูลุลฟิกห์) และบรรดาคำกล่าวของปวงปราชญ์ที่อยู่ก่อนจากเขา  ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า  บางทีเขาก็อาจจะมีคุณสมบัติในการฟัตวาไขปัญหาศาสนาแก่ผู้คนทั้งหลายด้วยคำพูดและการวินิจฉัยของเขาเองได้”  ดู  หนังสือ  เอี๊ยะอฺลาม  อัล-มุวักกิอีน  ของท่าน อิบนุ ก๊อยยิม  เล่ม 1 หน้า 45

ได้ถูกตั้งคำถามกับท่าน อิบนุ  ชากิลา  ผู้เป็นนักปราชญ์ท่านสำคัญของมัซฮับหัมบาลีย์  ว่า “ท่านจดจำบรรดาหะดิษเหล่านั้นหรือไม่?  ท่านอิบนุ  ชากิลา  กล่าวว่า “หากฉันไม่จดจำมัน  แน่นอน  ฉันก็จะทำการฟัตวาด้วยคำพูดของบรรดานักปราชญ์ที่จดจำมันหรือนักปราชญ์ที่จดจำมากกว่านั้น”   จุดมุ่งหมายก็คือ  ท่านอิบนุ  ชากิลา  ได้ทำการตัดลีดฟัตวาของท่านอิมามอะหฺมัด อิบนุ หัมบัล 

ท่านอัซซะฮะบีย์ได้กล่าวถึงท่าน อิบนุ  ชากิลา  ว่า  “เขาคือเกจิอาจารย์ของบรรดานักปราชญ์มัซฮับหัมบาลี  ซึ่งเขามีอีกนามหนึ่งว่า  อบู  อิสหาก  เขาเป็นผู้นำทางด้านวิชามูลฐานนิติศาสตร์อิสลาม(อุซูลุลฟิกห์)และข้อปลีกย่อยของนิติศาสตร์อิสลาม”  ดู  ซิยัร  อะลาม  อันนุบะลาอ์  เล่ม 16 หน้า 292

ท่านอิมามอิบนุวะฮ์บฺ (ร.ฮ.) กล่าวว่า  “มีนักปราชญ์อยู่สี่ท่าน  ที่เราได้เจริญรอยตามเกี่ยวกับวิชาความรู้  มีสองท่านอยู่ที่อียิปต์  และอีกสองท่านอยู่ที่นครมะดีนะฮ์   กล่าวคือ  ท่านอัล-ลัยษ์ บิน สะอัด  และท่านอัมร์ บิน อัล-หาริษ อยู่ที่อียิปต์  ,  ท่านมาลิก บิน อะนัส  และท่านอับดุลอะซีซฺ  อัล-มาญิชูน  อยู่ที่นครมะดีนะฮ์  ซึ่งหากแม้นว่าไม่มีพวกเขาแล้ว  แน่นอน  พวกเราก็คงจะหลงทาง”  ดู  ตารีค  ดิมัชก์  เล่ม 45 หน้า 464

ท่านอิมามอิบนุวะฮฺบ์  กล่าวอีกว่า  “หากแม้นว่า  อัลเลาะฮ์ไม่ทรงกอบกู้ฉันด้วยท่านอิมามมาลิกและท่านอัลลัยษ์แล้ว  แน่นอน  ฉันก็ต้องหลงทางเป็นแน่”  เพราะฉะนั้น  จึงถูกตั้งคำถามแก่เขาว่า  “ดังกล่าวนั้นมันเป็นอย่างไรกันหรือ?”  ท่านอิบนุวะฮฺบ์ตอบว่า “ฉันทำการรายงานหะดิษมากมาย   แล้วมันทำให้ฉันสับสน  ดังนั้น  ฉันจึงนำสิ่งดังกล่าวมาทำการเสนอทบทวนกับท่านมาลิกและท่านอัล-ลัยษ์  แล้วท่านทั้งสองก็กล่าวแนะนำว่า “ท่านจงยึดเอาหะดิษนี้  และจงละทิ้งหะดิษนี้”  ดู  หนังสือ  ตัรตีบ  อัล-มะดาริก  เล่ม 2 หน้า 427 / หนังสือ อัดดีบาจญ์  อัล-มุษะฮ์ฮับ  เล่ม 1 หน้า 133

 ท่านอัซซะฮะบีย์  ได้กล่าวถึงท่านอิมาม อิบนุ วะฮฺบ์ว่า “เขาคือ  อับดุลเลาะฮ์ อิบนุ วะฮฺบ์  เขาเป็นอิมาม  เป็นชัยคุลอิสลาม  เป็นนักจำหะดิษ  เป็นแหล่งของวิชาความรู้  และคลังของการปฏิบัติคุณงามความดี...ได้รายงานจากท่าน  อัสซั๊วะหฺนูน  ว่า  ท่านอิบนุวะฮฺบ์  ได้แบ่งช่วงเวลาออกเป็นสามส่วน  คือ  ส่วนที่หนึ่งทำการละหมาด  ส่วนที่สองสอนวิชาความรู้ที่อียิปต์  และส่วนที่สาม  ทำฮัจญ์   และท่านอิบนุวะฮฺบ์กล่าวว่า  เขาได้ทำฮัจญ์ถึง 36 ครั้ง”  ดู  ซิยัร  อะลาม  อันนุบะลาอ์  เล่ม 9 หน้า 223

 ท่านอิมาม ค่อฏีบ  อัล-บุฆดาดีย์  กล่าวว่า  “ผู้มีชายคนหนึ่งได้ถามท่านอบี อัล-อับบาสเกี่ยวกับความหมายของหะดิษหนึ่ง  แล้วท่านตอบว่า  พวกท่านจงทำให้น้อยกับการรายงานหะดิษ  เพราะว่าบรรดาหะดิษจะไม่เหมาะสม  นอกจากสำหรับผู้ที่รอบรู้ถึงการอธิบายมัน”  ดู  อัลฟะกีฮ์ วะ อัลมตะฟักกีฮ์  เล่ม 2 หน้า 158

 ท่านอิมามมาลิก บิน อะนัส (ร.ฏ.) กล่าวว่า “บรรดาหะดิษส่วนมากนั้น  ลุ่มหลง , ขอสาบานว่า  มีหลายหะดิษที่รายงานออกมาจากฉัน  และฉันปรารถนาที่จะโบยทุกๆ  หะดิษถึง 2  ครั้ง  และอยากให้(เสมือนกับว่า)ฉันไม่เคยรายงานมันมาก่อนเลย  และบางครั้งหะดิษอาจจะมีอายุยาวนาน   แล้วมีเหตุการณ์หนึ่งเกี่ยวกับเรื่องศาสนาได้เกิดขึ้น  ก็จึงมีความต้องการในการสอบถามนักปราชญ์นิติศาสตร์อิสลามในสมัยนั้น , และบางครั้งนักปราชญ์นิติศาสตร์ยังอยู่ในช่วงเยาว์วัย(ยังไม่ถึงขั้นอาวุโส) จึงทำให้เขามีความละอาย(ไม่มั่นใจ)”  ดู หนังสือ  อัล-ฟะกีฮ์  วะ  อัล-มุตะฟักกีฮ์  เล่ม 2 หน้า 158  (จากคำกล่าวของท่านอิมามมาลิกนี้  หมายถึง  มีหลายหะดิษที่มีสายรายงานที่กุเท็จแล้วทำการรายงานมันออกไป  หลังจากนั้นท่านอิมามมาลิกจึงเข้มงวดในการรับและรายงานหะดิษ  และมีบางหะดิษที่ต้องนำกลับไปสอบถามกับนักปราชญ์นิติศาสตร์อิสลาม)

 ท่านอิมาม อัลหากิม  กล่าวว่า “ทั้งที่ท่านอิมามมาลิกมีความเข้มงวดในการวิจารณ์หะดิษและสืบเสาะแสวงหาหะดิษน้อยมาก  แต่ท่านก็ยังปกปิดบางหะดิษ  เพราะฉะนั้น  จะเป็นอย่างไรเล่าสำหรับผู้ที่ไม่ใช่อิมามมาลิก  ที่ทำการรายงานด้วยความเสียหายและความวิบัติ(คือไม่มีความเข้มงวดในการรับและรายงานหะดิษ)”  ดู  หนังสือ  มะริฟะฮ์  อุลูม  อัลหะดิษ  หน้า 61  ของท่าน อัลค่อฏีบ อัลบุฆดาดีย์ 

 ท่านอิมามมาลิก (ร.ฏ.) ได้ส่งเสริมให้ญาติใกล้ชิดของท่านทำการแสวงหาหะดิษให้น้อยและให้มีความอุตสาหะในการศึกษาความเข้าใจ(ฟิกห์)หะดิษ  แท้จริง  ท่านอิมามมาลิก  ได้กล่าวแก่อบูบักรและอิสมาอีล  ซึ่งทั้งสองเป็นบุตรของอบู  อะวัยส์และน้องสาวของท่านว่า  “ฉันเห็นว่าเธอทั้งสองชอบในการแสวหาหะดิษ -  คือทำการรวบรวมและฟังหะดิษ -  ทั้งสองตอบว่า “ใช่แล้วครับ”  ท่านอิมามมาลิกกล่าวอีกว่า “หากเธอทั้งสองปรารถนาที่จะได้รับผลประโยชน์จากมัน  และปรารถนาจากการที่อัลเลาะฮ์จะทรงประทานผลประโยชน์  ดังนั้น  จงทำให้น้อยกับการรวบรวมหะดิษและจงศึกษาวิชานิติศาสตร์อิสลาม(ฟิกห์)เถิด”  ดู  หนังสือ  อัล-ฟะกีฮ์ วะ อัลมุตะฟักกีฮ์  เล่ม 2 หน้า 159

ท่านอิมาม  อัลฟัฏล์ บิน ดุกัยน์  อาจารย์ของอิมามอัลบุคอรีย์  กล่าวว่า “ฉันได้เดินทางไปหาท่านซุฟัร  ซึ่งกำลังสวมเสื้ออยู่  แล้วเขาก็กล่าวขึ้นว่า  “โอ้  ท่านอะหฺวัล  เข้ามานี่ซิ  ฉันจะแจกแจงรายละเอียดหะดิษให้ท่านฟัง  และฉันจะทำให้ทราบถึงสิ่งที่ท่านได้ยินมา”  แล้วท่านซุฟัรกล่าวว่า “หะดิษนี้นำมาใช้ไม่ได้  หะดิษนี้เป็นหะดิษที่มายกเลิกและหะดิษนี้เป็นหะดิษที่ถูกยกเลิก”  ดู  หนังสือ  อัล-ฟะกีฮ์ วะ อัลมุตะฟักกีฮ์  เล่ม 2 หน้า 162

 ท่านอิมามอะหฺมัดได้นั่งร่วมกับบรรดานักปราชญ์หะดิษมากมาย  ท่านได้รับเอาหะดิษและได้รับประโยชน์จากพวกเขา  แต่ฟิกห์ของอิมามชาฟิอีย์นั้น  มีอิทธิพลต่อท่านอะหฺมัดเป็นอย่างมาก   จนกระทั่งเขากล่าวว่า “สิ่งที่พวกท่านมีความเห็นโดยทั่วไปหรือทั้งหมดนี้  ล้วนเป็นของอิมามชาฟิอีย์  และตั้งแต่  30  ปี  มาแล้วที่ฉันไม่เคยนอนในยามกลางคืน  นอกจากว่า  ฉันจะวอนขอดุอาอ์ต่ออัลเลาะฮ์และขอให้พระองค์ทรงอภัยโทษแก่อิมามชาฟิอีย์”

ท่านอิมามอะหฺมัดกล่าวว่า  “อิมามชาฟิอีย์  คือ  ผู้ที่มีความเข้าใจกิตาบุลลอฮ์และซุนนะฮ์มากที่สุด  ทั้งที่ท่านแสวงหาหะดิษน้อย”

ท่านอิมามอิบนุมะอีน  ได้กล่าวกับ  ท่านซอและฮ์ บุตร ท่านอิมามอะหฺมัดอิบนุหัมบัลว่า “บิดาของท่านไม่ละอายบ้างหรือ?! คือ  ฉันเห็นเขาอยู่พร้อมกับท่านชาฟิอีย์  โดยท่านชาฟิอีย์ขี่สัตว์พาหนะแต่เขานั้นเดิน  และฉันเห็นเขาจูงสัตว์พาหนะของท่านชาฟิอีย์”  ท่านซอและฮ์กล่าวว่า “ดังนั้น  ฉันจึงเล่าให้บิดาของฉันฟัง  และบิดาได้กล่าวแก่ฉันว่า  “เจ้าจงบอกแก่เขาว่า  หากท่านต้องการจะเข้าใจวิชาฟิกห์  ท่านก็จงจูงพาหนะของท่านชาฟิอีย์อีกข้างหนึ่ง”

ท่าน อัลคอฏีบ อัล-บุฆดาดีย์  กล่าวว่า “เขาจงรู้ไว้เถิดว่า  การบันทึกและรายงานหะดิษมากๆ  นั้น  ไม่สามารถทำให้ชายผู้หนึ่งเป็นนักปราชญ์ฟิกห์ได้หรอก  แต่ทว่าเขาจะต้องทำความเข้าใจด้วยการวินิจฉัยบรรดาความหมายและวิเคราะห์หะดิษอย่างรอบครอบ”   ดู  หนังสือ  อัล-ฟะกีฮ์ วะ อัลมุตะฟักกีฮ์  เล่ม 2 หน้า 159

 

ข้อแตกต่างระหว่างการสังกัดมัซฮับและความมานะทิฐิในมัซฮับ

การมีมัซฮับ  คือ  การที่สามัญชนที่ตามมัซฮับของอิมามที่อยู่ในระดับขั้นที่สามารถวินิจฉัยได้(มุจญฮิด)  ไม่ว่าเขาจะยึดอยู่กับมัซฮับของอิมามคนเดียว  หรือย้ายไปย้ายมาระหว่างมัซฮับต่างๆ  จุดประสงค์ของคำว่า  อามีย์(เอาวาม)  หมายถึง  “ทุกๆ  บุคคลที่ยังไม่บรรลุระดับขึ้นวินิจฉัย”  นี่คือศัพท์ความหมายทางด้านวิชาการตามทัศนะของนักปราชญ์มูลฐานนิติศาสตร์อิสลาม  เพราะพวกเขาเรียกคนเอาวามว่า  คนที่ยังไม่ถึงขั้นระดับมุจญฮิด  ตามที่กล่าวมานี้เอง  คนเอาวามอาจหมายถึง  “คนที่มีความถนัดในวิชานิติศาสตร์  หรือผู้ที่มีความถนัดในวิชาอักษรศาสตร์  หรือหมายถึงคนที่มีความถนัดในการค้นหาอัลหะดิษและรอบรู้สายรายงานต่างๆ  รวมถึงการจดจำหะดิษและสายรายงานของหะดิษ  และรู้จักบรรดานักรายงานหะดิษ  เป็นต้น  แต่เขายังไม่ถึงขั้นที่จะไปวินิจฉัย  วิเคราะห์ตัวบทต่างๆ  แห่งนิติศาสตร์อิสลาม  เพราะฉะนั้น  คำพูดของเขาที่เกี่ยวกับนิติศาสตร์และการนำเอาฮุกุ่มออกมาจะไม่เป็นที่ยอมรับ

ท่านอิมาม  อัซซัรค่าชีย์  ซึ่งสังกัดมัซฮับหะนะฟีย์  ได้กล่าวไว้ในหนังสือของเขาที่มีชื่อ  อัลอุซูล  เล่ม 1 หน้า 312  ว่า “เช่นเดียวกัน  บุคคลที่ท่องจำหะดิษเป็นแสน  แต่ไม่มีวิสัยทัศน์ในการพิจารณาเกี่ยวกับความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ   และวิธีของการกิยาส  คำพูดของเขาจะไม่นำมาพิจารณาอยู่ในมติของปวงปราชญ์  เพราะบุคคลที่มีคุณลักษณะอย่างนี้นั้น  ตามกฎหมายของแห่งนิติบัญญัติอิสลามนี้  ถือว่ายังเป็นคนเอาวามอยู่  ยังไม่ถึงขั้นระดับของมุจญฮิด  และแน่นอน  คำของคนเอาวาม  ก็จะนำมาพิจารณาไม่ได้ตามมติปวงปราชญ์ของอิสลาม  เพราะเขาไม่มีแนวทางในการตัดสินปัญหาที่ยังต้องการความรู้อื่นๆ 

ท่านอิมามอิบนุหะญัร อัลฮัยตะมีย์  (ของอัลเลาะฮ์ทรงเมตตา)  ได้ไว้ในหนังสือที่มีชื่อว่า  อัล-ฟะตาวา อัล-ก๊อบรอ  เล่ม 2 หน้า 251  ว่า “ความหมายของคำว่า  อามีย์หรือเอาวาม  ตามศัพท์ทางด้านวิชาการของปวงปราชญ์แห่งมูลฐานนิติศาสตร์อิสลาม  หมายถึง  ผู้ที่ยังไม่ถึงขั้นมุจญฮิดแบบมุฏลัก(นักวินิจฉัยเอกเทศน์) เพราะฉะนั้น  บรรดาผู้คนที่ตักลีดทั้งหลายตามทัศนะของพวกเขา  จึงถือว่าเป็นคนเอาวามทั้งสิ้น  ถึงแม้ระดับขั้นของพวกเขาจะสูงส่งสักปานใดก็ตาม  ส่วนความหมายคำนิยามของปวงปราชญ์แห่งนิติศาสตร์อิสลาม  หมายถึง  บุคคลที่เข้าใจและรู้ฮุกุ่มภายนอกที่เกิดขึ้นในท่ามกลางผู้คนทั้งหลาย  แต่จะไม่รู้ฮุกุ่มที่มีความล้ำลึก ละเอียดอ่อน  และเป็นหุกุ่มที่ยากจะเกิดขึ้น  นี่คือความหมายของคำว่า “คนเอาวาม”  ตามวิสัยทัศน์ของปวงปราชญ์แห่งนิติศาสตร์อิสลาม


ย้อนกลับ - ต่อไป >>

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
[ ย้อนกลับ ]

เชิงวิชาการ

  • วันสงกรานต์กับจุดยืนของมุสลิม
  • ก่อนสิ้นศาสนทูต
  • ความรักท่านนบี(ซ.ล.)ต่อจุดยืนการดูหมิ่นท่านนบี(ซ.ล.)ของเดนมาร์ก
  • อิสลาม คือ สายกลาง หลักการ และความเป็นจริง
  • อิสลามกับวันวาเลนไทน์
  • คำกล่าวของอิมามอัชชาฟิอีย์ เมื่อฮะดิษซอฮิห์ มันคือมัซฮับของฉัน
  • การเอียะอฺติกาฟ
  • การให้เกียรติผู้รู้
  • ความประเสริฐคืนนิสฟูชะอฺบาน
  • เดือนรอญับ
  • อิสลามกับประเด็นการขัดแย้งในด้านวินิจฉัย
  • กุนูตละหมาดซุบฮ์
  • เมาลิดรำลึกถึงนบี
  • สะลัฟและค่อลัฟ
  • อ่านอัลกุรอ่านที่กุโบร
  • ทำบุญให้แก่คนตาย
  • บิดอะฮ์ หะสะนะฮ์
  • ตัลกีนมัยยัต
ยินดีต้อนรับ

คุณเป็นผู้ชมลำดับที่

how much traffic is going to my site

ตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2549

Who's Online

ขณะนี้มี 27 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

กระจายข่าว

RSS 2.0
ATOM 0.3
OPML
forum link

Advertisement


Advertisement

สมัครรับข่าวสารทาง email

ใส่ email เพื่อรับเนื้อหาที่อัพเดทจากเรา :


มุมมุสลิมะฮ์อะฮ์ลิสซุนนะฮ์ฯ

เอาเราะห์ของมุสลิมะฮฺต่อสตรีที่มิใช่มุสลิมเอาเราะห์ของมุสลิมะฮฺต่อสตรีที่มิใช่มุสลิม

 


بِسْمِ اللهِ الرَّحْ

สิ่งที่ห้ามกระทำสำหรับผู้ที่มีเลือดประจำเดือนสิ่งที่ห้ามกระทำสำหรับผู้ที่มีเลือดประจำเดือน
    بِِِسْمِ اللهِ الّرحْمنِ¡
แบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัดต่อการแสดงความรักต่อภรรยาแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัดต่อการแสดงความรักต่อภรรยา

ความโรแมนติกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

สตรีมุสลิมะฮ์ผู้มีเกียรติมักจะบอกว่า "ท่านนบีมุฮัมมัด  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมเป็นแบบฉบับของบุรุษทั้งโลก"

นางฟ้ามีให้แก่บุรุษในสรวงสรรค์แต่ทำไมอัลเลาะฮ์ถึงไม่ตรัสยืนยันไว้แก่สตรี? นางฟ้ามีให้แก่บุรุษในสรวงสรรค์แต่ทำไมอัลเลาะฮ์ถึงไม่ตรัสยืนยันไว้แก่สตรี?

พวกที่ชอบสร้างความสงสัยในอิสลามมักจะกล่าวว่า อัลกุรอานได้กล่าวไว้อย่างยืดยาวเกี่ยวกับนางฟ้า (อัลฮูรุลอีน) ที่พระองค์ทรงตระเตรียมให้แก่บรรดาบุรุษในสรวงสวรรค์ โดยพระองค์ไม่ทรงตระเตรียมไว

Source by www.mambosolve.com

สอบถามปัญหาศาสนา นักศึกษาตอบ

๏ปฟ
ก่อนตั้งคำถามกรุณาค้นหาคำถามก่อนนะครับว่ามีคนถามแล้วหรือยัง ค้นหาที่นี้
กรุณาตั้งคำถามเป็นประโยคที่เข้าใจง่ายเพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องท่านอื่น
[บทความ] เคยคิดมั้ยว่า "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ?" เน‚เธ”เธข beechern เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 10:50 am
[บทความ] ปู๊นๆๆ...รางรถไฟ...มีทางใดที่เราสามารถตัดสินใจเลือกได้บ้าง?... เน‚เธ”เธข กูปีเยาะฮฺสะอื้น เธ.เธข. 06, 10, 10:03 am
[บทความ] ไข้เลือดออกและไข้ชิคุนกุนยา เน‚เธ”เธข กอ-กล้วย เธ.เธข. 05, 10, 11:47 am
[ถาม - ตอบปัญหาศาสนา] การตะวัสซู้ลคืออะไร เน‚เธ”เธข zulkif เธ.เธข. 03, 10, 04:11 pm
[บทความ] อยากให้อ่านกันเฉยๆๆ เน‚เธ”เธข มาลิกกุ๊กกิ๊กแห่งกรุงศรีอโยธยา เธ.เธข. 01, 10, 09:55 pm
[บทความ] นกกรงหัวจุก?ช่องว่างชิวิต!! เน‚เธ”เธข ????? เธ.เธข. 01, 10, 09:12 pm
[ถาม - ตอบปัญหาศาสนา] การมีลมออกจากช่องคลอดขณะละหมาด เน‚เธ”เธข WAWA เธ.เธข. 01, 10, 04:02 pm
ตั้งคำถามใหม่         ดูคำถามทั้งหมด


เว็บมาสเตอร์ที่ต้องการนำส่วนคำถาม สอบถามปัญหาศาสนา ไปติดเว็บไซต์ สามารถนำ code ข้างล่างนี้ไปติดเว็บไซต์ได้เลยครับ


ทดสอบสัญญาณ การบรรยาย จาก camfrog ห้อง muslimthai เวลา 21.00

&lt;a href="http://122.155.3.122:8067/" target="_blank"&gt;http://122.155.3.122:8067/&lt;/a&gt;

กระดานเสวนา

เธขเธดเธ™เธ”เธตเธ•เน‰เธญเธ™เธฃเธฑเธšเธ„เธธเธ“, เธšเธธเธ„เธ„เธฅเธ—เธฑเนˆเธงเน„เธ› เธเธฃเธธเธ“เธฒ เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš เธซเธฃเธทเธญ เธฅเธ‡เธ—เธฐเน€เธšเธตเธขเธ™ เธเธฃเธธเธ“เธฒเธ•เน‰เธญเธ™เธฃเธฑเธšเธชเธกเธฒเธŠเธดเธเนƒเธซเธกเนˆ al-tarbiah, เธ„เธทเธญเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰เธ„เธ™เนƒเธซเธกเนˆ
22 Spiders, 17 เธšเธธเธ„เธ„เธฅเธ—เธฑเนˆเธงเน„เธ›, 1 เธชเธกเธฒเธŠเธดเธ
Bangmud, MSN spider (12), Google spider (2), Facebook external (6), ia_archiver, Yahoo spider
[มุมมุอัลลัฟและความเข้าใจเกี่ยวกับอิสลาม] เสวนาร้านน้ำชาออนไลน์ เน‚เธ”เธข DadAmroS เธงเธฑเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 06:02 am
[อัลกุรอาน] อัลกุรฺอาน คำแปลและคำอธิบาย สูเราะฮฺที่ 55 อัรฺเราะหฺมาน เน‚เธ”เธข Bangmud เธงเธฑเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 01:58 am
[ประชาสัมพันธ์บอร์ด] อยากให้มี link ไปยังหน้าแรกของเวป SunnahStudent เน‚เธ”เธข hiddenmin เธงเธฑเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 01:00 am
[สนทนาศาสนธรรม] ลัยละตุ้ลก๊อดรฺ..........ถามหน่อยครับ เน‚เธ”เธข tatcha_jah ~? เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 11:37 pm
[สนทนาศาสนธรรม] ผู้หญิงเรียนสูง(ต่อโทต่อเอกเป็นต้น) ดีหรือไม่ มาเสวนากัน เน‚เธ”เธข tatcha_jah ~? เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 11:29 pm
[สนทนาศาสนธรรม] ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! เน‚เธ”เธข มาลิกกุ๊กกิ๊กแห่งกรุงศรีอโยธยา เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 02:21 pm
[บทความ] เคยคิดมั้ยว่า "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ?" เน‚เธ”เธข beechern เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 10:50 am
[ร่อมะฎอน] มันขนาดนั้นเลยหรือครับ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:48 am
[นิติศาสตร์อิสลาม( ฟิกห์ )] มาทายปริศนาเชิงฟิกห์กันครับ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:46 am
[นิติศาสตร์อิสลาม( ฟิกห์ )] ละหมาดฟัรดูไม่รู้ทิศ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:44 am
[มุมมุสลิมะฮ์] ช่วยคิดสูตรอาหารที่ทำจากอินทผลัมหน่อยค่ะ ^^ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:35 am
[มุมมุสลิมะฮ์] แค่ได้คุยกับแม่...ความเครียดก็ทุเลาเบาบาง~* เน‚เธ”เธข Napat เธ.เธข. 06, 10, 03:08 pm
[มุมมุสลิมะฮ์] ครัวมุสลิมะฮ์ เน‚เธ”เธข Napat เธ.เธข. 06, 10, 03:01 pm
[ไฟล์เสียงบรรยาย,อัลกุรอ่านและคลิปวีดีโออื่น ๆ ] เดือนนอกเดือนใน...ใครตัดสิน อ.อาลี เสือสมิง เน‚เธ”เธข กูปีเยาะฮฺสะอื้น เธ.เธข. 06, 10, 10:25 am
[บทความ] ปู๊นๆๆ...รางรถไฟ...มีทางใดที่เราสามารถตัดสินใจเลือกได้บ้าง?... เน‚เธ”เธข กูปีเยาะฮฺสะอื้น เธ.เธข. 06, 10, 10:03 am
[อัลกุรอาน] อัลกุรฺอาน คำแปลและคำอธิบาย (ตอนที่ 76 อัลอินสาน) เน‚เธ”เธข Bangmud เธ.เธข. 06, 10, 01:29 am
[ข่าวสารและสังคมมุสลิม] รับนักศึกษาภาคพิเศษปริญาตรีธุรกิจอิสลามศึกษา 2/53 เน‚เธ”เธข pareet เธ.เธข. 05, 10, 08:58 pm
[ประชาสัมพันธ์บอร์ด] รับนักศึกษาภาคพิเศษปริญาตรีธุรกิจอิสลามศึกษา 2/53 เน‚เธ”เธข pareet เธ.เธข. 05, 10, 08:56 pm
[บทความ] ไข้เลือดออกและไข้ชิคุนกุนยา เน‚เธ”เธข กอ-กล้วย เธ.เธข. 05, 10, 11:47 am
[ร่อมะฎอน] ถ่ายทอดสด ดุอาอฺคอตั่มที่มัสยิดฮารอม เน‚เธ”เธข JawhaR เธ.เธข. 05, 10, 11:43 am
[ร่อมะฎอน] หลักเอียะอฺติกาฟและถาม - ตอบ เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 10:13 pm
[ข่าวสารและสังคมมุสลิม] รอมฎอนปีนี้... เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 10:10 pm
[ข่าวสารและสังคมมุสลิม] เรื่องของ บารากู่ เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 10:07 pm
[ประชาสัมพันธ์ทั่วไป] แจกวารสารคุณภาพ เพื่อคนคุณภาพ "ดาวเดือนโดม" เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 09:58 pm
[มุมมุสลิมะฮ์] ^_^ต่อกลอนซ้อนภาพ^_^ เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 09:54 pm
ดูกระทู้ทั้งหมด
powered by joomla | joomla templates design by iboldesign