• Home
  • Forum
  • Links
  • Advanced Search
  • Contact Us
  • ตะเซาวุฟอิสลาม
  • หลักการยึดมั่น
  • นิติศาสตร์อิสลาม
Home
Forum
Links
Advanced Search
Contact Us
ตะเซาวุฟอิสลาม
หลักการยึดมั่น
นิติศาสตร์อิสลาม
เว็บอาหรับ
อิสลามออนไลน์ อัลญะซีเราะฮ์ อาหรับนิวส์ อัรรอซีย์
Administrator
เว็บพันธมิตร
ชมรมริดวานกรุงไคโรมิฟตาฮ์กรุงไคโรมุสลิมแคมปัสคอลิดบ้านดอนปอเนาะบ้านตาลชมรมกอรีสัมพันธ์นานาอียิปต์ร.ร.มุสลิมสันติธรรมdeen2doHilalThailandฟาร์มแพะออนไลน์ ชมรมมุสลิม​ ​ม.ราชภัฏสงขลา muslim2world โรงเรียนมิฟตาห์อัลอุลูมมิดีนียะฮ์ สมาคมนักศึกษาไทยอาลิการ์ all

เทียบเวลา

Gregorian Date
Day Year
Islamic Date
Day Year
เว็บไซต์หน้าสนใจ
Deals Hub We Spicy hdtv 1080p 50hdtv 46 1080p Cheap Online Shoppingmoresongkhla/forum/..

ตะเซาวุฟอิสลาม

  • คุณค่าของ"บิสมิลลาฮฺ"
  • ความตายคือการเดินทาง
  • ฮิกัมเตาบะฮ์ 1
  • ฮิกัมเรื่องฝึกฝนจิตใจตอนที่ 13
  • ฮิกัมเรื่องฝึกฝนจิตใจตอนที่ 12

หนังสืออิสลาม

  • การไม่มีมัซฮับ บิดอะห์อันตรายที่มาคุกคาม
  • กฏแห่งนิติศาสตร์อิสลาม
  • สูตรบำบัดจิตใจให้เป็นสุข

หลักการเชื่อมั่น

  • ความเชื่อ"พี่น้องมุสลิมส่วนมากตกนรก"ถือว่าเป็นบิดอะฮ์ลุ่มหลง
  • อัลเลาะห์ทรงไม่มีสถานที่และทิศ
กุนูตละหมาดซุบฮ์ พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย Administrator   
Wednesday, 27 December 2006
กระผมได้อ่าน บทความของ อ.มุรีด ทิมมะเสน ในหัวข้อเรื่อง " อ่านกุนูตในนมาชศุบหฺทำไม? " ในเวปไซท์ มุรีด ดอทคอมพ์  เมื่ออ่านแล้ว  จึงมีความปรารถนาที่จะทำการชี้แจงทัศนะที่สุนัตให้ทำการอ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺ และการนำเสนอนี้ ก็น่าจะเป็นไปในลักษณะเชิงวิชาการทั้งสิ้น หากการวิจารณ์หรือการนำเสนอพาดพิง โดยทำให้เกิดความไม่พอใจ กระผมก็ขอมะอัฟไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ อนึ่ง ได้มีผู้อ่าน ได้ติดต่อมาทางเรา โดยขอให้ทำการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นนี้ เราจึงสนองตอบคำขอดังกล่าวหากมันยังคุณประโยชน์ และเป็นการนำเสนอในเชิงวิชาการ

       กระผมได้อ่าน บทความของ อ.มุรีด ทิมมะเสน ในหัวข้อเรื่อง " อ่านกุนูตในนมาชศุบหฺทำไม? " ในเวปไซท์ มุรีด ดอทคอมพ์  เมื่ออ่านแล้ว  จึงมีความปรารถนาที่จะทำการชี้แจงทัศนะที่สุนัตให้ทำการอ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺ และการนำเสนอนี้ ก็น่าจะเป็นไปในลักษณะเชิงวิชาการทั้งสิ้น หากการวิจารณ์หรือการนำเสนอพาดพิง โดยทำให้เกิดความไม่พอใจ กระผมก็ขอมะอัฟไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ อนึ่ง ได้มีผู้อ่าน ได้ติดต่อมาทางเรา โดยขอให้ทำการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นนี้ เราจึงสนองตอบคำขอดังกล่าวหากมันยังคุณประโยชน์ และเป็นการนำเสนอในเชิงวิชาการ

 

อ้างข้อความจาก อ.มุรีด

       ความจริงปัญหาการดุอาอ์กุนูตซึ่งมักจะกระทำกันเป็นประจำทุกๆ นมาซศุบหฺนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่มีการโต้เถียงกันอย่างกว้างขวางในอดีต แต่ทำไมผู้เขียนจึงหยิบยกขึ้นมาเขียนอีกละ? ก็เนื่องจากว่ายังมีพี่น้องมุสลิมถามผู้เขียนอย่างต่อเนื่อง ใช่แต่เท่านั้นยังมีนักวิชาการบางท่านยังติดใจอยู่ว่า เมื่อไม่อ่านดุอาอ์กุนูตในนมาซศุบหฺแล้วไปตำหนิพี่น้องมุสลิมบางกลุ่มที่พวกเขาดุอาอ์กุนูตในนมาซศุบหฺทำไม?

วิจารณ์

       ผมคิดว่า เรื่องกุนูตในละหมาดซุบหฺนี้ เป็นปัญหาคิลาฟิยะฮ์ คือเป็นประเด็นขัดแย้งในข้อปลีกย่อยระหว่างอุลามาอ์แห่งโลกอิสลาม ซึ่งเหมือนกับประเด็นปัญหาข้อปลีกย่อยอื่นๆ ที่บรรดาอุลามาอ์ได้ทำการวินิจฉัยที่อยู่ในกรอบและหลักการของอิสลาม ดังนั้น จึงไม่มีข้อตำหนิแต่ประการใด สำหรับผู้ที่เลือกกระทำสิ่งที่ตนเองสมัครใจ หากหลักการนั้น อยู่ในกรอบของหลักการอิสลาม อนึ่ง กุนูตในละหมาดซุบหฺนั้น เป็นเพียงแค่สุนัต(อับอาฏ) ไม่ใช่เป็นวายิบแต่ประการใด เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ที่มีทัศนะอ่านกุนูตได้  ก็ไม่สมควรที่จะไปกล่าวตำหนิผู้ที่ไม่ทำการอ่านกุนูต และผู้ที่มีทัศนะไม่อ่านกุนูต ก็ไม่สมควรที่จะไปทำการตำหนิกล่าวหาว่าทำบิดอะฮ์ผู้ที่ทำการอ่านดุอาอ์กุนูต ซึ่งปัญหาข้อปลีกย่อยนี้ เป็นข้อขัดแย้งระหว่างปวงปราชญ์ ที่เรามุสลิมทั้งหลายสมควรมีความใจกว้าง  ซึ่งดังกล่าวนั้น ย่อมเป็นแบบฉบับของนักปราชน์แห่งโลกอิสลาม และผู้มีภูมิธรรม

อ้างข้อความจาก อ.มุรีด

       เมื่อเป็นเช่นนั้น ผมจึงต้องทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ มาเขียนเพื่อทำความเข้าใจให้แก่พี่น้องมุสลิมของเราอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อทำให้ผู้ที่ไม่อ่านดุอาอ์กุนูตในนมาซศุบหฺนั้นได้มั่นใจว่าตนเองกระทำถูกต้องตามแบบฉบับของท่านนบีมุหัมมัดแล้ว และยังทำให้ผู้ที่ยังอ่านดุอาอ์กุนูตในนมาซศุบหฺได้วิเคราะห์ว่าเมื่อตนเองปฏิบัติในเรื่องที่เป็นศาสนา เขาจำเป็นจะต้องมีหลักฐานจากอัลกุรฺอาน หรือหะดีษมายืนยันการกระทำของตน แต่ถ้าไม่มีหลักฐานมายืนยันนั่นก็หมายรวมว่า เขาจำเป็นจะต้องละทิ้งสิ่งนั้นอย่างสิ้นเชิง เพราะผู้เขียนเชื่อว่าคงไม่มีใครเลือกตามอารมณ์ของตนเองมากกว่าเลือกทำตามหลักฐานจากอัลกุรฺอานและหะดีษของท่านนบีมุหัมมัดอย่างแน่นอน, ฉะนั้นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมีรายละเอียดดั่งนี้

วิจารณ์

       การรวบรวมข้อมูลตามแบบฉบับของอุลามาอ์นักมุจญฺฮิด หรือนักวิจัย วิเคราะห์ ค้นคว้า ในวิทยาการของอิสลามนั้น ต้องวางจิตใจให้เป็นกลาง โดยสลัดความอคติที่มีอยู่ในหัวใจให้ออกไป แล้วเข้าไปดืมด่ำ แหวกว่าย ค้นหาสัจจะธรรมเหล่านั้น อย่างจริงจังและต้องมีใจกว้างพอ การอ้างอิงหลักฐาน ก็ต้องมีความเข้าใจในตัวบทเป็นอย่างดี และสวมลักษณะความเป็นนักอิจญฺฮาด ที่อัลเลาะฮ์ทรงประทานให้ แม้จะเล็กน้อยก็ตาม ไม่ใช่อ้างอิงหลักฐานที่มีลักษณะแบบการตักลีดมาเป็นตัวนำหน้า มิเช่นนั้น การค้นคว้าวิจัย ก็คงไม่มีอะไรเลย นอกจากเพื่อสนองแนวทางของตนเองเท่านั้น แต่ถ้าหากว่า ต่างฝ่ายก็มีหลักฐานตามที่ตนวินิจฉัยค้นคว้ามาได้  ดังนั้น  ต่างฝ่ายก็สมควรให้เกียรติในทัศนะซึ่งกันและกัน ซึ่งดังกล่าวย่อมเป็นคุณลักษณะที่ดีงาม และเป็นแบบอย่างของสะละฟุสศอลิหฺ

 อ้างข้อความจาก อ.มุรีด

       ประเด็นแรก ต้องตั้งคำถามก่อนว่าท่านนบีมุหัมมัดเคยดุอาอ์กุนูตขณะนมาซศุบหฺหรือไม่? คำตอบคือ ท่านนบีมุหัมมัดเคยดุอาอ์กุนูตในนมาซศุบหฺ ดั่งหลักฐานจากท่านอนัสเล่าว่า “ แท้จริงท่านรอสูลุลอฮฺกุนูต (เป็นระยะเวลา) หนึ่งเดือน โดยขอดุอาอ์เพื่อให้พระองค์อัลลอฮฺทรงลงโทษกลุ่มคนหนึ่ง ซึ่งพวกเขาสังหารกลุ่มคนหนึ่ง (หมายถึงสังหารบรรดาเศาะหาบะฮฺที่ท่องจำอัลกุรฺอาน)” (บันทึกโดยบุคอรีย์ และมุสลิม)
ท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺเล่าว่า “ฉันใกล้ชิดมากกว่าพวกท่านเกี่ยวกับการนมาซของท่านรสูลุลลอฮฺ ซึ่งปรากฏว่าท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺกุนูตในร็อกอะฮฺ (สุดท้าย) ของนมาซศุบหฺ”


       สรุปคือ ท่านรสูลุลลอฮฺเคยดุอาอ์กุนูตในนมาซศุบหฺ โดยท่านรสูลขอดุอาอ์กุนูตประมาณหนึ่งเดือน โดยขอดุอาอ์กุนูตในทุกๆ เวลานมาซฟัรฺฎู รวมถึงนมาซศุบหฺด้วย สาเหตุเนื่องจากคนกลุ่มหนึ่งได้สังหารบรรดาเศาะหาบะฮฺที่ท่องจำอัลกุรฺอานได้ทั้งเล่ม โดยที่ท่านรสูลเป็นผู้ส่งพวกเขาไปยังชนกลุ่มนั้น แล้วท่านรสูลก็ขอดุอาอ์นาซิละฮฺ (ขอดุอาอ์ให้พระองค์อัลลอฮฺทรงลงโทษ) พวกเขาประมาณหนึ่งเดือน ดั่งรายงานจากท่านอิมามบุคอรีย์ และอิมามมุสลิมระบุว่า “قنت رسول الله صلى الله عليه وسلم شهرا حين قتل القراء فما رأيت رسول الله صلى الله عليه وسلم حزن حزنا قط أشد منه ” ความว่า “ท่านรสูลุลลอฮฺดุอาอ์กุนูตประมาณ 1 เดือน (สาเหตุเนื่องจาก) นักท่องจำอัลกุรฺอานถูกสังหาร ซึ่งฉัน (หมายถึงผู้รายงานหะดีษ) ไม่เคยเห็นท่านรสูลุลลอฮฺโศกเศร้าเสียใจครั้งใคที่รุนแรงมากไปกว่าครั้งนั้นเลย” จากนั้นท่านรสูลก็ละทิ้งการดุอาอ์กุนูตดังกล่าว ซึ่งดุอาอ์ดังกล่าวเรียกว่า ดุอาอ์กุนูตนาซิละฮฺ นั่นเอง


       ท่านอนัสเล่าว่า “ فدعا النبي صلى الله عليه وسلم شهرا في صلاة الغداة ” ความว่า “ท่านนบีมุหัมมัดดุอาอ์ (กุนูตเป็นระยะเวลา) หนึ่งเดือนในนมาซศุบหฺ” (บันทึกโดยบุคอรีย์ และมุสลิม)


........อีกท่านหะดีษข้างต้น(คือหะดิษที่รายงานจากท่านญะฟัร อัรรอซีย์) ยังค้านกับหะดีษที่มีนักรายงานหะดีษที่เชื่อได้อีกด้วย ดังเช่นหะดีษที่ระบุว่า “แท้จริงท่านรสูลุลลอฮฺดุอาอ์กุนูต (เป็นระยะเวลา) หนึ่งเดือนเพื่อขอให้ (พระองค์อัลลอฮฺ) ลงโทษคนกลุ่มหนึ่งจากกลุ่มชนของอฺรับ” (บันทึกโดยอิมามอะหฺมัด หะดีษที่ 12064) หรืออีกหะดีษบทหนึ่งระบุว่า “แท้จริงท่านนบีมุหัมมัดจะไม่ดุอาอ์กุนูต ยกเว้นเมื่อท่านรสูลต้องการจะดุอาอ์เท่านั้น” (ดูหนังสือ “อะหฺกามุลกุนูต” หน้า 32)


วิจารณ์

      ประเด็นแรก เราต้องรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เท่าที่เราค้นคว้ามาได้  ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานที่มาค้าน และหลักฐานที่นำมาสนับสนุน แล้วก็นำหลักฐานเหล่านั้นมาวิเคราะห์ และนำมาวางอยู่บนมาตรฐานตามหลักการของอิสลาม ที่สะละฟุสซอลิหฺ และนักปราชน์ผู้ทรงคุณธรรมได้วางรูปแบบในการวินิจฉัยเอาไว้

       มีบางอุลามาอฺมัซฮับมะลิกีย์กล่าวว่า กุนูตซุบหฺนั้น วายิบ แต่ส่วนมากของมะลิกีย์บอกว่าสุนัต และมัซฮับหัมบาลีย์และหะนะฟีย์นั้น ถือว่ากุนูตไม่เป็นสุนัต แต่พวกเขาก็ไม่ไปกล่าวหามัซฮับผู้มีทัศนะไม่เหมือนตนว่าทำบิดอะฮฺ แต่เราผู้ถือมัซฮับชาฟิอีย์ขอเป็นกลางคือ เป็นเพียงแค่สุนัตเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ผมจะนำเสนอนี้ ไม่ใช่ยืนยันว่า ต้องอ่านกุนูตหรือบอกว่าวายิบต้องอ่านกุนูต แต่เราขอนำเสนอเพียงแค่บอกว่ามันเป็นสุนัต (อับอาด) เท่านั้นเอง แต่ปัจจุบันนี้  ผู้คัดค้านเรื่องกุนูต อ้างว่า การอ่านกุนูตในละหมาด ซุบหฺ นั้นเป็นบิดอะฮฺ และกล่าวหาผู้ที่ไม่อยู่ในทัศนะเดียวกับตนว่าทำบิดอะฮฺ ทั้งที่พฤติกรรมอย่างนี้ไม่เคยก่อนขึ้นมาก่อนในโลกอิสลาม และพวกเขากล่าวว่ามัซฮับชาฟิอีย์ในเรื่องนี้นั้น ไม่สอดคล้องกับซุนนะฮฺ โดยที่ยึดหะดิษของท่านอะนัสและท่านอื่นๆที่ว่า

عن أنس قال : قنت رسول الله شهرا يدعو على حي من احياء العرب ثم تركه                                                  

       ความว่า " รายงานจากท่านอะนัส เขากล่าวว่า ท่านร่อซูลุลเลาะฮฺได้อ่านกุนูตหนึ่งเดือน โดยขอดุอาขอความวิบัติแก่กลุ่มหนึ่งของอาหรับ หลังจากนั้นท่านนบีก็ทิ้งไป" รายงานโดยอัลบุคคอรีย์และมุสลิม

       และผู้คัดค้านอ้างอีกเช่นกันว่า หะดิษของท่านอะนัสที่ว่า

ما زال رسول الله صلى الله عليه وسلم يقنت في الفجر حتى فارق الدنيا                                                     

       ความว่า" ท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.)ยังคงอ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺจนกระทั้งท่านได้จากโลกนี้ไป" ซึ่งหะดิษนี้  ผู้คัดค้านกล่าวว่า ฏออีฟ โดยยึดการวิเคราะห์และคำกล่าวของท่านอัลบานีย์ในการกล่าวฏออีฟกับหะดิษนี้

       ท่านอิมาม หาฟิซฺ อันนะวาวีย์ กล่าวไว้ในหนังสือ อัลมัจญฺมั๊วะของท่าน ว่า

حديث أنس مثل ذلك متفق عليه بلفظ قنت شهرا بعد الركوع يدعو على أحياء من العرب ثم تركه وللبخارى مثله عن عمر ولمسلم عن خفاف بن إيماء وهذا ظاهره يعارض حديث الربيع بن أنس عته وجمع بينهما من أثبت القنوت بأن المراد ترك الدعاء على الكفار لا أصل القنوت وروى البيهقى مثل هذا الجمع عن عبد الرحمن بن المهدى بسند صحيح

       ความว่า " หะดิษของท่านอะนัส ที่เหมือนๆ กับดังกล่าวนั้น ได้รายงานสอดคล้องกันโดยอัลบุคคอรีย์และมุสลิม ด้วยคำว่า ท่านนบี(ซ.ล.)ได้อ่านกุนูตหนึ่งเดือนหลังจากร่อกั๊วะ โดยดุอาสาปแช่งกลุ่มหนึ่งของอาหรับ(กุฟาร) หลังจากนั้นท่านนบี(ซ.ล.)ก็ละทิ้งมันไป และคำของอัลบุคคอรีย์ ก็เหมือนกับมุสลิม จากรายงานของท่านอุมัร และท่านมุสลิมยัง ได้รายงานจาก ค่อฟาฟ บิน อีมาอฺ โดยที่(ความหมาย)ผิวเผินของหะดิษนี้ ขัดกับหะดิษของ อัลร่อเบี๊ยะอฺ บิน อะนัส ที่รายงานจากซัยยิดินาอะนัส และผู้ที่ยืนยันในเรื่องกุนูตนั้น ก็ได้ทำการรวมระหว่างทั้งสองหะดิษ(ที่ขัดกันนั้น) โดยจุดมุ่งหมายก็คือ ท่านนบี(ซ.ล.)ได้ทิ้งดุอาสาปแช่งพวกกุฟฟาร ไม่ใช่ทิ้งต้นตอของกุนูตหรือกุนูตดั้งเดิม และท่านอัลบัยฮะกีย์ก็ยังได้รายงานรวมเช่นเดียวกันนี้(ระหว่างสองหะดิษนี้ที่ขัดกัน)โดยได้รายงานจาก อับดุรเราะหฺมาน บิน อัลมะฮฺดีย์ ด้วยสายรายงานที่ซอเฮี๊ยะหฺ " ดู หนังสือ อัล-มัจญฺมั๊วะ ของท่านอิมามนะวาวีย์ เล่ม 3 หน้า 423 ตีพิมพ์ที่ อัลมุนีรียะฮฺ

 

Back

 

เราขอนำเสนอบรรดาหะดิษเหล่านี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ดังนี้

1- ท่านอิมามอัลบุคอรีย์ ได้รายงานไว้ ฟัตหุลบารีย์ เล่ม 2 หน้า 490 และมุสลิมรายงานไว้ ซอเฮี๊ยะหฺมุสลิม เล่ม 1 หน้า 469 จากหะดิษของท่านอะนัส บิน มาลิก (ร.ฏ.) ซึ่งได้กล่าวว่า

إنما قنت رسول الله صلى الله عليه وسلم بعد الركوع شهرا، أراه كان بعث قوما يقال لهم القراء، زهاء سبعين رجلا، إلى قوم من المشركين دون أولئك، وكان بينهم وبين رسول الله صلى الله عليه وسلم عهد، فقنت رسول الله صلى الله عليه وسلم شهرا يدعوا عليهم

       ความว่า " แท้จริง ท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) ได้อ่านกุนูตหลังร่อกั๊วะเป็นเวลา หนึ่งเดือน ฉันเห็นว่าท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.)ได้ส่งซอฮาบะฮ์กลุ่มหนึ่งที่เป็นนักอ่านอัลกุรอานประมาณ 70 คน ไปยังพวกมุชริกีนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งระหว่างพวกเขา(พวกมุชริกีน) กับท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) ได้มีสนธิสัญญาต่อกัน(เมื่อพวกเขาได้บิดพิ้วทำการสังหารบรรดนักอ่าน) ดังนั้นท่านนบีจึงอ่านดุอาอฺกุนูตสาปแช่งต่อพวกเขาหนึ่งเดือน "

2- ท่านอิมามอัลบุคอรีย์ ได้รายงานไว้ในหนังสือฟัตหุลบารีย์ เล่ม 2 หน้า 490 และมุสลิมรายงานไว้ใน ซอเฮี๊ยะหฺมุสลิม เล่ม 1 หน้า 469 จากหะดิษของท่านอะนัส บิน มาลิก (ร.ฏ.) เขากล่าวว่า

قنت النبي صلى الله عليه وسلم بعد الركوع شهرا، يدعو على رعل وذكوان                                            

                           ความว่า "ท่านนบี (ซ.ล.)ได้อ่านกุนูตสาปแช่งหลังจากร่อกั๊วะหนึ่งเดือน ต่อพวกเรี๊ยะลิ และซักวาน "

3- และมุสลิมรายงานไว้ ซอเฮี๊ยะหฺมุสลิม เล่ม 1 หน้า 469 ในหะดิษที่ 304 จากหะดิษของท่านอะนัส บิน มาลิก (ร.ฏ.) เขากล่าวว่า

أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قنت شهرا. يدعو على أحياء من أحياء العرب. ثم تركه                                      

                     ความว่า "แท้จริง ท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ ได้ดุอากุนูตสาปแช่งกลุ่มชนอาหรับ(มุชริกีน)หนึ่งเดือน หลังจากนั้น ท่านนบีก็ได้ทิ้งมัน "

       จากความหมายหะดิษนี้จึงมีความชัดเจนว่า ท่านนบี(ซ.ล.)ได้ทิ้งดุอาอฺกุนูตสาปแช่ง โดยพิจารณาจากคำว่า (ثم تركه ) (หลังจากนั้นท่านนบีก็ได้ทิ้งมัน) คือท่านนบี(ซ.ล.)ได้ทิ้งการสาปแช่งพวกเขา ไม่ใช่ทิ้งกุนูตดั้งเดิมที่อยู่ในละหมาดซุบหฺ

4- มีหะดิษมาสนับสนุนความหมายดังกล่าวเช่นรายงานของมุสลิม ไว้ในซอเฮี๊ยะหฺของท่าน เล่ม 1 หน้า 468 หะดิษที่ 298 จากท่านอัยยูบ จากมุหัมมัด ได้กล่าวว่า

قلت لأنس : هل قنت رسول الله صلى الله عليه وسلم في صلاة الصبح؟ قال : نعم. بعد الركوع يسيرا                                    

       ความว่า "ฉันได้กล่าวกับท่านอะนัสว่า ท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.)ได้อ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺหรือไม่ ? ท่านอะนัสกล่าวว่า ใช่แล้ว (ท่านนบีอ่าน)หลังร่อกั๊วะเล็กน้อย "


5- ท่านอัลบัซซฺาร ได้รายงานไว้ในหนังสือ กัชฟุลอัสตาร เล่ม 1 หน้า 269 จากท่านอะนัสว่า

أن رسول الله صلى الله صلى الله عليه وسلم قنت حتى مات وأبوبكر حتى مات وعمر حتى مات                                           

       ความว่า " แท้จริงท่านร่อซุลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) ได้ทำการกุนูตจนกระทั้งเสียชีวิต และท่านอบูบักรอ่านกุนูต จนกระทั้งเสียชีวิต และท่านอุมัรอ่านกุนูต จนกระทั้งเสียชีวิต " อัลหาฟิซฺ นูรรุดดีน อัลหัยษะมีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ มัจญฺมะอฺ อัซซะวาอิด เล่ม 2 หน้า 139 ว่า บรรดานักรายงานหะดิษนี้ เชื่อถือได้

       ฉะนั้น จากบรรดาหะดิษเหล่านี้ ย่อมชี้อย่างชัดเจนว่า ไม่มีการค้านกันระหว่างหะดิษ "ที่ท่านนบีได้อ่านกุนูตหนึ่งเดือนหลังจากนั้นท่านก็ทิ้งมันไป " และหะดิษ "ท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.)ยังคงอ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺจนกระทั้งท่านได้จากโลกนี้ไป" โดยที่หลัการอุซูลุลฟิกห์นั้น ระบุว่า จำเป็นต้องรวมระหว่างหลักฐานต่างๆ หากมีความสามารถรวมได้ และการรวมในกรณีนี้นั้น สามารถรวมได้อย่างชัดเจน

6- รายงานท่านอะนัส บิน มาลิก เขากล่าวว่า

ما زال رسول الله صلى الله عليه وسلم يقنت في الفجر حتى فارق الدنيا                                                    

                                        ความว่า" ท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.)ยังคงอ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺจนกระทั้งท่านได้จากโลกนี้ไป"


        รายงานหะดิษนี้ โดยอิมามอะหฺมัด ไว้ในมุสนัด เล่ม 3 หน้า 162 ดู หนังสือ อัลฟัตหฺ อัรร๊อบบานีย์ เล่ม 3 หน้า 302  , และได้รายงานโดยท่าน อัลบัรซฺาซ โดยที่ อัลหาฟิซฺ อัลฮัยษะมีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ มัจญฺมะอฺ อัซซะวาอิด เล่ม 2 หน้า 139 ว่า บรรดานักรายงานหะดิษนี้ เชื่อถือได้ ,และท่านอัลบัยฮะกีย์ ได้รายงานไว้ในหนังสือ อัสสุนัน อัลก๊อบรอ ของท่าน เล่ม 2 หน้า 102 และทำการถ่ายทอดการซอเฮี๊ยะหฺของท่านอัลหากิม และท่านอัลบัยฮะกีย์ก็ยอมรับในการยืนยันถึงความซอเฮี๊ยะห์ ,และท่านอัรดารุกุตนีย์ ได้รายงานไว้ใน หนังสือสุนัน ของท่าน เล่ม 2 หน้า 39 ,และท่านอับดุล อัรร๊อซซาก ได้รายงานในหนังสือ อัลมุซันนัฟ ของท่าน เล่ม 3 หน้า 110 ,และอิบนุ อบี ชัยบะฮฺ กล่าวไว้ใน หนังสือ อัลมุซันนัฟ เล่ม 2 หน้า 312 ,และท่านอัลบุฆอวีย์ ได้รายงานในหนังสือ ชัรหฺ อัสสุนนะฮฺ เล่มที่ 3 หน้า 124 ,ท่านอิมาม อันนะวาวีย์ (ร.ฏ.) ได้กล่าวไว้ ใน หนังสือ อัลมัจญฺมั๊วะ ว่า หะดิษนี้ เป็นหะดิษที่ซอเฮี๊ยะหฺ ซึ่งได้รายงานโดยนักหะดิษกลุ่มหนึ่ง และพวกเขาถือว่าเป็นหะดิษซอเฮี๊ยะหฺ และส่วนหนึ่งจากผู้ระบุถึงความซอเฮี๊ยะหฺของหะดิษนี้นั้น อาธิเช่น อัลหาฟิซฺ อบู อับดิลลาฮฺ มุหัมมัด บิน อลี อัลบัลคีย์ ,ท่านอัลหากิม ,ท่านอัลบัยฮะกีย์ และได้รายงานโดยท่าน อัดดารุกุตนีย์ จากหลายสายรายงานซึ่งเป็นสายรายงานที่ซอเฮี๊ยะหฺ " ดู อัลมัจญฺมั๊วะ เล่ม 3 หน้า 504

7- ท่านอัลบัยฮะกีย์ได้รายงานไว้ใน หนังสือ อัสสุนัน อัลก๊อบรอ ของท่าน ว่า

عن العوام بن حمزة قال : سألت أبا عثمان عن القنوت فى الصبح بعد الركوع قلت : عمن ؟ قال عن أبى بكر وعمر وعثمان رضى الله عنه               

       ความว่า " รายงานจาก อัลเอาวาม บิน หัมซะฮฺ ซึ่งได้กล่าวว่า ฉันได้ถามอบูอุษมาน เกี่ยวกับเรื่องกุนูตในละหมาดซุบหฺ หลังจากร่อกั๊วะ ฉันกล่าวว่า จากใครหรือ ? เขากล่าวว่า จากอบูบักร , อุมัร และอุษมาน " ท่านอัลบัยฮะกีย์กล่าวว่า หะดิษนี้ หะซัน ดู อัสสุนัน อัลก๊อบรอ เล่ม 2 หน้า 202

8- ท่านอัลบัยฮะกีย์ได้รายงานไว้ใน หนังสือ อัสสุนัน อัลก๊อบรอ ของท่านอีก ว่า

وعن عبد الله بن معقل قال : قنت على رضى الله عنه فى الفجروهذا عن على صحيح مشهور                                        

        ความว่า "และรายงานจาก อับดุลเลาะฮฺ บิน มะอฺกิล ซึ่งได้กล่าวว่า ท่านอลี(ร.ฏ.) ได้ทำการอ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺ และ(ท่านบัยฮะกีย์กล่าวว่า) หะดิษนี้ ได้รายงานจากท่านอลีนั้น ซอเฮี๊ยะหฺ เป็นที่เลื่องลือ " ดู อัสสุนัน อัลก๊อบรอ เล่มที่ 2 หน้าที่ 204

9 - وعن أنس بن مالك أن رسول الله صلى الله علبه وسلم قنت حتى مات وأبو بكر حتى مات وعمر حتى مات رواه البزار ورجاله موثقون

       " รายงานจากท่านอะนัส บิน มาลิก ว่า แท้จริง ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.) ทำการอ่านกุนูต จนกระทั่งเสียชีวิต และท่านอบูบักร(อ่านกุนูต) จนกระทั่งเสียชีวิต และท่านอุมัร(อ่านกุนูต) จนกระทั้งเสียชีวิต " รายงานโดย ท่านอัลบัซฺซฺาร โดยที่บรรดานักรายงานนั้น เป็นที่น่าเชื่อถือได้ (ดู มัจญฺมะอฺ อัซซะวาอิด ของท่าน นูรุดดีน อัลฮัยษะมีย์ เล่ม 2 หน้า 139 )


Back

อ้างข้อความจาก อ.มุรีด

       ท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺเล่าว่า “ฉันใกล้ชิดมากกว่าพวกท่านเกี่ยวกับการนมาซของท่านรสูลุลลอฮฺ ซึ่งปรากฏว่าท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺกุนูตในร็อกอะฮฺ (สุดท้าย) ของนมาซศุบหฺ”

วิจารณ์

       รายงานจาก ท่านอบูฮุรอยเราะฮ์(ร.ฏ.) นี้ ท่านได้อธิบายถึงการกุนูตของท่านนบี(ซ.ล.) ในละหมาดซุบหฺ โดยท่านนบี(ซ.ล.) ได้กระทำการกุนูตตลอดชีวิตของท่าน และท่านอบูฮุรอยเราะฮ์ ก็กระทำแบบฉบับดังกล่าว ท่าน อัซซัรกอนีย์ได้กล่าวยืนยันไว้ว่า

ثبت عن أبو هريرة أنه كان يقنت فى الصبح فى حياة النبى صلى الله عليه وسلم وبعده                                        

       "ได้มีการยืนยัน จากท่านอบูฮุรอยเราะฮ์ (ร.ฏ.) ว่า แท้จริง ท่าน ได้ทำการกุนูต ในละหมาดซุบหฺ ในช่วงที่ท่านนบี(ซ.ล.)มีชีวิตอยู่ และหลังจากท่านนบี(ซ.ล.) เสียชีวิตไปแล้ว " ดู ชัรหุ อัซฺซัรกอนีย์ อะลา ซอฮิหฺ อัลมุวัฏเฏาะ เล่ม 1 หน้า 287

 

อ้างข้อความจาก อ.มุรีด

       อนึ่งที่อ้างว่า หรือมีทัศนะว่าให้ดุอาอ์กุนูตทุกๆ นมาซศุบหฺนั้น มีอยู่จริงโดยทัศนะเหล่านั้นได้หยิบยกหลักฐานอ้างอิงจากท่านอนัสเล่าว่า “ما زال رسول الله صلى الله عليه وسلم ” ความว่า “ท่านรสูลุลลอฮฺยังคงอ่านดุอาอ์กุนูตในนมาซศุบหฺจนกระทั่งจากโลกนี้ไป” (บันทึกโดยอะหฺมัด,ท่านบัยหะกีย์,ท่านอัดดารุก็อฏนีย์,ท่านอัฎเฎาะหาวีย์ และท่านอับดุรเราะซาก) แต่ทว่าหะดีษข้างต้นมีปัญหา เนื่องจากทุกๆ สายรายงานหะดีษที่กล่าวถึงการกุนูตในนมาซศุบหฺเป็นประจำของท่านนบีนั้น มีนักรายงานหะดีษคนหนึ่งที่ชื่อ อบูญะอฺฟัรฺ อัรรอซีย์ ร่วมรายงานหะดีษอยู่ด้วย ซึ่งท่านอบูญะอฺฟัรฺ อัรรอซีย์ หรือมีชื่อจริงว่า อีสา บุตรของมาฮานนั้น ท่านอะหฺมัด และท่านนะสาอีย์ระบุว่า เขาไม่ใช่บุคคลที่แข็งแรง (ในเรื่องหะดีษ) ท่านหาฟิซกล่าวไว้ว่าเขาเป็นคนความจำไม่ดี (ดูหนังสือ “อะหฺกามุลกุนูต” หน้า 31-32)


       อนึ่ง ในหนังสือ “มุสนัดุลอิมามอะหฺมัด บินหันบัล” เล่ม 20 อธิบายหะดีษ(ความจริงคือผู้ตรวจทานหะดิษ - ผู้วิจารณ์)โดยเชคชุอัยบ์ อัลอัรฺนะอูฎ หน้า 95 ระบุไว้ว่า สายรายงานของหะดีษข้างต้นเฎาะอีฟ เนื่องจากท่านอบูญะอฺฟัรฺ อัรรอซีย์นั้น เขาเป็นคนความจำไม่ดี
ส่วนที่อ้างหะดีษของท่านอนัสที่ระบุว่า “ท่านรสูลุลลอฮฺยังคงอ่านดุอาอ์กุนูตในนมาซศุบหฺจนกระทั่งจากโลกนี้ไป” ถือว่าเป็นหะดีษเฎาะอีฟในทัศนะของบรรดาปวงปราชญ์หะดีษ” (หนังสือ “อัลบิดะอุ วัลมะหฺดะษาต” หน้า 518-519)

วิจารณ์

       ผมไม่เห็นด้วยกับ การนำเสนอของ อ. มุรีด ที่ได้ทำการนำเสนอแบบตักลีด โดยไม่ทำการศึกษาประเด็นเรื่องกุนูตซุบหฺนี้ อย่างถี่ถ้วน จนกระทั้งกล่าวอ้างอิงว่า "หะดิษสายรายงานของอบูญะฟัร อัรรอซีย์ นั้น ถือว่าเป็นหะดิษเฏาะอีฟในทัศนะของบรรดาปวงปราชญ์หะดิษ !!! ซุบหานัลลอฮ์ ! ทั้งที่ความจริงแล้วบรรดานักปราชน์หะดิษมีทัศนะกับหะดิษดังกล่าวว่า

       รายงานท่านอะนัส บิน มาลิก เขากล่าวว่า

ما زال رسول الله صلى الله عليه وسلم يقنت في الفجر حتى فارق الدنيا                                                     

                             ความว่า" ท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.)ยังคงอ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺจนกระทั้งท่านได้จากโลกนี้ไป"


       รายงานหะดิษนี้ โดยอิมามอะหฺมัด ไว้ในมุสนัด เล่ม 3 หน้า 162 ดู หนังสือ อัลฟัตหฺ อัรร๊อบบานีย์ เล่ม 3 หน้า 302  , และได้รายงานโดยท่าน อัลบัรซฺาซ โดยที่ อัลหาฟิซฺ อัลฮัยษะมีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ มัจญฺมะอฺ อัซซะวาอิด เล่ม 2 หน้า 139 ว่า บรรดานักรายงานหะดิษนี้ เชื่อถือได้ ,และท่านอัลบัยฮะกีย์ ได้รายงานไว้ในหนังสือ อัสสุนัน อัลก๊อบรอ ของท่าน เล่ม 2 หน้า 102 และทำการถ่ายทอดการซอเฮี๊ยะหฺของท่านอัลหากิม และท่านอัลบัยฮะกีย์ก็ยอมรับในการยืนยันถึงความซอเฮี๊ยะห์ ,และท่านอัรดารุกุตนีย์ ได้รายงานไว้ใน หนังสือสุนัน ของท่าน เล่ม 2 หน้า 39 ,และท่านอับดุล อัรร๊อซซาก ได้รายงานในหนังสือ อัลมุซันนัฟ ของท่าน เล่ม 3 หน้า 110 ,และอิบนุ อบี ชัยบะฮฺ กล่าวไว้ใน หนังสือ อัลมุซันนัฟ เล่ม 2 หน้า 312 ,และท่านอัลบุฆอวีย์ ได้รายงานในหนังสือ ชัรหฺ อัสสุนนะฮฺ เล่มที่ 3 หน้า 124 ,ท่านอิมาม อันนะวาวีย์ (ร.ฏ.) ได้กล่าวไว้ ใน หนังสือ อัลมัจญฺมั๊วะ ว่า หะดิษนี้ เป็นหะดิษที่ซอเฮี๊ยะหฺ ซึ่งได้รายงานโดยกลุ่มหนึ่งจากนักหะดิษ และพวกเขาถือว่าเป็นหะดิษซอเฮี๊ยะหฺ และส่วนหนึ่งจากผู้ระบุถึงความซอเฮี๊ยะหฺของหะดิษนี้นั้น อาธิเช่น อัลหาฟิซฺ อบู อับดิลลาฮฺ มุหัมมัด บิน อลี อัลบัลคีย์ ,ท่านอัลหากิม ,ท่านอัลบัยฮะกีย์ และได้รายงานโดยท่าน อัดดารุกุตนีย์ จากหนทางต่างๆ ด้วยบรรดาสายรายงานที่ซอเฮี๊ยะหฺ " ดู อัลมัจญฺมั๊วะ เล่ม 3 หน้า 504

 

ข้อแก้ต่างการกล่าวฏออีฟของ ท่านชัยคฺ อัลบานีย์ (ร่อหิมะฮุลเลาะฮ์) ต่อหะดิษกุนูตในซุบหฺ (และคำอ้างจาก อ.มุรีด)

       ชัยคฺ อัลบานีย์ ได้กล่าวหะดิษ " ท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.)ยังคงอ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺจนกระทั้งท่านได้จากโลกนี้ไป" ไว้ใน หนังสือ ซิลซิละฮฺ อัฏฏ่ออีฟะฮฺ เล่ม 3 หน้า 384 และหุกุ่มหะดิษดังกล่าวว่า มุงกัร และเขาได้ทำการฏออีฟกับ อบูญะฟัร อัรรอซีย์ ซึ่งได้รายงานจาก อัรร่อบิอฺ บิน อะนัส จากท่านอะนัส บินมาลิก

เราจะทำการถ่ายทอดและคัดลอกคำกล่าวของ ท่านอัลบานีย์ทีละประเด็น และวิจารณ์ทีละประเด็นๆ ดังต่อไปนี้

1- ท่านอัลบานีย์ได้กล่าวถ่ายทอดคำกล่าวของ ท่านอัตตุรกุมานีย์ ที่ได้ทำการวิจารณ์ ท่านอัลบัยฮะกีย์ ที่ว่า


       " สายรายงานหะดิษ จะซอเฮี๊ยะหฺได้อย่างไร ? โดยที่ผู้รายงานหะดิษ จาก ท่านอัรรอเบี๊ยะอฺ คืออบูญะฟัร อีซา บิน ฮามาน อัรรอซีย์ ซึ่งเขาได้ถูกกล่าววิจารณ์จาก อิมามอิบนุหัมบัลและอันนะซาอีย์กล่าวว่า " เขานั้นไม่แข็งแรง " และอบูซุรฺอะฮฺ กล่าวว่า " เขานั้น รายงานคลุมเคลือเป็นอย่างมาก"  และอัลฟัลลาสกล่าวว่า "เขามีความจำไม่ดี" และอิบนุหิบบานกล่าวว่า "เขาได้เล่า บรรดาหะดิษมุงกัร จากบรรดานักหะดิษผู้ที่มีชื่อเสียง" ดูเพิ่มเติม หาชียะฮฺ อัสสุนัน อัลบัยฮะกีย์ จากคำพูดของอัตตุรกุมาน เล่ม 2 หน้า 202

2- ท่านอัลบานีย์ ได้ถ่ายทอดคำพูดของ อิบนุ ก๊อยยิม (ร่อหิมะฮุลเลาะฮ์) จากหนังสือ ซาดุมะอาด ว่า


       "อบูญะฟัร (อัรรอซีย์) นั้น ท่านอะหฺมัดและคนอื่นๆกล่าวว่า เขานั้น ฏออีฟ และอิบนุมะดินีย์กล่าวว่า " เขานั้นรายงาน(ความจำ)สับสน " และอบูซุรอะฮฺกล่าวว่า " เขานั้นรายงานเคลือบแคลงอย่างมาก " ..... ครูของเรา คือ ท่านอิบนุตัยมียะฮฺ (ร่อหิมะฮุลเลาะฮฺ) ได้กล่าวแก่ฉันว่า และสายรายงานนี้......และจดมุ่งหมายก็คือ อบูญะฟัร อัรรอซีย์ เจ้าของบรรดาหะดิษมุงกัร ที่ไม่สามารถนำมาอ้างหลักฐานได้เลย กับสิ่งที่เขาได้รายงานเพียงแค่คนเดียว จากนักหะดิษ " ดูเพิ่มเติมที่ หนังสือ ซาดุลมะอาด เล่ม 1 หน้า 267

วิจารณ์คำกล่าวของท่านอัลบานีย์

ประเด็นที่ 1. ท่านอิบนุ อัตตุรกุมานีย์ นั้นไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับประเด็นนี้  ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ผิดพลาดด้วย โดยที่คำวิจารณ์ของท่าน อัลบัยฮะกีย์นั้น ถูกต้องอย่างไม่ต้องสงสัยต่อการกล่าวว่าหะดิษนี้ซอเฮี๊ยะหฺ เนื่องจากท่านอิบนุ อัตตุรกุมานีย์ ถ่ายทอดเพียงคำกล่าววิจารณ์ของนักหะดิษที่ตำหนิวิจารณ์อบูญะฟัร อัรรอซีย์ โดยที่ท่านอิบนุ อัตตุรกุมานีย์ไม่เคยถ่ายทอดคำกล่าวของอุละมาอฺหะดิษที่ทำการชมเชยและรับรองความเชื่อถือแก่อบูญะฟัร อัรรอซีย์เลย ซึ่งหากเขาได้ทำการถ่ายทอดอย่างแท้จริงแล้ว ก็จะประจักษ์แจ้งถึงหนทางฏออีฟในหะดิษของอบูญะฟัร อัรรอซีย์ ซึ่งความจริงแล้ว การฏออีฟหะดิษของ อบูญะฟัร อัรรอซีย์ นั้น เจาะจงเฉพาะ ในสายรายงาน จาก มุฆีเราะฮฺ เท่านั้น แต่หะดิษกุนูตซุบหฺที่เรากำลังพูดถึงนี้ รายงานจาก อัรร่อเบี๊ยะ ไม่ใช่ มุฆีเราะฮฺ

ประเด็นที่ 2. ท่านอัลบานีย์ยึดตามคำพูดของ อิบนุ อัตตุรกุมานีย์ ที่ไม่มีความรอบครอบในการถ่ายทอดคำพูดของเขา และคำพูดของท่านอัลบานีย์นั้น ก็ไม่มีความเป็นธรรมอย่างที่ทราบกันดี กล่าวคือ หากเขาพบคำพูดหรือสิ่งที่ตรงกับอารมณ์ที่เขาต้องการแล้ว เขาก็จะยอมรับและไม่ทำการวิจารณ์อะไรเลย

ประเด็นที่ 3. ท่านอัลบานีย์ยึดคำพูดของ ท่าน อิบนุ ก๊อยยิม และท่านอิบนุตัยมียะฮฺ ซึ่งเป็นคำพูดที่ต้องพิจารณาก่อน เนื่องจากว่าทั้งท่านอิบนุก๊อยยิมและท่านอิบนุตัยมียะฮฺนั้น ได้ทำการถ่ายทอดเพียงแค่คำกล่าววิจารณ์ของนักหะดิษที่ตำหนิวิจารณ์อบูญะฟัร อัรรอซีย์ โดยที่ท่านอิบนุ ก๊อยยิม และท่าน อิบนุตัยมียะฮฺ ไม่เคยถ่ายทอดคำกล่าวของอุละมาอฺหะดิษที่ทำการชมเชยและรับรองความเชื่อถือแก่ท่านอบูญะฟัร อัรรอซีย์เลย ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอิบนุก๊อยยิม ยังตัดทอนคำพูดของท่านอิบนุ อัลมะดินีย์ และไม่ยอมอธิบายให้ชัดเจนว่า อิมามอะหฺมัด บิน หัมบัลนั้น ได้มีอีกสายรายงานหนึ่งที่ได้ทำการชมเชยและให้ความเชื่อถือแก่ท่านอบูญะฟัร อัรรอซีย์ ซึ่งดังกล่าวนี้ ย่อมชี้ให้เห็นถึงความไม่เป็นกลางของ ท่านอิบนุก๊อยยิม และท่านอิบนุตัยมียะฮฺ เกี่ยวกับความเห็นของเขาทั้งสอง ที่มีต่อหะดิษนี้ เพื่อให้ตรงกับแนวทางที่ตนเองต้องการ และท่านอัลบานีย์ก็ตามทั้งสองโดยที่ไม่ตรวจสอบให้ชัดเจน มันก็ทำให้เป็นการเพิ่มความมานะทิฐิเข้าไปอีกอย่างไร้ประโยชน์

ประเด็นที่ 4. ท่านอัลบานีย์พยายามปกปิดสถานะภาพของ อบูญะอฺฟัร อัรรอซีย์ โดยไม่ทำการชี้แจงอย่างละเอียดถี่ถ้วนในเรื่องการวิจารณ์ของอุละมาอฺหะดิษเกี่ยวกับอบูญะอฺอัรรอซีย์ ดังกล่าวย่อมชี้ให้เห็นว่า ท่านอัลบานีย์ได้ทำการถ่ายทอดโดยปราศจากอะมานะฮฺในหลักวิชาการ และคำนึงแต่เพียงสิ่งที่ตรงกับความปราถนาของตนเท่านั้น

       หากท่านอัลบานีย์หรือผู้ยึดถือตามท่านอัลบานีย์ กล่าวว่า "หลักการที่ได้กำหนดไว้ในหลักพิจารณาหะดิษนั้น คือเมื่อการตำหนิที่ถูกชี้แจงรายละเอียด ค้านกับการยืนยันให้ความเชื่อถือ ก็เอาการตำหนิที่ถูกชี้แจงไว้ก่อน "

       เราขอตอบว่า ดังกล่าวนั้น ย่อมไม่เสมอไป เพราะมีผู้ที่ ษิเกาะฮ์ (ผู้ได้รับความเชื่อถือ) มากมาย ที่นักวิชาการหะดิษบางส่วนได้ทำการวิจารณ์ แต่ก็ไม่ทำให้ต้องทิ้งหะดิษของเขาไป จนกระทั้ง อิมาม อัซซะฮะบีย์ ได้ทำการประพันธ์หนังสือเฉพาะด้านเกี่ยวกับประเด็นนี้ ซึ่งชื่อว่า

معرفة الرواة المتكلم فيهم بمالا يوجب الرد                                                                    

                                           "การรู้จักบรรดานักรายงานที่ถูกวิจารณ์ด้วยกับสิ่งที่ไม่ทำให้ต้องถูกปฏิเสธ"

       เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องทำการพิจารณาในสถานะภาพของผู้รายงานอย่างแท้จริง โดยที่เราจะไปตักลีดผู้อื่นโดยไม่ทำความเข้าใจหรือตะอัสศุฟเหมือนอย่างกรณีนี้นั้นคงไม่ได้

ประเด็นที่ 5. ท่านอัลบานีย์ ได้กล่าวถึงคำพูดของท่าน อิบนุ อัตตุรกุมานีย์ ว่า แท้จริง อิบนุหิบานกล่าวว่า  "เขา(อบูญะฟัร อัรรอซีย์)ได้เล่า บรรดาหะดิษมุงกัร จากบรรดานักหะดิษผู้ที่มีชื่อเสียง" ซึ่งความจริง ในกรณีดังกล่าวนี้ ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธหะดิษของเขา และไม่จำเป็นต้องถึงกับกล่าวว่า เขานำมาเป็นหลักฐานไม่ได้ เนื่องจากว่าเมื่อนักวิชาการหะดิษกล่าวถึงคำว่า " ได้เล่าบรรดาหะดิษมุงกัร" นั้น ส่วนมากแล้วพวกเขาหมายถึง "รายงานเพียงคนเดียว(อัลอินฟิรอ๊ด)"  หากท่านอยากทราบรายละเอียดเรื่อง หะดิษมุงกัร ก็โปรดกลับไปดูในวิชาหลักพิจารณาอัลหะดิษครับ  เราลองมาดูตัวอย่างของนักรายงานรายงานหะดิษมุงกัร(แบบรายงานเพียงคนเดียว) แต่ถึงกระนั้น  บรรดานักปราชญ์หะดิษ ก็ยังเอาเขาเข้าไปไว้ในบรรดาซอเฮี๊ยะฮฺของพวกเขาด้วยเช่นกัน

       ท่านอิบนุหะญัร ได้กล่าวรายงานของ นักรายงานที่มีนามว่า  บะรีด บิน อับดิลลาหฺ ซึ่งเป็นนักรายงานของสุนันทั้ง 6 ท่านหาฟิซ อิบนุหะญัรกล่าวว่า

وثقه ابن معين والعجلى والترمذى وأبوداود وقال النسائى ليس به بأس وقال مرة ليس بذلك القوى، وقال أبو حاتم ليس بالمتين يكتب حديثه، وقال إبن عدى: صدوق وأحاديثه مستقيمة وأنكر ماروى حديث إذا أراد الله بأمة خيرا قبض نبيها قبلها مع ذلك فقد أدخله قوم فى صحاحهم وقال أحمد وغيره يطلقون المناكير على الأفراد المطلقة .

       ความว่า" เขานี้(คือบะรีด บิน อับดิลลาห์) ท่านอิบนุมะอีน ,ท่านอัลอิจญฺลีย์ ,ท่านอัตติรมิซีย์ ,และท่านอบูดาวูด ได้ให้ความเชื่อถือ และท่านอันนะซาอีย์กล่าวว่า " เขานั้นไม่เป็นไร" และบางครั้งท่านอันนะซาอีย์กล่าวว่า "เขาคนดังกล่าวนี้ไม่แข็งแรง" และท่านอบูหาติมกล่าวว่า "เขานั้น(ความจำ)ไม่มั่นคง" โดยที่หะดิษของเขาก็ถูกบันทึกได้ และอิบนุ อะดีย์กล่าวว่า "เขาเป็นคนที่พูดจริง และบรรดาหะดิษของเขาเที่ยวตรง โดยที่เขาถูกตำหนิสิ่งที่มีหะดิษรายงานว่า "เมื่ออัลเลาะฮฺทรงประสงค์ความดีกับประชาชาติหนึ่ง พระองค์ก็จะเอาชีวิตนบีของประชาชาติ ที่อยู่ก่อนประชาชาตินั้น " พร้อมกับดังกล่าว(คือมีรายงานที่มุงกัร) นักวิชาการหะดิษก็ยังนำเขาเข้าไปอยู่ในบรรดาหนังสือซอเฮี๊ยะหฺของพวกเขา และท่านอะหฺหมัดและคนอื่นๆกล่าวว่า "นักวิชาการหะดิษได้ใช้คำว่า " อันมะนากีร" กับการรายงานอยู่เพียงคนเดียว " ดู หนังสือ ฮัดยุสสารีย์ บทนำหนังสือฟัตหุลบารีย์ หน้า 392

ประเด็นที่ 6. เราจะพิจารณาการวิจารณ์ผู้รายงานของท่านอิบนุหิบบานในรูปแบบโดยรวมนั้นย่อมไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อท่านอิบนุหิบบาล วิจารณ์ค้านกับการให้การยอมรับความเชื่อถือในตัวอบูญะฟัร อัรรอซีย์ ของท่านยะหฺยา บิน มะอีน ,ท่านอลี อัลมะดินีย์ และท่านอื่นๆ

       ท่านอัซซะฮะบีย์กล่าวไว้ในหนังสือ อัลมีซาน ของท่าน เกี่ยวกับ นักรายงานที่มีนามว่า أفلح بن سعيد المدنى อัฟละหฺ บิน สะอีด อัลมะดะนีย์ " ท่านอิบนุหิบบานกล่าวว่า เขาได้รายงานบรรดาหะดิษเมาฏั๊วะ โดยเอามาจากบรรดาผู้ที่เชื่อถือได้ จึงไม่อนุญาตให้อ้างหลักฐานจากเขา และไม่อนุญาติให้ทำการรายงานจากเขา ไม่ว่าจะสภาพการณ์ใดก็ตาม แต่ฉัน(ท่านอัซซะฮะบีย์)ขอกล่าวว่า ท่านอิบนุหิบานนั้น บางครั้ง เขาจะกล่าวหาผู้ที่เชื่อได้ จนกระทั้ง เหมือนกับว่า เขาไม่รู้ว่าสิ่งอะไรบ้างที่ออกมาจากศรีษะของเขา " ดู เล่ม 1 หน้า 274

       ท่านอัซซะฮะบีย์ได้กล่าวไว้เช่นกัน เกี่ยวกับรายละเอียดของ อัยยูบ บิน อับดุสสะลาม ว่า " ท่านอิบนุหิบบาน เป็นผู้ที่ชอบตำหนิ " ดู อัลมีซาน เล่ม 1 หน้า 290
 

ประเด็นที่ 7. ท่านอัลบานีย์ได้ถ่ายทอดคำกล่าวจากท่านอิบนุก๊อยยิม ว่า ท่านอิมามอะหฺมัด ได้กล่าวว่า อบูญะฟัร อัรรอซีย์นั้นฏออีฟ โดยที่อิบนุก๊อยยิมพยายามปกปิดคำกล่าวของท่านอะหฺมัดอีกรายงานหนึ่ง ซึ่งท่านอะหฺมัดกล่าวเกี่ยวกับ อบูญะฟัร อัรรอซีย์ ว่า " เขารายงานหะดิษที่ดี" (ดู ซิยัร อะลาม อันนุบะลาอฺ เล่ม 8 หน้า 250) ดังนั้น เมื่อท่านอิบนุก๊อยยิมได้ปิดบังไม่ยอมกล่าวถึง  ท่านอัลบานีย์ก็เลยถือโอกาสเจริญรอยตามแบบฉบับนั้นด้วย

ประเด็นที่ 8. ท่านอิบนุ ก๊อยยิม ได้กล่าวว่า ความจริง ท่านอิบนุ อัลมะดีนีย์ ได้กล่าวเกี่ยวกับ อบูญะฟัร อัรรอซีย์ว่า " เขานั้นรายงานโดยมี(ความจำ)สับสน " ท่านอิบนุ ก๊อยยิม ได้ทำการตัดทอนคำกล่าวของท่าน อิบนุ อัลมะดีนีย์ เพื่อซ้อนเร้นอำพราง แล้ว ท่านอัลบานีย์ก็ตักลีดตามด้วย ซึ่งความจริงแล้ว ท่านอิบนุ อัลมะดีนีย์ได้กล่าวไว้อย่างนี้ وهو ثقة عندنا وكان يخلط فيما روى عن مغيرة " เขา(อบูญะฟัร อัรรอซีย์) เป็นที่เชื่อถือได้ตามทัศนะของเรา โดยที่เขาได้มีความจำสับสน ในสิ่งที่เขาได้รายงานจากมุฆีเราะฮ์" (ดู ตะฮฺซีบ อัตตะฮฺซีบ ของท่านอิบนุหะญัร เล่ม 12 หน้า 60 และ ดู ซิยัร อะลาม อันนุบะลาอฺ เล่ม 8 หน้า 250 ) ดังนั้น ที่สำคัญใน ณ ที่นี้ก็คือ ท่านอบูญะฟัร อัรรอซีย์นั้น มีความจำสับสน ในสิ่งที่เขาได้รายงาน จากมุฆีเราะฮฺ ทั้งที่หะดิษกุนูตที่เรากำลังกล่าวถึงนี้ อบูญะฟัรไม่ได้รายงานจากมุฆีเราะฮฺ แต่เขาได้รายงานจาก อัรร่อเบี๊ยะอฺ บิน อะนัส และท่านอบูญะฟัรอัรรอซีย์นี้ ท่านยะหฺยา บิน มะอีน กล่าวว่า " เขานั้น ثقة เชื่อถือได้ และท่านอบูหาติมกล่าวว่า เขานั้น ثقة صدوق เชื่อถือได้ และพูดสัจจริง " (ดู ซิยัร อะลาม อันนุบะลาอฺ เล่ม 8 หน้า 250 )

ประเด็นที่ 9.  สำหรับคำกล่าวของ ท่านอิบนุก๊อยยิม และท่านอิบนุตัยมียะฮฺ ในหนังสือ ซาดุลมาอาด ที่ท่านอัลบานีย์ได้อ้างอิงเอาไว้ใน ซิลซิละฮฺ ฏ่ออีฟะฮฺ เล่ม 3 หน้า 384 ว่า " อบูญะฟัร อัรรอซีย์ เจ้าของบรรดาหะดิษมุงกัร ที่ไม่สามารถนำมาอ้างหลักฐานได้พร้อมด้วยสิ่งที่เขาได้รายงานเพียงแค่คนเดียว จากนักหะดิษ "

เราขอตอบว่า คำกล่าวของอิบนุก๊อยยิมและอิบนุตัยมียะฮฺนั้น เป็นคำกล่าวที่จะต้องนำมาพิจารณาก่อน ด้วยเหตุผล 2 ประการ

1- คำกล่าวของท่านอิบนุก๊อยยิมและท่านอิบนุตัยมียะฮฺที่ว่า " เจ้าของบรรดาหะดิษมุงกัร" นั้น เป็นคำพูดของท่านอิบนุหิบบาน ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้ในกรณีดังกล่าวนี้ ซึ่งผมได้อธิบายไว้แล้ว โปรดกลับไปอ่านทบทวนครับ

2- คำกล่าวของท่านอิบนุก๊อยยิมและท่านอิบนุตัยมียะฮฺที่ว่า "ที่ไม่สามารถนำมาอ้างหลักฐานได้เลย ด้วยกับสิ่งที่เขาได้รายงานเพียงแค่คนเดียว จากนักหะดิษ " ซึ่งคำกล่าวนี้ถือว่าไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เนื่องจากว่า หะดิษ กุนูต นี้ ท่านอิมามชาฟิอีย์ (ร.ฏ) ถือว่าเป็นหะดิษที่ซอเฮี๊ยะหฺ และเป็นมัซฮับของอิมามชาฟิอีย์ ... และท่านอัลหากิม และอัลบัยฮะกีย์ กล่าวว่าหะดิษกุนูตนี้ซอเฮี๊ยะฮฺ ดู สุนัน ก๊อบรอ เล่ม 2 หน้า 201 ... และท่านอิมามนะวาวีย์ ได้กล่าวยืนยันความซอเฮี๊ยะหฺไว้ในหนังสือ อัลอัซการ ดู หนังสืออธิบายอัลอัซการ ชื่อ อัลฟุตูหาต อัรร๊อบบานียะฮฺ อะลา อัซการ อันนะวาวียะฮฺ เล่มที่ 1 ยุซที่ 2 หน้าที่ 286 และมัจญฺมั๊วะ เล่ม 3 หน้า 504 ...ท่านอัลบะฆอวีย์ได้กล่าวยอมรับการตัสเฮียะหฺของท่านหากิมไว้ใน ชัรหุสซุนนะฮฺ เล่ม 3 หน้า 124 ...และอาจารย์ของ ท่านหาฟิซ อิบนุหะญัร คือ ท่านอิบนุ อัลมุลักกิน ได้กล่าวหะดิษดังกล่าวว่า ซอเฮี๊ยะหฺ ดู หนังสือ อัลบัดรุลมุนีร ของท่านอิบนุ อัลมุลักกิน เล่ม 3 หน้า 622 และดู หนังสือตั๊วะหฺ ฟะตุลมั๊วะตาจ ของอิบนุ หะญัร อัลฮัยตะมีย์ เล่ม 1 หน้า 303 - 304 ... ท่านอัลหาฟิซ อัลหาซิมีย์ ได้กล่าวหนังสือ อัลเอี๊ยะติบาร ว่า " (หะดิษกุนูตซุบหฺ) เป็นหะดิษที่ซอเฮี๊ยะหฺ อบูญะฟัร อัรรอซีย์ ที่อยู่ในสายรายงานนี้นั้น ثقة เชื่อถือได้ และซอฮิบ อัลอิมาม ได้กล่าวหลังจากนำเสนอรายงานหะดิษนี้ว่า " ในสายรายงานนี้ มีอบูญะฟัร อัรรอซีย์ โดยที่ได้ให้การยืนยันความเชื่อถือ โดยไม่ใช่คนเดียว (คือหลายคน) " ดู หน้า 98 ....ท่านอิบนุ อัลมุลักกิน กล่าวว่า " ท่านอิบนุซอลาหฺกล่าวว่า หะดิษนี้ เป็นหะดิษที่ได้ทำการตัดสินว่า ซอเฮี๊ยะหฺ ไว้หลายคนจากบรรดานักวิชาการหะดิษ " ดู หนังสือ อัลบัดรุลมุนีร ของท่านอิบนุ อัลมุลักกิน เล่ม 3 หน้า 622

       ดังนั้น บรรดานักหะดิษที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นนั้นส่วนมากแล้ว อยู่ก่อนจากสมัยของท่านอิบนุตัยมียะฮฺและท่านอิบนุก๊อยยิม ฉะนั้น ท่านอิบนุตัยมียะฮฺและท่านอิบนุก๊อยยิมกล่าวได้อย่างไรว่า "ที่ไม่สามารถนำมาอ้างหลักฐานได้เลย ด้วยกับสิ่งที่เขาได้รายงานเพียงแค่คนเดียว จากนักหะดิษ " !!??


ประเด็นที่ 10.  มีนักวิชาการหะดิษระดับอวุโส ได้ทำการยืนยืนในความเชื่อถือได้ แก่ท่าน อบูญะฟัร อัรรอซีย์ และพวกเขาได้ชี้แจง ด้านที่ฏออีฟของเขา คือสายรายงานที่มาจาก มุฆีเราะฮฺ ทั้งที่หะดิษกุนูตซุบหฺนี้ เขาไม่ได้รายงานจาก มุฆีเราะฮฺ แต่แท้จริง ได้รายงาน จาก อัรร่อเบี๊ยะอฺ บิน อะนัส ดังนั้น เราจึงขอหยิบยกคำกล่าวของนักหะดิษในการยืนยันความเชื่อให้แก่ท่านอบูญะอฺฟัร อัรรอซีย์ ดังนี้

ท่านอิมามอะหฺมัดกล่าวว่า

صالح الحديث " เขารายงานหะดิษดี(เหมาะแก่การนำมาเป็นหลักฐาน) "

ท่านอิบนุมะอีนกล่าวว่า

كان ثقة خراسانيا ، وقال مرة أخرى : ثقة وهو يغلط فيما روى عن مغيرة

" เขานั้น เชื่อถือได้ เป็นชาวคุ่ร่อซาน และอิบนุมะอีนกล่าวครั้งอื่นอีกว่า เขานั้น เชื่อถือได้ โดยที่เขาผิดพลาดในสิ่งที่เขาได้รายงานจาก มุฆีเราะฮฺ "

ท่านอลี บิน อัลมะดีนีย์กล่าวว่า

يخلط فيما روى عن مغيرة ، كان عندنا ثقة

" เขามีความจำสับสน ในสิ่งที่เขาได้รายงานจาก มุฆีเราะฮฺ โดยที่เขานั้นเชื่อถือได้ ตามทัศนะของเรา "

ท่านอิบนุ อัมมาร อัลเมาซิลีย์ กล่าวว่า

ثقة

"เขาเชื่อถือได้"

ท่านอบูหะติมกล่าวว่า

ثقة صدوق صالح الحديث

" เขาเชื่อถือได้ ผู้สัจจะมาก เขารายงานหะดิษที่ดี(ที่นำมาเป็นหลักฐานได้ดี) "

ท่านอิบนุ สะอัดกล่าววา

كان ثقة

"เขานั้นเชื่อถือได้"

ท่านอัลหากิมกล่าวว่า

ثقة

"เขาเชื่อถือได้"

ท่านอิบนุ อับดิลบัรริ กล่าวว่า

هو عندهم ثقة عالم بتفسير القران

" เขา ตามทัศนะของกลุ่มนักหะดิษนั้น เชื่อถือได้ อีกทั้งเป็นผู้รอบรู้เกี่ยวกับ ตัฟซีรอัลกุรอาน"

       ท่านอิบนุ อะดีย์ ได้กล่าวสรุปคำกล่าวของนักหะดิษที่ทำการวิจารณ์ให้ชมเชยถึงความเชื่อถือว่า

ولأبى جعفر الرازى أحاديث صالحة مستقيمة يرويها، وقد روى عنه الناس وأحاديثه عامتها مستقيمة وأرجو أنه لا بأس به .

       ความว่า" ท่านอบีญะฟัร อัรรอซีย์นั้น มีบรรดาหะดิษที่ดี และเที่ยงตรง(ถูกต้อง) ที่เขาได้รายงานมันไว้ และบรรดานักหะดิษก็ได้รายงานจากเขา  โดยที่บรรดาหะดิษของเขาทั้วไปแล้ว เที่ยงตรง(ถูกต้อง) และฉันหวังว่า เขานั้นไม่เป็นไร "  ดู หนังสือ อัลกามิล ของอิบนุอะดีย์ เล่ม 5 หน้า ลำดับนักรายงานที่ 1895 และดูหนังสือ ซิยัร อะลาม อันนุบะลาอฺ เล่ม 8 หน้า 250 - 251 คนลำดับ ที่ 1128 หนังสือ อัลบัดรุลมุนีร ของท่านอิบนุ อัลมุลักกิน เล่ม 3 หน้า 622 - 626 ดู ตะฮฺซีบ อัตตะฮฺซีบ เล่ม 12 หน้า 59

BACK

 

อ้างข้อความจาก อ.มุรีด

       ดังนั้น คำพูดและการกระทำของซอฮาบะฮ์ที่สืบทอดมาเป็นจำนวนมาก และสายรายงานที่หลากหลายจากเหล่าบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺจะเห็นได้ว่า พวกเขาไม่ดุอาอ์กุนูตในนมาซศุบหฺ ยกเว้น กุนูตนาซิละฮฺ หรืออันเนื่องจากความจำเป็น, ซึ่งท่านอบู มาลิก อัลอัชอารีย์ ซึ่งเป็นเศาะหาบะฮฺของท่านนบีรสูลุลลอฮฺ เขาเคยนมาซด้านหลังท่านรสูลุลลอฮฺ ในขณะนั้นเขาอายุได้ 10 ขวบ, เขาเคยนมาซด้านหลังบรรดาเคาะลิฟะฮฺทั้งสี่เป็นระยะเวลาหลายปี เขาไม่เคยได้ยินบุคคลใดในหมู่พวกเขาที่จะกุนูตในนมาซศุบหฺโดยไม่มีสาเหตุ, และผู้ที่อยู่ร่วมกับเขาคือ ท่านอิบนุมัสอูด, อิบนุอับบาส และอิบนุ อัมรฺ เป็นต้น


       อันที่จริงเป็นไปไม่ได้โดยเด็ดขาดที่บรรดาเศาะหาบะฮฺจะปฏิบัติสิ่งหนึ่งโดยไม่พิจารณาแบบฉบับ (สุนนะฮฺ) ของท่านนบีมุหัมมัด ดังนั้นการที่บรรดาศาะหาบะฮฺหลายต่อหลายท่านที่ไม่ดุอาอ์กุนูตในนมาซศุบหฺเป็นประจำ ยกเว้นกุนูตนาซิละฮฺ หรือกุนูตอันเนื่องจากความจำเป็นเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นบางท่านกล่าวว่าการไม่ดุอาอ์กุนูตนมาซศุบหฺเป็นทัศนะของเศาะหาบะฮฺเท่านั้น จึงเป็นทัศนะที่ฟังไม่ขึ้นนั่นเอง


       ฉะนั้นสรุปว่า เรื่องการอ่านดุอาอ์กุนูตเฉพาะในนมาซศุบหฺซึ่งมีมุสลิมส่วนใหญ่นิยมกันทำนั้นไม่มีแบบฉบับมาจากท่านนบีมุหัมมัดแต่อย่างใดทั้งสิ้น อีกทั้งยังไม่ปรากฏบรรดาเศาะหาบะฮฺปฏิบัติเช่นนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว



วิจารณ์

       ผมไม่เห็นด้วย ที่ อ.มุรีด ได้ทำการยกหลักฐานเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่นำสายรายงานอื่นที่ซอฮิหฺมาพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องกุนูต แล้วมาสรุปว่า "บรรดาซอฮาบะฮ์ไม่ได้ทำการอ่านกุนูตซุบหฺ เพราะตามแบบฉบับท่านนบี(ซ.ล.)" นั้น  ย่อมไม่ได้อย่างเด็ดขาด และเราขอยืนยันว่า บรรดาซอฮาบะฮ์ ได้ทำการอ่านดุอาอ์กุนูตในละหมาดซุบหฺ ด้วยมีหลักฐานมายืนยัน และได้ทำการวินิจฉัยตามหลักวิชาการ

ต่อไปนี้ ผมจะหยิบยกนำเสนอบรรดาหะดิษที่ปฏิเสธเรื่องกุนูตและนำเสนอวิจารณ์

1- หะดิษ

وعن سعد بن طارق قال : { قلت لأبي : يا أبي إنك قد صليت خلف رسول الله صلى الله عليه وسلم وأبي بكر وعمر وعثمان وعلي فكانوا يقنتون في الفجر ؟ فقال : أي بني فحدث } رواه النسائي والترمذي

หะดิษนี้ หะซัน ตามที่ท่านอิบนุหะญัรได้กล่าวไว้

วิจารณ์

อิมามอันนะวาวีย์ได้กล่าวตอบหะดิษของ สะอัด บิน ฏอริก ว่า

والجواب عن حديث سعد بن طارق أن رواية الذين أثبتوا القنوت معهم زيادة علم وهم أكثر فوجب تقديمهم                           

       " แท้จริงสายรายงานของอุลามาอฺที่ยืนยันเรื่องกุนูตนั้น พร้อมกับพวกเขาแล้ว เป็นการเพิ่มพูนความรู้(ที่ชัดเจน)กว่า โดยที่พวกเขามีจำนวนมากกว่า ดังนั้น จึงจำเป็นต้องนำพวกเขามาอยู่ก่อน " ดู หนังสือ อัลมัจญฺมั๊วะ เล่ม 3 หน้า 336 ตีพิมพ์ ดารฺ อาลัม อัลกุตุบ ปี ฮ.ศ. 1423

       ท่านอิมาม อัซซัยดิ อับบาส อัลมาลิกีย์ กล่าวว่า " พวกเขาได้ตอบจากคำกล่าวของ อัลอัชญะอีย์ ที่ว่า โอ้ลูกเอ๋ย มัน(กุนูต)สิ่งที่ทำขึ้นมาใหม่ , ว่า คำพูดของอัลอัชญะอีย์นี้ เป็นเพียงการวินิจฉัยของซอฮาบะฮฺคนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากเป็นคำพูดที่ไม่ได้อ้างถึงยังไปยังท่านนบี(ซ.ล.) " ดู อิบานะฮฺ อัลอะหฺกาม ชัรหฺ บุลูฆุลมะรอม เล่ม 1 หน้า 320

และมีสายรายงานอื่นอีกที่กล่าวว่าบรรดาคอลิฟะฮฺอัรรอชิดีนทั้ง 4 นั้น ได้ทำการอ่านกุนูต


       ท่านอัลบัยฮะกีย์ได้รายงานไว้ใน หนังสือ อัสสุนัน อัลก๊อบรอ ของท่าน ว่า

عن العوام بن حمزة قال : سألت أبا عثمان عن القنوت فى الصبح بعد الركوع قلت : عمن ؟ قال عن أبى بكر وعمر وعثمان رضى الله عنه .

       ความว่า " รายงานจาก อัลเอาวาม บิน หัมซะฮฺ ได้กล่าวว่า ฉันได้ถามอบูอุษมาน จากเรื่องกุนูตในละหมาดซุบหฺ หลังจากร่อกั๊วะ ฉันกล่าวว่า จากใครหรือ ? เขากล่าวว่า จากอบูบักร อุมัร และอุษมาน " ท่านอัลบัยฮะกีย์กล่าวว่า หะดิษนี้ หะซัน ดู อัสสุนัน อัลก๊อบรอ เล่ม 2 หน้า 202

       ความจริงหะดิษนี้ เป็นหะดิษหะซัน ไม่ถึงขั้นซอเฮี๊ยะหฺ เพราะว่ามี อัลเอาวาม บิน หัมซะฮฺ ซึ่งมีอุลมาอฺให้การเชื่อถือและวิจารณ์ เช่น อิบนุหัซมินกล่าวว่า " เขานั้น เชื่อถือได้ และท่านอะหฺมัดได้ถือว่าเขามีหะดิษมุงกัร สาม หะดิษ " อิบนุ รอฮุวัยฮฺ และอบูดาวูดและคนอื่นจากทั้งสองก็กล่าว ให้ความเชื่อถือ ثقة แก่เขา ท่านอัซซะฮะบีย์ได้กล่าวเกี่ยวกับตัวเขาว่า " อิบนุ อะดีย์กล่าวว่า ฉันหวังว่าเขานั้นไม่เป็นไร ท่านอะหฺมัดกล่าวว่า เขามีหะดิษที่มุงกัร(คือสามหะดิษ) และอับบาสได้รายงานจาก ท่านยะหฺยา ซึ่งได้กล่าวว่า หะดิษของเขานั้นไม่มีอะไร " ดู ซิยัร อะลาม อันนุบะลาอฺ เล่ม 6 หน้า 536 ท่านหะฟิซ อิบนุหะญัร ได้กล่าวไว้ใน หนังสือ อัตตักรีบ ของท่าน เกี่ยวกับ เอาวาม บิน หัมซะฮฺ ว่า " เขานั้นพูดจริง ซึ่งบางครั้งเขาคลุมเคลือ " ดู หนังสือ อัตตักรีบ นักรายงานหะดิษที่ 5210 ดังนั้น หะดิษนี้จึงไม่ถึงขั้นซอเฮี๊ยะหฺ แต่อยู่ในระดับที่หะซัน คือมีนักรายงานที่พูดจริง เชื่อถือได้ แต่ความจำไม่ดีคลุมเคลือไปบ้าง แต่อิบนุ อัตตุรกุมานีย์ พยายามอ้างเอาหลักเกนฑ์ที่ว่า " การเอาวิจารณ์ตัวผู้รายงานอยู่ก่อนการชมเชยของนักหะดิษ" เพื่อที่จะทำการฏออีฟกับหะดิษนี้ และเพื่อให้ตรงกับทัศนะของตนเอง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว คำกล่าวของท่านอัลบัยฮะกีย์นั้น ถูกต้อง อย่างไม่ต้องสงสัย

       ท่านอัลบัยฮะกีย์ได้รายงานไว้ใน หนังสือ อัสสุนัน อัลกุ๊บรอ ของท่านเช่นกัน ว่า

وعن عبد الله بن معقل قال : قنت على رضى الله عنه فى الفجروهذا عن على صحيح مشهور                               

       ความว่า "และรายงานจาก อับดุลเลาะฮฺ บิน มะอฺกิล ได้กล่าวว่า ท่านอลี(ร.ฏ.) ได้ทำการอ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺ และ(ท่านบัยฮะกีย์กล่าวว่า) หะดิษนี้ ที่รายงานจากท่านอลีนั้น ซอเฮี๊ยะหฺ เป็นที่เลื่องลือ " ดู อัสสุนัน อัลก๊อบรอ เล่มที่ 2 หน้าที่ 204

وعن أنس بن مالك أن رسول الله صلى الله علبه وسلم قنت حتى مات وأبو بكر حتى مات وعمر حتى مات رواه البزار ورجاله موثق                   

       " รายงานจากท่านอะนัส บิน มาลิก ว่า แท้จริง ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.) ทำการอ่านกุนูต จนกระทั่งเสียชีวิต และท่านอบูบักร จนกระทั่งเสียชีวิต และท่านอุมัรก็อ่าน จนกระทั้งเสียชีวิต " รายงานโดย ท่านอัลบัซฺซฺาร โดยที่บรรดานักรายงานนั้น เป็นที่น่าเชื่อถือได้ (ดู มัจญฺมะอฺ อัซซะวาอิด ของท่าน นูรุดดีน อัลฮัยษะมีย์ เล่ม 2 หน้า 139 )

       หะดิษนี้ อิบนุ อัตตุรกุมาน พยายามทำการฏออีฟ โดยอ้างว่าหะดิษนี้ สับสน مضطرب โดยที่ความจริงในเรื่องหลักปฏิบัตินั้น สมควรที่จะยึดเอา " หลักฐานที่มายืนยันมาอยู่ก่อนหลักฐานที่ปฏิเสธ " ซึ่งแตกต่างกับเรื่องอากิดะฮฺ ที่ต้องมีหลักฐานยืนยันที่เด็ดขาด قطعى และมุตะวาติร

       ดังนั้น ในเรื่องของหลักฐานกุนูตของบรรดาคอลิฟะฮฺทั้งสี่นั้น มีทั้งสายรายงานที่มายืนยัน المثبت และปฏิเสธ النافى โดยที่สายรายงานที่ให้การยืนยันนั้นมีจำนวนผู้รายงานมากกว่าและให้ความรู้ที่มั่นใจกว่า และตามหลักอุซูล นั้นกล่าวว่า " المثبت مقدم على النافى " "หลักฐานที่ยืนยันนั้น ย่อมไว้ก่อนหลักฐานที่มาปฏิเสธ" และอัลบานีย์ก็ยอมรับในหลักการข้อนี้ไว้ใน หนังสือ ซิฟัต ซ่อลาติลนบีย์(ซ.ล.) หน้า 170 ว่า

المثبت مقدم على النافى كما هو معروف عند العلماء                                                        

                       " หลักฐานที่ยืนยันนั้น ย่อมเอาไว้ก่อนหลักฐานที่มาปฏิเสธ  ดังที่เป็นที่รู้กัน ตามทัศนะของอุลามาอฺ "

2- หะดิษ

وعن ابن مسعود رضي الله عنه قال :  ما قنت رسول الله صلى الله عليه وسلم في شيء من صلاته                              


                       " จาก อิบนุมุสอูด (ร.ฏ.) ได้กล่าวว่า ท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) ไม่เคยอ่านกุนูตในละหมาดใดของท่านเลย "

วิจารณ์

ท่านอิมามอันนะวาวีย์ตอบว่า

وعن حديث ابن مسعود أنه ضعيف جدا ; لأنه من رواية محمد بن جابر السخمي وهو شديد الضعف متروك ولأنه نفي وحديث أنس إثبات فقدم لزيادة العلم          

         " จากหะดิษของ ท่านอิบนุมัสอูดนี้ ฏออีฟอย่างมาก เนื่องจากมีสายงานจาก มุหัมมัด บิน ญาบิร อัสสะหฺมีย์ ซึ่งเขานั้น ฏออีฟอย่างมาก และหะดิษเขาถูกทิ้ง(ขัดกับหลักการทั่วไป) อีกทั้งเพราะว่าหะดิษนี้เป็นหะดิษที่ปฏิเสธ และหะดิษของท่านอะนัสนั้น เป็นหะดิษที่ยืนยันเรื่องกุนูต ดังนั้นสิ่งที่ยืนยันย่อมต้องเอาไว้ก่อนการปฏิเสธ เนื่องจากให้ความรู้ที่แน่นอนกว่า " ดู หนังสือ อัลมัจญฺมั๊วะ เล่ม 3 หน้า 336

3- หะดิษ

وعن أبي مخلد قال : " صليت مع ابن عمر رضي الله تعالى عنهما الصبح فلم يقنت فقلت له : ألا أراك تقنت ؟ فقال : ما أحفظه عن أحد من أصحابنا "        

       "รายงานจาก อบี มิคลัด ฉันได้ละหมาดซุบหฺ พร้อมกับท่านอิบนุอุมัร (ร.ฏ.) ดังนั้นท่านอุมัรไม่ได้ทำการอ่านกุนูต ฉันจึงกล่าวแก่เขาว่า อะไรที่ทำให้ท่านเห็นว่าไม่ต้องการกุนูต ท่านอิบนุอุมัรกล่าวว่า ฉันไม่ได้จำมาจากคนหนึ่งคนใดจากบรรดามิตรสหายของเราเลย "

วิจารณ์

ท่านอิมามอันนะวาวีย์กล่าวตอบว่า

وعن حديث ابن عمر أنه لم يحفظه أو نسيه وقد حفظه أنس والبراء بن عازب وغيرهما فقدم من حفظ                                 

       "จากหะดิษของท่านอิบนุอุมัรนี้ คือเขาไม่ได้จำหรืออาจจะลืม โดยที่ท่านอะนัส และท่านอัลบะรออฺ บิน อาซิบ และอื่นๆจากทั้งสอง ได้จำมัน ดังนั้น ต้องเอาผู้ที่จำไว้ก่อน " ดู หนังสือ อัลมัจญฺมั๊วะ เล่ม 3 หน้า 336

4- หะดิษ

وعن ابن عباس رضي الله عنهما : " القنوت في الصبح بدعة                                                   

                                             "จากท่านอิบนุอับบาส (ร.ฏ.) กล่าวว่า กุนูตในซุบหฺนั้น บิดอะฮฺ "

วิจารณ์

ท่านอิมามอันนะวาวีย์กล่าวตอบว่า

وعن حديث ابن عباس أنه ضعيف جدا وقد رواه البيهقي من رواية أبي ليلى الكوفي وقال : هذا لا يصح وأبو ليلى متروك . وقد روينا عن ابن عباس أنه " قنت في    الصبح  

        "หะดิษจากท่านอิบนุอับบาส (ร.ฏ.) ฏออีฟอย่างมาก และท่านอัลบัยฮะกีย์ได้รายงานจาก อบีลัยลา อัลกูฟีย์ โดยที่ท่านอัลบัยฮะกีย์กล่าวว่า " หะดิษนี้ไม่ซอเฮี๊ยะหฺ โดยที่อบูลัยลานั้น ถูกทิ้ง(คือรายงานขัดกับหลักการทั่วไป) และเราได้รายงานจากท่านอิบนุอับบาสว่า แท้จริงเขาได้กุนูตในซุบหฺ " ดู หนังสือ อัลมัจญฺมั๊วะ เล่ม 3 หน้า 336

5- หะดิษ

وعن أم سلمة { عن النبي صلى الله عليه وسلم أنه نهى عن القنوت في الصبح } رواه البيهقي                                   

                     "จากพระนางอุมสะละมะฮฺ จากท่านนบี(ซ.ล.) ท่านได้ห้ามจากกุนูตในละหมาดซุบหฺ" รายงานโดย อัลบัยฮะกีย์

วิจารณ์

ท่านอิมามอันนะวาวีย์ตอบว่า

وعن حديث أم سلمة أنه ضعيف ; لأنه من رواية محمد بن يعلى عن عنبسة بن عبد الرحمن عن عبد الله بن نافع عن أبيه عن أم سلمة قال الدارقطني : هؤلاء الثلاثة ضعفاء , ولا يصح لنافع سماع من أم سلمة والله أعلم

       "หะดิษจากพระนางอุมสะละมะฮฺนั้น ฏออีฟ เพราะมาจากรายงานของ มุหัมมัด บิน ยะลา จากอันบะสะฮฺ บิน อับดุรเราะฮฺมาน จากอับดุลเลาะฮฺ บิน นาฟิอฺ จากบิดาของเขา จากพระนางอุมมุสะละมะฮฺ... ท่านอัดดารุกุฏนีย์กล่าวว่า ทั้งสามคนนั้นฏออีฟ และถือว่าไม่ซอเฮี๊ยะฮฺ แก่ท่านนาฟิอฺ ที่จะได้ยิน(รายงาน)จากพระนางอุมสะละมะฮฺ " ดู หนังสือ อัลมัจญฺมั๊วะ เล่ม 3 หน้า 336

ท่านอิมามอันนะวาวีย์ได้กล่าวว่า

مذهبنا أنه يستحب القنوت فيها سواء نزلت نازلة أو لم تنزل وبهذا قال أكثر السلف ومن بعدهم أو كثير منهم وممن قال به أبو بكر الصديق وعمر بن الخطاب وعثمان وعلي وابن عباس والبراء بن عازب رضي الله عنهم رواه البيهقي بأسانيد صحيحة , وقال به من التابعين فمن بعدهم خلائق وهو مذهب ابن أبي ليلى والحسن بن صالح ومالك وداود

       " มัซฮับของเรา(คือมัซฮับชาฟิอีย์) คือ สุนัตให้อ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺ ไม่ว่าจะมีภัยพิบัติหรือไม่ก็ตาม และชาวสะลัฟส่วนมากและกลุ่มบุคคลหลักจากพวกเขา และบุคคลหลังจากพวกเขา หรือมากมายจากพวกเขาได้กล่าวตามนั้น และส่วนหนึ่งจากผู้ที่กล่าวตาม(แนวทางนี้) คือท่านอบูบักร อัศศิดดีก อุมัรอิบนุค๊อฏฏอบ อุษมาน อลี อิบนุอับบาส และอัลบะรออฺ บิน อาซิบ และได้รายงานจากพวกเขาโดยท่านอัลบัยฮะกีย์ ด้วยบรรดาสายรายงานที่ซอเฮี๊ยะหฺ และได้กล่าวด้วยกับมัน(แนวทางนี้) จากบรรดาตาบิอีนและบุคคลหลังจากพวกเขา และแนวทางนี้ก็คือมัซฮับของ อิบนุอบีลัยลา , อัลหะซันบินซอลิหฺ , อิมามมาลิก , และดาวูด "ดู หนังสือ อัลมัจญฺมั๊วะ เล่ม 3 หน้า 336

      สิ่งที่กระผมได้นำเสนอไปนั้น ไม่ใช่เพื่อต้องการจะกล่าวให้ร้ายแก่ อ. มุรีด แต่เราต้องการเพียงแค่การชี้แจง และนำเสนอหลักฐานที่ท่านอาจจะไม่รู้ เพื่อจะให้เรา มีการผ่อนปรนกัน ในปัญหาข้อปลีกย่อยนี้ และยังความใจกว้าง เนื่องจาก มันเป็นแบบฉบับของสะละฟุศศอลิหฺ และนักปราชน์ผู้มีภูมิธรรม

ค้นคว้าและแปล โดย  อัล-ฟารูก

ตรวจทาน โดย ท่าน อ.กอเซ็ม โมฮัมมัด อาลี

 

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Wednesday, 27 December 2006 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
[ ย้อนกลับ ]

เชิงวิชาการ

  • วันสงกรานต์กับจุดยืนของมุสลิม
  • ก่อนสิ้นศาสนทูต
  • ความรักท่านนบี(ซ.ล.)ต่อจุดยืนการดูหมิ่นท่านนบี(ซ.ล.)ของเดนมาร์ก
  • อิสลาม คือ สายกลาง หลักการ และความเป็นจริง
  • อิสลามกับวันวาเลนไทน์
  • คำกล่าวของอิมามอัชชาฟิอีย์ เมื่อฮะดิษซอฮิห์ มันคือมัซฮับของฉัน
  • การเอียะอฺติกาฟ
  • การให้เกียรติผู้รู้
  • ความประเสริฐคืนนิสฟูชะอฺบาน
  • เดือนรอญับ
  • อิสลามกับประเด็นการขัดแย้งในด้านวินิจฉัย
  • กุนูตละหมาดซุบฮ์
  • เมาลิดรำลึกถึงนบี
  • สะลัฟและค่อลัฟ
  • อ่านอัลกุรอ่านที่กุโบร
  • ทำบุญให้แก่คนตาย
  • บิดอะฮ์ หะสะนะฮ์
  • ตัลกีนมัยยัต
ยินดีต้อนรับ

คุณเป็นผู้ชมลำดับที่

how much traffic is going to my site

ตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2549

Who's Online

ขณะนี้มี 27 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

กระจายข่าว

RSS 2.0
ATOM 0.3
OPML
forum link

Advertisement


Advertisement

สมัครรับข่าวสารทาง email

ใส่ email เพื่อรับเนื้อหาที่อัพเดทจากเรา :


มุมมุสลิมะฮ์อะฮ์ลิสซุนนะฮ์ฯ

เอาเราะห์ของมุสลิมะฮฺต่อสตรีที่มิใช่มุสลิมเอาเราะห์ของมุสลิมะฮฺต่อสตรีที่มิใช่มุสลิม

 


بِسْمِ اللهِ الرَّحْ

สิ่งที่ห้ามกระทำสำหรับผู้ที่มีเลือดประจำเดือนสิ่งที่ห้ามกระทำสำหรับผู้ที่มีเลือดประจำเดือน
    بِِِسْمِ اللهِ الّرحْمنِ¡
แบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัดต่อการแสดงความรักต่อภรรยาแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัดต่อการแสดงความรักต่อภรรยา

ความโรแมนติกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

สตรีมุสลิมะฮ์ผู้มีเกียรติมักจะบอกว่า "ท่านนบีมุฮัมมัด  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมเป็นแบบฉบับของบุรุษทั้งโลก"

นางฟ้ามีให้แก่บุรุษในสรวงสรรค์แต่ทำไมอัลเลาะฮ์ถึงไม่ตรัสยืนยันไว้แก่สตรี? นางฟ้ามีให้แก่บุรุษในสรวงสรรค์แต่ทำไมอัลเลาะฮ์ถึงไม่ตรัสยืนยันไว้แก่สตรี?

พวกที่ชอบสร้างความสงสัยในอิสลามมักจะกล่าวว่า อัลกุรอานได้กล่าวไว้อย่างยืดยาวเกี่ยวกับนางฟ้า (อัลฮูรุลอีน) ที่พระองค์ทรงตระเตรียมให้แก่บรรดาบุรุษในสรวงสวรรค์ โดยพระองค์ไม่ทรงตระเตรียมไว

Source by www.mambosolve.com

สอบถามปัญหาศาสนา นักศึกษาตอบ

๏ปฟ
ก่อนตั้งคำถามกรุณาค้นหาคำถามก่อนนะครับว่ามีคนถามแล้วหรือยัง ค้นหาที่นี้
กรุณาตั้งคำถามเป็นประโยคที่เข้าใจง่ายเพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องท่านอื่น
[บทความ] เคยคิดมั้ยว่า "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ?" เน‚เธ”เธข beechern เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 10:50 am
[บทความ] ปู๊นๆๆ...รางรถไฟ...มีทางใดที่เราสามารถตัดสินใจเลือกได้บ้าง?... เน‚เธ”เธข กูปีเยาะฮฺสะอื้น เธ.เธข. 06, 10, 10:03 am
[บทความ] ไข้เลือดออกและไข้ชิคุนกุนยา เน‚เธ”เธข กอ-กล้วย เธ.เธข. 05, 10, 11:47 am
[ถาม - ตอบปัญหาศาสนา] การตะวัสซู้ลคืออะไร เน‚เธ”เธข zulkif เธ.เธข. 03, 10, 04:11 pm
[บทความ] อยากให้อ่านกันเฉยๆๆ เน‚เธ”เธข มาลิกกุ๊กกิ๊กแห่งกรุงศรีอโยธยา เธ.เธข. 01, 10, 09:55 pm
[บทความ] นกกรงหัวจุก?ช่องว่างชิวิต!! เน‚เธ”เธข ????? เธ.เธข. 01, 10, 09:12 pm
[ถาม - ตอบปัญหาศาสนา] การมีลมออกจากช่องคลอดขณะละหมาด เน‚เธ”เธข WAWA เธ.เธข. 01, 10, 04:02 pm
ตั้งคำถามใหม่         ดูคำถามทั้งหมด


เว็บมาสเตอร์ที่ต้องการนำส่วนคำถาม สอบถามปัญหาศาสนา ไปติดเว็บไซต์ สามารถนำ code ข้างล่างนี้ไปติดเว็บไซต์ได้เลยครับ


ทดสอบสัญญาณ การบรรยาย จาก camfrog ห้อง muslimthai เวลา 21.00

&lt;a href="http://122.155.3.122:8067/" target="_blank"&gt;http://122.155.3.122:8067/&lt;/a&gt;

กระดานเสวนา

เธขเธดเธ™เธ”เธตเธ•เน‰เธญเธ™เธฃเธฑเธšเธ„เธธเธ“, เธšเธธเธ„เธ„เธฅเธ—เธฑเนˆเธงเน„เธ› เธเธฃเธธเธ“เธฒ เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš เธซเธฃเธทเธญ เธฅเธ‡เธ—เธฐเน€เธšเธตเธขเธ™ เธเธฃเธธเธ“เธฒเธ•เน‰เธญเธ™เธฃเธฑเธšเธชเธกเธฒเธŠเธดเธเนƒเธซเธกเนˆ al-tarbiah, เธ„เธทเธญเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰เธ„เธ™เนƒเธซเธกเนˆ
21 Spiders, 20 เธšเธธเธ„เธ„เธฅเธ—เธฑเนˆเธงเน„เธ›, 0 เธชเธกเธฒเธŠเธดเธ
MSN spider (14), Google spider, Facebook external (6)
[มุมมุอัลลัฟและความเข้าใจเกี่ยวกับอิสลาม] เสวนาร้านน้ำชาออนไลน์ เน‚เธ”เธข DadAmroS เธงเธฑเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 06:02 am
[อัลกุรอาน] อัลกุรฺอาน คำแปลและคำอธิบาย สูเราะฮฺที่ 55 อัรฺเราะหฺมาน เน‚เธ”เธข Bangmud เธงเธฑเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 01:58 am
[ประชาสัมพันธ์บอร์ด] อยากให้มี link ไปยังหน้าแรกของเวป SunnahStudent เน‚เธ”เธข hiddenmin เธงเธฑเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 01:00 am
[สนทนาศาสนธรรม] ลัยละตุ้ลก๊อดรฺ..........ถามหน่อยครับ เน‚เธ”เธข tatcha_jah ~? เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 11:37 pm
[สนทนาศาสนธรรม] ผู้หญิงเรียนสูง(ต่อโทต่อเอกเป็นต้น) ดีหรือไม่ มาเสวนากัน เน‚เธ”เธข tatcha_jah ~? เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 11:29 pm
[สนทนาศาสนธรรม] ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! เน‚เธ”เธข มาลิกกุ๊กกิ๊กแห่งกรุงศรีอโยธยา เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 02:21 pm
[บทความ] เคยคิดมั้ยว่า "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ?" เน‚เธ”เธข beechern เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 10:50 am
[ร่อมะฎอน] มันขนาดนั้นเลยหรือครับ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:48 am
[นิติศาสตร์อิสลาม( ฟิกห์ )] มาทายปริศนาเชิงฟิกห์กันครับ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:46 am
[นิติศาสตร์อิสลาม( ฟิกห์ )] ละหมาดฟัรดูไม่รู้ทิศ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:44 am
[มุมมุสลิมะฮ์] ช่วยคิดสูตรอาหารที่ทำจากอินทผลัมหน่อยค่ะ ^^ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:35 am
[มุมมุสลิมะฮ์] แค่ได้คุยกับแม่...ความเครียดก็ทุเลาเบาบาง~* เน‚เธ”เธข Napat เธ.เธข. 06, 10, 03:08 pm
[มุมมุสลิมะฮ์] ครัวมุสลิมะฮ์ เน‚เธ”เธข Napat เธ.เธข. 06, 10, 03:01 pm
[ไฟล์เสียงบรรยาย,อัลกุรอ่านและคลิปวีดีโออื่น ๆ ] เดือนนอกเดือนใน...ใครตัดสิน อ.อาลี เสือสมิง เน‚เธ”เธข กูปีเยาะฮฺสะอื้น เธ.เธข. 06, 10, 10:25 am
[บทความ] ปู๊นๆๆ...รางรถไฟ...มีทางใดที่เราสามารถตัดสินใจเลือกได้บ้าง?... เน‚เธ”เธข กูปีเยาะฮฺสะอื้น เธ.เธข. 06, 10, 10:03 am
[อัลกุรอาน] อัลกุรฺอาน คำแปลและคำอธิบาย (ตอนที่ 76 อัลอินสาน) เน‚เธ”เธข Bangmud เธ.เธข. 06, 10, 01:29 am
[ข่าวสารและสังคมมุสลิม] รับนักศึกษาภาคพิเศษปริญาตรีธุรกิจอิสลามศึกษา 2/53 เน‚เธ”เธข pareet เธ.เธข. 05, 10, 08:58 pm
[ประชาสัมพันธ์บอร์ด] รับนักศึกษาภาคพิเศษปริญาตรีธุรกิจอิสลามศึกษา 2/53 เน‚เธ”เธข pareet เธ.เธข. 05, 10, 08:56 pm
[บทความ] ไข้เลือดออกและไข้ชิคุนกุนยา เน‚เธ”เธข กอ-กล้วย เธ.เธข. 05, 10, 11:47 am
[ร่อมะฎอน] ถ่ายทอดสด ดุอาอฺคอตั่มที่มัสยิดฮารอม เน‚เธ”เธข JawhaR เธ.เธข. 05, 10, 11:43 am
[ร่อมะฎอน] หลักเอียะอฺติกาฟและถาม - ตอบ เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 10:13 pm
[ข่าวสารและสังคมมุสลิม] รอมฎอนปีนี้... เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 10:10 pm
[ข่าวสารและสังคมมุสลิม] เรื่องของ บารากู่ เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 10:07 pm
[ประชาสัมพันธ์ทั่วไป] แจกวารสารคุณภาพ เพื่อคนคุณภาพ "ดาวเดือนโดม" เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 09:58 pm
[มุมมุสลิมะฮ์] ^_^ต่อกลอนซ้อนภาพ^_^ เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 09:54 pm
ดูกระทู้ทั้งหมด
powered by joomla | joomla templates design by iboldesign