• Home
  • Forum
  • Links
  • Advanced Search
  • Contact Us
  • ตะเซาวุฟอิสลาม
  • หลักการยึดมั่น
  • นิติศาสตร์อิสลาม
Home
Forum
Links
Advanced Search
Contact Us
ตะเซาวุฟอิสลาม
หลักการยึดมั่น
นิติศาสตร์อิสลาม
เว็บอาหรับ
อิสลามออนไลน์ อัลญะซีเราะฮ์ อาหรับนิวส์ อัรรอซีย์
Administrator
เว็บพันธมิตร
ชมรมริดวานกรุงไคโรมิฟตาฮ์กรุงไคโรมุสลิมแคมปัสคอลิดบ้านดอนปอเนาะบ้านตาลชมรมกอรีสัมพันธ์นานาอียิปต์ร.ร.มุสลิมสันติธรรมdeen2doHilalThailandฟาร์มแพะออนไลน์ ชมรมมุสลิม​ ​ม.ราชภัฏสงขลา muslim2world โรงเรียนมิฟตาห์อัลอุลูมมิดีนียะฮ์ สมาคมนักศึกษาไทยอาลิการ์ all

เทียบเวลา

Gregorian Date
Day Year
Islamic Date
Day Year
เว็บไซต์หน้าสนใจ
Deals Hub We Spicy hdtv 1080p 50hdtv 46 1080p Cheap Online Shoppingmoresongkhla/forum/..

ตะเซาวุฟอิสลาม

  • คุณค่าของ"บิสมิลลาฮฺ"
  • ความตายคือการเดินทาง
  • ฮิกัมเตาบะฮ์ 1
  • ฮิกัมเรื่องฝึกฝนจิตใจตอนที่ 13
  • ฮิกัมเรื่องฝึกฝนจิตใจตอนที่ 12

หนังสืออิสลาม

  • การไม่มีมัซฮับ บิดอะห์อันตรายที่มาคุกคาม
  • กฏแห่งนิติศาสตร์อิสลาม
  • สูตรบำบัดจิตใจให้เป็นสุข

หลักการเชื่อมั่น

  • ความเชื่อ"พี่น้องมุสลิมส่วนมากตกนรก"ถือว่าเป็นบิดอะฮ์ลุ่มหลง
  • อัลเลาะห์ทรงไม่มีสถานที่และทิศ
อิสลาม คือ สายกลาง หลักการ และความเป็นจริง พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย Administrator   
Wednesday, 05 March 2008

 

กระแสสายกลางในปัจจุบันมีกันให้ได้ยินกันบ่อย  ซึ่งบางคนก็เข้าใจคำว่าสายกลางตามแนวคิดของเขา  แต่บางคนไม่เข้าใจและยังสับสนคำว่าสายกลาง  ได้ยินคำว่าสายกลางก็รู้สึกดูดีตามนัยยะความหมายของมันและคิดว่าสิ่งที่ตนเองทำอยู่  สิ่งที่ตนเองยึดอยู่คือแนวทางสายกลาง  ก่อนอื่นเราต้องยึดมั่นก่อนว่า  อัลอิสลาม  คือศาสนาสายกลาง  ไม่ใช่ศาสนาที่สุดโต่งและไม่หย่อนยาน  ดังนั้น  เมื่อแนวทางของอัลอิสลามอยู่ในสายกลาง  เอื้ออำนวยความสะดวก  มีความสมดุล รักษาไว้ซึ่งคุณประโยชน์และเป้าหมายอันดีงาม  ประชาชาติที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของอัลอิสลาม  ก็จะเป็นประชาชาติสายกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

 

 

ผมเห็นผู้รู้และนักพัฒนาสังสมมุสลิมเขียนบทความเกี่ยวกับประชาชาติสายกลาง  แบบเปิดทัศนะความคิดกว้างขวางระดับโลก  จนพี่น้องมุสลิมบางท่านหาบทสรุปไม่ได้ว่า  เมื่อมุสลิมเป็นประชาชาติสายกลาง  ทำไมปัจจุบันสถานะภาพของมุสลิมยกตกต่ำในสายตาของประชาคมโลก  แล้วจะมีความภาคภูมิใจอะไรที่จะมาเรียกว่า มุสลิมคือประชาชาติสายกลาง  แต่ผมมองอีกมุมหนึ่งว่า  การที่มุสลิมจะเป็นประชาชาติที่สายกลางอย่างแท้จริงนั้น  มุสลิมกันเองต้องมีคุณลักษณะของความสายกลางเสียก่อน  เผอิญว่าผมนิยมพูดเรื่องใกล้ตัว  ไม่นิยมพูดแบบเปิดโลกทัศน์  เกรงว่าพี่น้องจะเอื้อมไม่ถึงและจับต้องไม่ได้  จึงทำให้คำว่าสายกลางกลายเป็นเพียงแค่ทฤษฏีไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้  บางทีผมอาจจะเป็นคนที่ไม่นิยมวิเคราะห์กว้างขวางแบบระดับโลกแต่ชอบมองอะไรแบบชาวบ้าน ๆ  มองสิ่งใกล้ ๆ ตัว  จึงทำให้การเสนอความคิดของผมไปกระทบกระทั่งพี่น้องบางกลุ่ม  และบางท่านที่มีใจเป็นกลางที่เข้ามาก็ไม่ค่อยชอบการนำเสนอของผมเท่าที่ควร  เพราะอาจจะตรงประเด็นเกินไป  ผมยังนึกขำกับตัวเองอยู่เลยครับ  แต่ผมว่าเป็นตัวของตัวเองแบบอิสระนั้นดีที่สุดแล้วครับ  ตามกระแสการชักจูงของคนอื่นเดี๋ยวก็ไม่มีอะไรใหม่กันพอดี

ส่วนหนึ่งจากความผิดพลาดอันตรายที่เป็นผลมาจากกลุ่มที่มีความสุดโต่งแข็งกร้าว  เข้มงวดเกิดไปจนกระทั่งปิดกั้นสิ่งที่ชารีอะฮ์ได้สั่งใช้  ลืมคุณประโยชน์และเป้าหมายอันดีงามตามเจตนารมณ์ของศาสนา  เยาวชนหนุ่มสาวบางกลุ่มตกไปอยู่ในกระแสความสุดโต่ง  เนื่องพวกเขามิได้อยู่ในสภาพแวดล้อมแห่งวิชาการที่เหมาะสม  จนกระทั่งตกไปอยู่ในแนวคิดที่แข็งกร้าวรุนแรง  ทั้งที่ปัญญาชนทุกคนย่อมตระหนักดีว่าความรุนแรงนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยกับความแข็งกร้าวเนื่องจากความแข็งกร้าวรุนแรงมักอยู่บนทัศนคติที่ผิดพลาด  ดังนั้นเมื่อแนวคิดที่ผิดพลาดไม่ได้รับการเยียวยาด้วยแนวทางที่ถูกต้อง  ต่อไปอันตรายจะเข้ามาครอบงำสังคมและประชาชาติอิสลามอย่างแน่นอน


นิยามคำว่า "สายกลาง"

คำว่า  สายกลาง  มาจากคำภาษาอาหรับว่า  اَلْوَسَطُ  (อัลวะซัฏ)  ซึ่งหมายถึง "ดีเลิศที่สุดหรือคุณภาพดีที่สุด"  หรือหมายถึง  สิ่งที่อยู่ระหว่างสองประการที่ถูกตำหนิ  เช่น  ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อยู่ระหว่างความตระหนี่กับความสุรุ่ยสุร่าย   ความกล้าหาญอยู่ระหว่างความขลาดกลัวกับความผลุนผลันมุทะลุ

สายกลางคือเอกลักษณ์พิเศษของประชาชาติอิสลาม   ดังที่อัลเลาะฮ์ตะอาลา  ทรงตรัสความว่า

وَكَذَلِكَ جَعَلْنَاكُمْ أُمَّةً وَسَطاً لِّتَكُونُواْ شُهَدَاء عَلَى النَّاسِ وَيَكُونَ الرَّسُولُ عَلَيْكُمْ شَهِيداً

"และในทำนองเดียวกันนั้น  เราได้ดลบันดาลพวกเจ้าทั้งหลายเป็นประชาชาติสายกลางเพื่อว่าเจ้าทั้งหลายจะได้เป็นสักขีพยานแก่มนุษยชาติและศาสนทูต(มุฮัมมัด)  ก็เป็นสักขีพยานสำหรับพวกเขาทั้งมวล" อัลบะกอเราะฮ์ : 143

ความเป็นประชาชาติสายกลางของประชาชาติอิสลามนั้น  ได้รับสืบทอดเจตนารมณ์มาจากแนวทางที่เป็นกลาง  มีความสมดุลย์  ปราศจากความสุดโต่งและหย่อนยาน  ดังนั้นเมื่อมีความสมดุลย์เกิดขึ้น  เสถียรภาพย่อมบังเกิด  จากนั้นหนทางที่เที่ยงตรงก็จะตามมาโดยอัตโนมัติ  ดังนั้น ด้วยความเป็นธรรมชาติสายกลางของอิสลามนี้แหละครับ  ที่อัลเลาะฮ์ตะอาลา  ทรงสอนให้เราทำการเฝ้าวอนขอต่อพระองค์ซึ่งหนทางที่เที่ยงตรงในละหมาดไม่น้อยกว่า 17 ครั้งต่อวัน  ที่ว่า

اهدِنَــــا الصِّرَاطَ المُستَقِيمَ صِرَاطَ الَّذِينَ أَنعَمتَ عَلَيهِمْ غَيرِ المَغضُوبِ عَلَيهِمْ وَلاَ الضَّالِّينَ

"พระองค์โปรดชี้นำเราสู่แนวทางที่เที่ยงตรงด้วยเถิด  ซึ่งเป็นแนวทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปราณแก่พวกเขา  มิใช่แนวทางของพวกที่ถูกกริ้ว  และมิใช่(แนวทางของ)พวกที่หลงผิด" อัลฟาติหะฮฺ : 6 - 7

ในซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮฺที่เราอ่านในทุกรอกะอัตของละหมาดนั้น  อัลเลาะฮ์ทรงบัญชาใช้ให้เราอยู่ในสายกลาง  "บรรดาผู้ถูกกริ้ว" นั้น  ก็คือพวกยาฮูดี  และ "พวกที่หลงผิด"  คือ  พวกนะซอรอ  ดังนั้น  พวกยาฮูดีกับพวกนะซอรอนั้น  เป็นอุทาหรณ์แห่งความเกินเลยและหย่อนยาน  เช่น  พวกยิวเลยเถิดฆ่าบรรดานบี  ส่วนพวกนะซอรอเลยเถิดนำเอาท่านนบีอีซาเป็นพระเจ้า  และพวกยาฮูดีหย่อนยานมักง่ายในสิ่งที่ต้องห้าม  ส่วนพวกนะซอรอมักง่ายในเรื่องที่ฮะล้าล   ดังนั้น  หนทางสายกลางก็คือ  การเดินอยู่บนแนวทางที่เที่ยงตรงซึ่งเป็นแนวทางของกลุ่มชนที่อัลเลาะฮ์ (ซบ.) ทรงประทานความโปรดปราณจากบรรดานบี  บรรดาผู้สัจจริง  บรรดาผู้มรณะสักขี  และบรรดาผู้มีคุณธรรมทั้งหลาย

พี่น้องผู้อ่านครับ  ทุกแนวทางก็เชื่อกันว่าตนเองก็อยู่ในหนทางของบรรดานบีและเหล่าผู้มีคุณธรรม  หากท่านผู้อ่านตั้งคำถามขึ้นแก่ผมว่า  "เมื่อทุกแนวทางต่างเชื่อกันว่าแนวทางของตนก็คือแนวทางของบรรดานบีและเหล่าผู้มีคุณธรรมนั้น  พวกเขาทั้งคือสายกลางน่ะซิ?"  ผมขอตอบว่า  "แนวทางของบรรดานบีและเหล่าผู้มีคุณธรรมนั้น   ต้องอยู่บนความเป็นสายกลางในเชิงหลักการและฉายออกมาให้เห็นทางพฤติกรรมด้วยเช่นกัน" 

ท่านอิบนุอับบาสได้รายงานจากท่านนบี  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ซึ่งท่านได้กล่าวว่า 

إِيَّاكُمْ وََالْغُلُوَّ فِي الدِّيْنِ فَإِنَّمَا أَهْلَكَ مَنْ كَانَ قَبْلَكُمْ الْغُلُوَّ فِي الدَّيْنِ

"พวกท่านจงระวังการเลยเถิดในเรื่องศาสนา  เพราะแท้จริงบุคคลที่อยู่ก่อนหน้าพวกท่านนั้นได้ประสบความวิบัติเกี่ยวกับความเลยเถิดในเรื่องศาสนา" อันนะซาอีย์ (3057)

รายงานจากท่านอิบนุมัสอูด  ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ  ว่า  ท่านนบี  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้กล่าวซ้ำกันถึงสามครั้งว่า

هَلَكَ الْمُتَنَطِّعُوْنَ

"บรรดาผู้มุตะนัตติอูน(ผู้ที่คิดลึกเกินเลยขอบเขต)ได้มีความวิบัติแล้ว" รายงานโดยมุสลิม

ท่านอิมามอันนะวาวีย์กล่าวว่า "พวกมุตะนัตติอูน  คือ  พวกคิดลึกเลยเถิดเกินขอบเขตทั้งในบรรดาคำพูดและการกระทำของพวกเขา" ชัรห์ ซอฮฺห์มุสลิม 16/220

จากฮะดิษข้างต้นนี้  ชี้ถึงการเลยเถิดสุดโต่ง  ได้ออกจากแนวทางที่เป็นสายกลาง  เกินเลยขอบเขต  ดังนั้นบ่อเกิดของความเลยเถิด  ก็มาจากผลของการอธิบายตัวบทต่าง ๆ ของศาสนาแบบแข็งกร้าวรุนแรงค้านกับเป้าหมายและเจตนารมณ์ของชะรีอะฮ์อิสลาม  และพยายามให้ตนเองและบุคคลอื่น ยึดทัศนะของตนพร้อมกับทำการฮุกุ่มทัศนะที่ต่างจากตน  ทำการตำหนิว่ากล่าวอย่างเสียหายต่อผู้รู้ที่มีทัศนะต่างจากตนอย่างไร้อัคลาคของอัลอิสลาม  เช่น  ฮุกุ่มทัศนะอื่น เป็นคนชั่ว  โง่เขลา  บิดอะอ์  ตกนรก  ดังนั้น  ความเลยเถิดเข้มงวดจึงมิใช่เป็นการแสวงหาความสมบูรณ์ในเรื่องการทำอิบาดะฮ์หรือเป็นการแสดงถึงความรอบคอบในเรื่องของศาสนา 

ท่านชัยค์ ด๊อกเตอร์ อัลก๊อรฏอวีย์  กล่าวว่า  "ถือว่าเป็นความไม่เป็นธรรมในการที่เราจะทำการกล่าวหาบุคคลหนึ่งว่า  เขาฝักใฝ่(ฝ่ายทัศนะของตน)ในเรื่องของศาสนาเพียงเพราะได้เลือกทัศนะความเห็นต่าง ๆ ของฟิกห์ที่เข้มงวดอันเนื่องจากเขาเชื่อว่ามันถูกต้องและมีน้ำหนักที่สุด...ซึ่งหากแม้นว่าคนอื่นจะเห็นว่าทัศนะความเห็นของเขามีน้ำหนักน้อยกว่าหรือเป็นทัศนะที่อ่อนก็ตาม" อัศเศาะห์วะตุลลอฮ์อิสลามียะฮ์ : 36

ผมเห็นด้วยกับคำกล่าวของท่าน ชัยค์ ด๊อกเตอร์ ยูซุฟ อัลก๊อรฏอวีย์  เนื่องจากเป็นการไม่บังควรที่คนกลุ่มหนึ่งพยายามสร้างแนวทางหรือทัศนะของตนขึ้นมาแล้วทำการตำหนิผู้ที่ขัดแย้งกับตน  ทำการกล่าวหาอย่างน่ารังเกียจ  สร้างภาพระบายสีต่อผู้อื่นในแง่ลบ  โดยกักตุนหรือแช่แข็งความถูกต้องไว้สำหรับพวกเขาแต่เพียงผู้เดียว  ดังนั้น  ความเลยเถิด  การฝักใฝ่ในทัศนะฝ่ายตน  และมีความแข็งกร้าวนั้น  เป็นการออกจากเจตนารมณ์ของอิสลามและความเป็นสายกลางของศาสนา

ท่านพี่น้องผู้อ่านครับ  สิ่งที่ผมได้กล่าวไปแล้วข้างตนนั้น  เป็นหลักการในแง่มุมหนึ่งของคำว่า "สายกลาง"  คือศาสนาอิสลามนั้นอยู่บนสายกลาง  ผู้ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของอิสลามที่แท้จริงก็ย่อมอยู่ในสายกลางด้วยเช่นกัน  แต่พี่น้องบางท่านอาจจะสับสนว่า  คำว่า "สายกลาง" เราจะฉายภาพให้เห็นในเชิงปฏิบัติได้อย่างไร  และภาพแห่งความจริงของผู้ที่ไม่ได้อยู่ในสายกลางนั้นเป็นอย่างไร?  และการเรียกชื่อของแนวทางนั้นเป็นการแบ่งพรรคแบ่งพวกหรือเปล่าถือว่าอยู่ในสายกลางหรือเปล่า?  มีคนกล่าวว่า  นั้นคือความเชื่อของกลุ่มแนวคิดวะฮาบีย์   กลุ่มนั้นมีแนวทางอัลอะชาอิเราะฮ์  กลุ่มนี้ประกาศตนและวางสโลแกนว่าอยู่ในสายกลาง  ดังนั้น  คำว่าสายกลางในภาพแห่งความเป็นจริงทั้งในด้านจุดยืน  คำพูด  และการกระทำนั้น  มันเป็นอย่างไร ??

 



สายกลางในภาพแห่งความเป็นจริง

ปัจจุบันเมืองไทยบ้านเราเริ่มมีความหลากหลายทางทัศนะเกิดขึ้น  ในอดีตก็จะมีแต่การปฏิบัติฟิกห์มัซฮับชาฟิอีย์และอะกีดะฮ์อะฮ์ลิสซุนนะฮ์อัลอะชาอิเราะฮ์  โดยได้รับการเผยแผ่มาจากอุลามาอฺฮะเฏาะเมาต์แห่งเยเมน  ซึ่งล้วนเป็นอุลามาอฺลูกหลานท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทางเชื้อสายท่านซัยยิดินาฮุซัยน์  ที่เข้ามาทางอินโดนีเซียเป็นส่วนใหญ่  บ้างก็ผ่านเข้ามาทางอุลามาอฺปัตตานีที่ทำการศึกษาความรู้จากอุลามาอฺลูกหลานนบีจากนครมักกะฮ์ในสมัยนั้น  การเดินทางไปศึกษามีความยากลำบากไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน  ความรู้ที่พี่น้องมุสลิมในเมืองไทยได้รับในอดีต  ก็ได้รับมาจากอุลามาอ์เหล่านี้  แต่ปัจจุบันการสื่อสารสมาคมระหว่างประเทศสะดวก  ตำราในการศึกษาค้นคว้ามีกว้างขวาง  บรรดาพี่น้องมุสลิมที่ไปร่ำเรียนมาจากต่างประเทศ  ก็ได้รับการศึกษาที่หลากหลาย  กลับมาเมืองไทยจึงทำการเผยแพร่ความรู้ที่ตนได้เรียนรู้มา  ความหลากหลายจึงเกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น  ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรครับ  เพราะหากเรามาพิจารณากันที่ประเทศอียิปต์  ประชาชนมีความหลากหลายใน 4 มัซฮับ  แต่พวกเขาก็อยู่กันได้ฉันท์พี่น้อง  ในมัสยิดหนึ่งบางครั้งอิมามนำละหมาดไม่อ่านบิสมิลลาฮ์  แต่ละหมาดอีกเวลาหนึ่งมีอิมามนำละหมาดอ่านบิสมิลลาฮ์  ผมละหมาดซุบฮ์ในมัสยิดโดยมีอิมามที่ไม่อ่านกุนูต  แต่ในบางวันอิมามคนเดียวกันทำการอ่านกุนูตซุบฮ์โดยที่บรรดามะมูมหน้าเดิม ๆ  ก็ทำการอ่านกุนูตอย่างพร้อมเพียงกัน  โดยเฉพาะช่วงเดือนรอมะดอนก็จะทำการอ่านกุนูตซุบฮ์กันทั้งเดือน  เพื่อจะได้มีการขอดุอากันให้มาก ๆ  ในเดือนอันประเสริฐนี้   แต่กระนั้นก็ไม่มีพี่น้องมุสลิมคนใดแสดงอาการตำหนิหรือไม่พอใจในประเด็นเรื่องการอ่านกุนูตหรือไม่อ่านกุนูต  เหตุใดพวกเขาจึงมีจุดยืนอย่างนั้น  ทั้งที่มีการปฏิบัติหลายมัซฮับในมัสยิดเดียวกัน  นั่นก็เพราะว่าพวกเขายืนอยู่ใน  "สายกลาง"  แม้จะมีความหลากหลายในมัซฮับก็ไม่เกิดความหย่อนยานและความสุดโต่ง  ดังนั้น  ความสมดุลย์จึงเกิดขึ้น  แล้วเสถียรภาพก็จะบังเกิดขึ้นในสังคมที่มีความหลากหลายเพราะอยู่บนรากฐานของสายกลาง 

พี่น้องครับ  เราต้องยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นว่า  สังคมเมืองไทยบ้านเราต้องมีความหลากหลายยิ่งขึ้นในอนาคต  แต่เหตุใดความรุนแรงและแข็งกร้าวในทัศนะจึงเกิดขึ้น  ฮุกุ่มทัศนะอื่น  เป็นคนชั่ว  โง่เขลา  บิดอะอ์  ตกนรก  เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน  เพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้น?

 

1. เพราะมีความตะอัศศุบในทัศนะ :

การตะอัศศุบ(ยึดติด)กับทัศนะของตนเอง  ย่อมเป็นเครื่องบ่งชี้มีมานะทิฐิ   ไม่ยอมรับในทัศนะอื่น  พยายามกีดกันทัศนะต่าง ๆ ที่แตกต่างกับตน  อันตรายของความสุดโต่งจึงเริ่มทวีคูณ   เมื่อเขาต้องการกำหนดให้คนอื่นมาตามทัศนะของตน  ด้วยการใช้ความแข็งกร้าว  พยายามเอาชนะด้วยการกล่าวหาว่า  ทำบิดอะฮ์  ทำชิริก  จนฮุกุ่มทัศนะอื่นจากตนเป็นกาเฟรในเชิงหลักการ  ถือว่าเป็นการก่อการร้ายในเชิงอุดมการณ์ที่ร้ายแรงและน่ากลัวว่าการก่อการร้ายในเชิงปฏิบัติเสียอีก  ซึ่งสิ่งดังกล่าวนี้ไม่ใช่สายกลางทั้งที่ศาสนาอิสลามคือสายกลาง  แต่พวกเขาเป็นพวกมุตะนัตติอูนที่ท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้กล่าวไว้ในซอฮิห์มุสลิม  ซึ่งพวกมุตะนัตติอูนนี้  ท่านอิมามอันนะวาวีย์กล่าวว่า "พวกเขา  คือ  พวกคิดลึกเลยเถิดเกินขอบเขตทั้งในบรรดาคำพูดและการกระทำของพวกเขา" ชัรห์ ซอฮฺห์มุสลิม 16/220

พี่น้องบางท่านบอกว่า  คนที่ยึดมัซฮับนั้นคือผู้ที่ตะอัศศุบทัศนะของตน  กลับกลายเป็นว่าผู้ไม่นิยมมัซฮับนั้น  เมื่อพยายามให้ผู้มีมัซฮับยึดในทัศนะตน  และเขาไม่เลือกตาม  ก็จะกล่าวหาว่าผู้มีมัซฮับตะอัศศุบไม่อยู่ในสายกลาง  ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า  การตะอัศศุบนั้นคือความเห็นแก่ตัว (อะนานียะฮ์) กล่าวคือ  ต้องการให้คนอื่นมายึดทัศนะของตนเท่านั้น  โดยเชื่อว่าทัศนะของตนถูกต้องแต่เพียงผู้เดียว  ขอยกตัวอย่างเรื่องการอ่านอัลกุรอานแล้วฮะดียะฮ์มอบผลบุญให้แก่มัยยิดได้หรือไม่?  นักปราชญ์มีทัศนะที่แตกต่างกัน  อิมามอบูหะนีฟะฮ์ , อิมามอะห์มัด , อิมามอันนะวาวีย์ , ท่านอิบนุตัยมียะฮ์ , และท่านอิบนุก๊อยยิม  เป็นต้น  ได้เลือกเฟ้นทัศนะที่กล่าวว่า  การอ่านอัลกุรอานแล้วฮะดียะฮ์  มอบผลบุญให้แก่มัยยิดนั้นได้  ส่วนนักปราชญ์คนอื่น ๆ บอกว่าไม่ได้  นี้คือประเด็นคิลาฟียะฮ์ที่มุสลิมคนหนึ่งสามารถเลือกนำมาปฏิบัติได้โดยไม่อนุญาตให้ตะอัศศุบและไปตำหนิอีกทัศนะหนึ่ง 

ดังนั้น  ไม่ว่าผู้มีมัซฮับหรือไม่มีมัซฮับ  หากเชื่อว่าทัศนะของตนเท่านั้นที่ถูกต้อง  ถือว่าเป็นการ ตะอัศศุบที่น่าตำหนิ  หลักนิติศาสตร์อิสลามระบุว่า "สิ่งที่ถูกขัดแย้งกันนั้นจะไม่ถูกทำการตำหนิและแท้จริงสิ่งที่ถูกทำการตำหนินั้นคือ(สิ่งที่ขัด)กับสิ่งลงมติ(อิจญ์มาอฺปราชญ์)แล้ว" หนังสืออัลอัชบาฮ์วันนะซออิร ของอิมามอัสสะยูฏี กออิดะฮ์ที่ : 35  ท่านอิบนุตัยมียะฮ์กล่าวว่า "แท้จริงบรรดานักปราชญ์จะตำหนิในเรื่องที่มีมติเอกฉันท์ให้ทำการตำหนิ  แต่สำหรับสิ่งที่เป็นคิลาฟียะอ์นั้นย่อมไม่มีการตำหนิแต่ประการใด(ที่จะเลือกระทำ)" ฟะตะวาอิบนุตัยมียะฮ์ 20/225  นั่นคือหลักการของปวงปราชญ์ในทุกยุคสมัยแห่งประชาชาติอิสลามที่อยู่บนสายกลาง  ตำหนิในสิ่งที่มีหลักฐานเด็ดขาดว่าต้องห้าม  อะลุ่มอะหล่วยในเรื่องที่การวินิจฉัยเข้ามามีบทบาท  ท่านชัยค์ ด๊อกเตอร์ อัลก๊อรฏอวีย์  กล่าวว่า  "ถือว่าเป็นความไม่เป็นธรรมในการที่เราจะทำการกล่าวหาบุคคลหนึ่งว่า  เขาฝักใฝ่(ฝ่ายทัศนะของตน)ในเรื่องของศาสนาเพียงเพราะได้เลือกทัศนะความเห็นต่าง ๆ ของฟิกห์ที่เข้มงวดอันเนื่องจากเขาเชื่อว่ามันถูกต้องและมีน้ำหนักที่สุด...ซึ่งหากแม้นว่าคนอื่นจะเห็นว่าทัศนะความเห็นของเขามีน้ำหนักน้อยกว่าหรือเป็นทัศนะที่อ่อนก็ตาม" อัศเศาะห์วะตุลลอฮ์อิสลามียะฮ์ : 36



2. การออกฮุกุ่มตัดสินปัญหาศาสนาแข็งกร้าว :

ส่วนหนึ่งจากความเลยเถิดหรือมีหลักการที่ไม่อยู่ในสายกลาง  ก็คือ  การออกฟัตวาหรือไขปัญหาศาสนาในเรื่องการฮุกุ่มการเฟร  ฮุกุ่มบิดอะฮ์  ฮุกุ่มฮะล้าล  ฮุกุ่มฮะรอม  ฮุกุ่มนรก  โดยเขาไม่มีศักยภาพพอในการเข้าใจตัวบทต่าง ๆ ของอัลกุรอานและซุนนะฮ์  และไม่มีคุณสมบัติอย่างเพียงพอในการวินิจฉัยฮุกุ่มตามหลักของศาสนา  ยกตนเองเป็นนักมุจญ์ฮิดในการฮุกุ่มเกี่ยวกับเรื่องศาสนา  แล้วทำการฟัตวากุนูตบิดอะฮ์  ละหมาดฮายัตบิดอะฮ์  การยกมือขณะขอดุอาบิดอะฮ์  การลูบหน้าหลังดุอาบิดอะฮ์  ทำเมาลิดรำลึกถึงนบีบิดอะอ์  โดยมีท่าทีทำการฟัตวาแข็งกร้าวต่อทัศนะอื่นและพยายามให้ผู้อื่นยึดทัศนะของตน  แบบตะอัศศุบโดยเกินเลยเอาเรื่องนรกสวรรค์มาประกอบในฟัตวาเพื่อให้เสริมทัศนะของตนนั้น  ถือว่าไม่ใช่หลักการฟัตวาและการวินิจฉัยตามหลักนิติศาสตร์อิสลาม  การฟัตวาตามหลักของศาสนาต้องคำนึงถึงที่มาและความเข้าใจจากหลักฐานของศาสนา  ต้องแยกแยะว่าประเด็นปัญหาศาสนาใดมีหลักฐานยืนยันที่เด็ดขาด(ก๊อดอีย์)  และปัญหาใดที่มีหลักฐานยืนวันที่ไม่เด็ดขาด(ซ๊อนนีย์)  เช่น  วินิจฉัยมาจากหลักฐานที่ไม่มุตะวาติร (มุตะวาติร คือคือตัวบทที่ถูกรายงานโดยเป็นไปไม่ได้ที่บรรดาผู้รายงานมากมายจะรวมตัวกันมุสา) หรือฟัตวาที่ได้มาจากความเข้าใจหรือวินิจฉัยจากตัวบท  เป็นต้น  ดังนั้นประเด็นปัญหาใดที่ไม่มีหลักฐานยืนยันเด็ดขาดชัดเจนและต้องเอาความเข้าใจมาวินิจฉัยนั้น  ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นในเรื่องของนรกและสวรรค์มาประกอบการตัดสินปัญหาทางนิติศาสตร์อิสลาม  จนเกิดความกระด้างกระเดื่องระหว่างพี่น้องมุสลิม  จนกระทั่งบางคนเชื่อว่ามุสลิมส่วนมากลงนรก  สร้างความเป็นศัตรูในแง่ของอุดมการณ์

อัลเลาะฮ์ตะอาลา  ได้ตรัสเกี่ยวกับพวกชาวคัมภีร์ว่า

فَنَسُواْ حَظّاً مِّمَّا ذُكِّرُواْ بِهِ فَأَغْرَيْنَا بَيْنَهُمُ الْعَدَاوَةَ وَالْبَغْضَاء إِلَى يَوْمِ الْقِيَامَةِ

"แล้วพวกเขาก็ลืม(หมายถึงทำการละทิ้ง) หน้าที่จากที่พวกเขาได้ถูกนำมาเตือน  ดังนั้นเราได้ปลูกฝังระหว่างพวกเขาให้มีอริต่อกันและความโกรธซึ่งกันและกันจนถึงวันกิยามะฮ์" อัลมาอิดะฮ์ : 15

ดังนั้น  พวกเราต้องการที่จะให้พี่น้องมุสลิมเปลี่ยนไปอยู่ในสถานะภาพของความมีอริต่อกัน  ความเป็นศัตรูกัน  ที่เกิดมาจากความแข็งกระด้างของหัวใจ  พูดจาหยาบกร้าว  แสดงออกซึ่งอุปนิสัยที่กระด้างเดื่องกระนั้นหรือ?  คุณลักษณะของเราที่ว่า "แข็งกร้าวต่อผู้ไร้ศรัทธาอีกทั้งเมตตาอาทรในระหว่างพวกเขากันเอง" อัลฟัตห์ : 29  นั้นเปลี่ยนไปเป็นการแข็งกร้าวต่อผู้ศรัทธา  ซึ่งดังนี้เป็นลักษณะของพวกค่อวาริจญ์  ที่ชอบอ้างว่า  ไม่มีการตัดสินใดนอกจากอัลเลาะฮ์เท่านั้น  จนกระทั่งทำการรบและเป็นศัตรูต่อพี่น้องมุสลิมด้วยกัน 

ยิ่งกว่านั้น  พี่น้องบางส่วนแสดงความอริศัตรูต่อพี่น้องมุสลิมด้วยกัน  เมื่อพบกันก็ไม่ให้สลามและไม่ตอบรับสลามนอกจากกับผู้ที่อยู่แนวทางเหมือนกับพวกเขา  เมื่อปราศรัยก็จะใช้วาจาแข็งกร้าว  ด่าทอ  หยามหมิ่นต่อพี่น้องมุสลิมต่างทัศนะ  ดังนั้น  ที่ดียิ่งควรสร้างมิตรไมตรี  ยิ้มแย้มแจ่มใส  พูดจาอย่างนิ่มนวล  ผูกสายใยแห่งความรักใคร่ระหว่างพี่น้องมุสลิม  อ่านชีวประวัติของท่านนบี  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  เพื่อดำเนินตามซุนนะฮ์ของท่าน  ด้วยการศึกษาบรรดาซุนนะฮ์ที่กล่าวถึงการมีจรรยามารยาทที่ดีงาม  มีความนอบน้อมและอ่อนโยนต่อคนรอบข้าง  เน้นศึกษาเกี่ยวกับฮะดิษนบีที่ห้ามเรื่องความอธรรม  การสร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่น  มีความอคติคิดในแง่ลบต่อผู้อื่น  มีความอิจฉาริษยา  ด่าทอเหยียดยาม  หมิ่นเกียรติต่อพี่น้องมุสลิมต่างทัศนะเป็นต้น       


3. มีการตำหนิอุลามาอ์ที่มีทัศนะไม่ตรงกับตน:

การจำกัดสัจธรรมอยู่ในคน ๆ เดียว  หรือในแนวทางเดียว  หรือการเชื่อว่าสัจธรรมได้อยู่เพียงแนวทางที่พวกเขายึดนั้น  ผลลัพธ์ตามมาก็คือ  จะนำไปสู่การตำหนิต่อผู้ที่มีทัศนะแตกต่างจากตน  เมื่อเห็นว่าอุลามาอ์ท่านหนึ่งมีผู้คนให้ความประทับใจและชอบในอุดมการณ์ของเขา  ก็พยายามสรรหาข้อผิดพลาดต่าง ๆ แล้วนำมาวิจารณ์ตำหนิในส่วนที่ไม่ตรงกับทัศนะของตน  ซึ่งสิ่งดังกล่าวนี้  มิใช่อะไรเลยนอกจากเพียงเพื่อสนับสนุนแนวคิดและอารมณ์ของตนเอง  ทำประเด็นที่ไม่เด็ดขาด(ซ๊อนนีย์)ให้เป็นประเด็นที่เด็ดขาด(ก๊อดอีย์)หรือทำประเด็นที่คิลาฟียะฮ์ให้เป็นประเด็นที่อิจญ์มาอฺ  แล้วฮุกุ่มว่าบิดอะฮ์ฮะรอม  หากขัดแย้งกับตนถือว่าผิดและทำการตำหนิ  อีกทั้งยังเรียกร้องให้ผู้เจริญรอยตามตนเชื่อและร่วมกันต่อต้าน  บรรดาผู้ที่ฝักใฝ่ในทัศนะของตนนั้นเราจะพบว่าจะมีอุลามาอ์แห่งประชาชาติอิสลามท่านใดรอดพ้นจากการวิจารณ์ของพวกเขานอกจากอุลามาอ์ที่มีทัศนะเห็นพร้องกับฝ่ายตนไม่กี่ท่านเท่านั้น   

หากเราจะพิจารณาถึงความเป็นจริง  ก็จะพบว่าอุลามาอ์ทุกท่านเป็นมนุษย์ที่อยู่ในวิสัยไม่พ้นจากความผิดพลาด  หากจะสรรหาข้อผิดพลาดต่าง ๆ ของอุลามาอฺ  ก็สามารถสรรหารวบรวมแล้วนำมาเขียนเป็นตำราให้อ่านกันได้ไม่ยาก  หากจะทำการวิจารณ์ทัศนะของอุลามาอ์  ก็ให้อยู่บนพื้นฐานของหลักวิชาการ  อยู่ในกรอบของกฏเกณฑ์และเงื่อนไขที่ปราชญ์อิสลามได้วางไว้เพื่อนำมาเข้าใจตัวบทของศาสนาที่ถูกต้อง  พร้อมทั้งมีทัศนะคติในแง่ดีต่ออุลามาอ์ท่านนั้น ๆ  หากวิจารณ์ก็ควรวิจารณ์แค่หลักการหรือทัศนะ  มิใช่วิจารณ์หรือฮุกุ่มในตัวตนของอุลามาอ์  จนทำให้ไปสู่การตัดสินว่าอุลามาอ์ท่านนั้นบิดอะฮ์อยู่ในแนวทางที่ไม่ถูกต้อง  แล้วดังกล่าวก็นำไปสู่การตำหนิ  ทำให้ผู้ติดตามตนมีความอคติในอุลามาอ์ท่านนั้น ๆ ทั้งที่เราสมควรมีทัศนะคติในแง่ดีที่ว่า  บรรดาอุลามาอ์เขามีหลักการที่ถูกต้องมากมายนับไม่ถ้วน  หากสมมุติว่าความผิดพลาดส่วนน้อยเป็นบาป  เขาย่อมถูกลบล้างด้วยความดีงามอันมากมายดังมหาสมุทรที่หาฝั่งไม่ได้  นี่คือแนวทางสายกลางสำหรับผู้ที่ต้องการนำเสนอวิเคราะห์แนวทางหรือทัศนะต่าง ๆ ของอิสลาม


4.  มีความเข้าใจคาดเคลื่อนต่อแนวทางสะลัฟ :

ปัจจุบัน  มัซฮับสะละฟีย์  หมายถึง  แนวทางของผู้เจริญรอยตามสะลัฟ  ได้เป็นชื่อเรียกแทนแนวทางของพี่น้องมุสลิมกลุ่มหนึ่ง  พวกเขามีความภาคภูมิใจที่ได้ใช้ชื่อนี้  ความจริงคำว่า สะลัฟหรือสะละฟีย์  นั้นมิใช่เป็นแนวทางหรือมัซฮับแต่ทว่าเป็นเพียงแต่ช่วงเวลาในยุคหนึ่งที่มีความสิริมงคล  ท่านอัลลามะฮ์  ด๊อกเตอร์  มุฮัมมัด สะอีด รอมะดอน อัลบูฏีย์  ได้ชี้แจงถึงเท็จจริงดังกล่าวไว้ในหนังสือของท่านที่ชื่อว่า "อัสสะฟียะฮ์ มัรฮะละฮ์ ซะมะนียะฮ์ มุบาร่อกะฮ์ ลา มัซฮับ อิสลามี" ซึ่งท่านได้กล่าว  สะละฟียะฮ์  ก็คือช่วงเวลาสามศตวรรษแรกจากของอุมมะฮ์อิสลาม  เพราะท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "ศตวรรษที่ดีเลิศคือศตวรรษของฉัน  หลังจากนั้นบรรดาบุคคลที่ถัดจากพวกเขา  หลังจากนั้นบรรดาบุคคลที่ถัดมาจากพวกเขา" รายงานโดยบุคอรี(2652)และมุสลิม(2033)  บรรดาบุคคลที่อยู่ในช่วงสามศตวรรษแรก  ก็คือ  บรรดาซอฮาบะฮ์  ตาบิอีน  และตาบิอิตตาบิอีน

ความจริง  การยึดแนวทางของสะลัฟ  ก็คือ  การยึดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ (กะวาอิด) ที่พวกเขาใช้ทำความเข้าใจบรรดาตัวบท  และยึดมั่นข้อเท็จจริงของหลักอะกีดะฮ์และหลักปฏิบัติของพวกเขาที่มีมติเห็นพ้องต้องกัน  ซึ่งสิ่งดังกล่าวจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้  นอกจากด้วยการดำรงไว้ซึ่งหลักสูตรที่พวกเขานำมาเป็นกฎเกณฑ์ในการเข้าใจตัวบทจากอัลกุรอานและซุนนะฮ์  และการกลับไปสู่แนวทางของพวกเขาก็ด้วยการยึดรากฐาน(อุศูล)การอิจญ์ฮาด(วินิจฉัย)และวิจัยหลักฮุกุ่มต่าง ๆ   แต่คำว่า สะละฟียะฮ์  ที่กลายเป็นคำนิยามใหม่ที่มีหลักการเฉพาะของชนมุสลิมีนกลุ่มหนึ่ง  ซึ่งใช้เป็นชื่อเรียกของมัซฮับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาริอัตอัลอิสลาม  โดยที่อุลามาอฺสะละฟุสซอลิหฺ และเคาะลัฟของประชาชาตินี้ไม่เคยรู้จักมันมาก่อน  ทั้งที่อุลามาสะลัฟ(ร.ฏ.)เหล่านั้น ไม่เคยเอาคำว่า "สะลัฟ"นี้ มาตั้งเป็นมัซฮับสะละฟีย์  ปัจจุบันกลุ่มสะละฟียะฮ์พยายามทำตนให้เป็นจุดเด่นเหนือบรรดามุสลิมีนทั่วไปด้วยการมีมาตรฐานหรือหลักการเข้าใจศาสนาที่เฉพาะตน  หากท่านผู้อ่านต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมจากหนังสือ "อัศศะละฟียะฮ์ ฯ" ของท่าน ชัยค์  ด๊อกเตอร์  รอมะดอน อัลบูฏีย์  นั้น  ก็สามารถศึกษารายละเอียดได้ในหน้าที่ 231 เป็นต้นไปครับ

ดังนั้น  สะละฟุศอลิห์จริง ๆ ไม่เคยตั้งชื่อมัซฮับตนเองว่าอยู่ในมัซฮับสะละฟียะฮ์  เพื่อมาแบ่งแยกตนเองให้โดนเด่นเหนือบรรดามหาชนมุสลิมอื่น ๆ  เพราะพวกเขาเป็นประชาชาติสายกลางที่อยู่ภายใต้ศาสนาอิสลามซึ่งเป็นศาสนาแห่งสายกลาง  แต่ปัญหาในปัจจุบันคือ   กลุ่มที่เรียกตนเองว่าอยู่มัซฮับสะละฟียะฮ์  ก็เพื่อบ่งชี้ถึงว่ามหาชนมุสลิมีนอื่น ๆ มิใช่อยู่ในแนวทางของสะลัฟ  จนกระทั่งอะฮ์ลิสซุนนะฮ์อัลอิชาอิเราะฮ์และอัลมะตูริดียะฮ์แนวทางของมหาชนส่วนใหญ่ตั้งแต่อดีตกาลจวบจนปัจจุบันได้ถูกตัดสินเฉือนออกจากแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์เสียแล้ว! กำจัดความถูกต้องเพียงแค่แนวทางของตน  ซึ่งจุดยืนเช่นนี้มิใช่สายกลาง   

ท่านอิมาม มุฮัมมัด บิน อะหฺมัด อัซซัฟฟารีนีย์  ปราชญ์มัซฮับหัมบาลีย์  กล่าวว่า  อะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์นั้น  มีอยู่ 3 กลุ่ม 1. กลุ่ม (อัล-อะษะรียะฮ์)(คือกลุ่มอะฮ์ลุลหะดิษ) แกนนำของพวกเขา คืออิมามอะหฺมัด(ร.ฮ.) 2. กลุ่ม (อัล-อัชอะรียะฮ์) แกนนำของพวกเขา คือ อิมาม อบู อัลหะซัน อัลอัชอะรีย์(ร.ฮ.) 3. กลุ่ม (อัล-มะตูรีดียะฮ์) แกนนำของพวกเขา คืออิมาม อบู อัลมันซูร อัลมุตูรีดีย์(ร.ฮ.)  (ดู หนังสือ ละมาเมี๊ยะอฺ อัลอันวาร อัลบะฮียะฮ์ หน้า 73)  พวกเขา 3 แนวทางนี้คืออะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ที่มีหลักอะกีดะฮ์โดดเด่นในทุกยุคสมัย  พวกเขาไม่ยึดติดเพียงแค่ชื่อของแนวทาง  แต่ทำการพิจารณาเนื้อหาสารัตถะและหลักการ  ดังนั้นเมื่อเนื้อหาและหลักการต่างไปสู่เป้าหมายเดียวกัน  พวกเขาจึงไม่กล่าวหาบิดอะฮ์ต่อกัน  การให้เกียรติและยอมรับซึ่งกันและกันจึงเกิดขึ้นในหมู่พวกเขา  นี้คือแนวทางสายกลางแห่งประชาชาติอิสลาม  อีกทั้งยังเป็นสักขีพยานแก่มนุษย์ชาติโดยทำการแบกรับอัลกุรอานและซุนนะฮ์มาสู่เราในทุกยุคสมัย 

สาธยายมาก็พอสมควรแล้วครับ  พี่น้องพอจะมองในแง่มุมหนึ่งของสายกลางออกบ้างแล้วหรือยังครับ  ความจริงความเป็นสายกลางก็ควรเริ่มตั้งแต่ตัวเรา  ครอบครัว  สังคม  ประเทศชาติ  และระดับโลกอิสลาม  พูดไประดับประเทศและระดับโลกนั้น  ก็จับต้องภาพแห่งความเป็นจริงของความเป็นสายกลางไม่ได้ในปัจจุบันนี้  เราก็สมควรมาเริ่มที่ตัวเรากันก่อนครับ  แล้วนำมาปฏิบัติต่อเพื่อนมิตรสหาย  ผมว่าสังคมที่กำลังอยู่บนความหลากหลายจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียวครับ     

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Saturday, 08 March 2008 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
[ ย้อนกลับ ]

เชิงวิชาการ

  • วันสงกรานต์กับจุดยืนของมุสลิม
  • ก่อนสิ้นศาสนทูต
  • ความรักท่านนบี(ซ.ล.)ต่อจุดยืนการดูหมิ่นท่านนบี(ซ.ล.)ของเดนมาร์ก
  • อิสลาม คือ สายกลาง หลักการ และความเป็นจริง
  • อิสลามกับวันวาเลนไทน์
  • คำกล่าวของอิมามอัชชาฟิอีย์ เมื่อฮะดิษซอฮิห์ มันคือมัซฮับของฉัน
  • การเอียะอฺติกาฟ
  • การให้เกียรติผู้รู้
  • ความประเสริฐคืนนิสฟูชะอฺบาน
  • เดือนรอญับ
  • อิสลามกับประเด็นการขัดแย้งในด้านวินิจฉัย
  • กุนูตละหมาดซุบฮ์
  • เมาลิดรำลึกถึงนบี
  • สะลัฟและค่อลัฟ
  • อ่านอัลกุรอ่านที่กุโบร
  • ทำบุญให้แก่คนตาย
  • บิดอะฮ์ หะสะนะฮ์
  • ตัลกีนมัยยัต
ยินดีต้อนรับ

คุณเป็นผู้ชมลำดับที่

how much traffic is going to my site

ตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2549

Who's Online

ขณะนี้มี 24 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

กระจายข่าว

RSS 2.0
ATOM 0.3
OPML
forum link

Advertisement


Advertisement

สมัครรับข่าวสารทาง email

ใส่ email เพื่อรับเนื้อหาที่อัพเดทจากเรา :


มุมมุสลิมะฮ์อะฮ์ลิสซุนนะฮ์ฯ

เอาเราะห์ของมุสลิมะฮฺต่อสตรีที่มิใช่มุสลิมเอาเราะห์ของมุสลิมะฮฺต่อสตรีที่มิใช่มุสลิม

 


بِسْمِ اللهِ الرَّحْ

สิ่งที่ห้ามกระทำสำหรับผู้ที่มีเลือดประจำเดือนสิ่งที่ห้ามกระทำสำหรับผู้ที่มีเลือดประจำเดือน
    بِِِسْمِ اللهِ الّرحْمنِ¡
แบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัดต่อการแสดงความรักต่อภรรยาแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัดต่อการแสดงความรักต่อภรรยา

ความโรแมนติกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

สตรีมุสลิมะฮ์ผู้มีเกียรติมักจะบอกว่า "ท่านนบีมุฮัมมัด  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมเป็นแบบฉบับของบุรุษทั้งโลก"

นางฟ้ามีให้แก่บุรุษในสรวงสรรค์แต่ทำไมอัลเลาะฮ์ถึงไม่ตรัสยืนยันไว้แก่สตรี? นางฟ้ามีให้แก่บุรุษในสรวงสรรค์แต่ทำไมอัลเลาะฮ์ถึงไม่ตรัสยืนยันไว้แก่สตรี?

พวกที่ชอบสร้างความสงสัยในอิสลามมักจะกล่าวว่า อัลกุรอานได้กล่าวไว้อย่างยืดยาวเกี่ยวกับนางฟ้า (อัลฮูรุลอีน) ที่พระองค์ทรงตระเตรียมให้แก่บรรดาบุรุษในสรวงสวรรค์ โดยพระองค์ไม่ทรงตระเตรียมไว

Source by www.mambosolve.com

สอบถามปัญหาศาสนา นักศึกษาตอบ

๏ปฟ
ก่อนตั้งคำถามกรุณาค้นหาคำถามก่อนนะครับว่ามีคนถามแล้วหรือยัง ค้นหาที่นี้
กรุณาตั้งคำถามเป็นประโยคที่เข้าใจง่ายเพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องท่านอื่น
[บทความ] เคยคิดมั้ยว่า "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ?" เน‚เธ”เธข beechern เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 10:50 am
[บทความ] ปู๊นๆๆ...รางรถไฟ...มีทางใดที่เราสามารถตัดสินใจเลือกได้บ้าง?... เน‚เธ”เธข กูปีเยาะฮฺสะอื้น เธ.เธข. 06, 10, 10:03 am
[บทความ] ไข้เลือดออกและไข้ชิคุนกุนยา เน‚เธ”เธข กอ-กล้วย เธ.เธข. 05, 10, 11:47 am
[ถาม - ตอบปัญหาศาสนา] การตะวัสซู้ลคืออะไร เน‚เธ”เธข zulkif เธ.เธข. 03, 10, 04:11 pm
[บทความ] อยากให้อ่านกันเฉยๆๆ เน‚เธ”เธข มาลิกกุ๊กกิ๊กแห่งกรุงศรีอโยธยา เธ.เธข. 01, 10, 09:55 pm
[บทความ] นกกรงหัวจุก?ช่องว่างชิวิต!! เน‚เธ”เธข ????? เธ.เธข. 01, 10, 09:12 pm
[ถาม - ตอบปัญหาศาสนา] การมีลมออกจากช่องคลอดขณะละหมาด เน‚เธ”เธข WAWA เธ.เธข. 01, 10, 04:02 pm
ตั้งคำถามใหม่         ดูคำถามทั้งหมด


เว็บมาสเตอร์ที่ต้องการนำส่วนคำถาม สอบถามปัญหาศาสนา ไปติดเว็บไซต์ สามารถนำ code ข้างล่างนี้ไปติดเว็บไซต์ได้เลยครับ


ทดสอบสัญญาณ การบรรยาย จาก camfrog ห้อง muslimthai เวลา 21.00

&lt;a href="http://122.155.3.122:8067/" target="_blank"&gt;http://122.155.3.122:8067/&lt;/a&gt;

กระดานเสวนา

เธขเธดเธ™เธ”เธตเธ•เน‰เธญเธ™เธฃเธฑเธšเธ„เธธเธ“, เธšเธธเธ„เธ„เธฅเธ—เธฑเนˆเธงเน„เธ› เธเธฃเธธเธ“เธฒ เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš เธซเธฃเธทเธญ เธฅเธ‡เธ—เธฐเน€เธšเธตเธขเธ™ เธเธฃเธธเธ“เธฒเธ•เน‰เธญเธ™เธฃเธฑเธšเธชเธกเธฒเธŠเธดเธเนƒเธซเธกเนˆ al-tarbiah, เธ„เธทเธญเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰เธ„เธ™เนƒเธซเธกเนˆ
25 Spiders, 15 เธšเธธเธ„เธ„เธฅเธ—เธฑเนˆเธงเน„เธ›, 0 เธชเธกเธฒเธŠเธดเธ
MSN spider (14), Google spider (2), Facebook external (8), Yahoo spider
[มุมมุอัลลัฟและความเข้าใจเกี่ยวกับอิสลาม] เสวนาร้านน้ำชาออนไลน์ เน‚เธ”เธข DadAmroS เธงเธฑเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 06:02 am
[อัลกุรอาน] อัลกุรฺอาน คำแปลและคำอธิบาย สูเราะฮฺที่ 55 อัรฺเราะหฺมาน เน‚เธ”เธข Bangmud เธงเธฑเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 01:58 am
[ประชาสัมพันธ์บอร์ด] อยากให้มี link ไปยังหน้าแรกของเวป SunnahStudent เน‚เธ”เธข hiddenmin เธงเธฑเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 01:00 am
[สนทนาศาสนธรรม] ลัยละตุ้ลก๊อดรฺ..........ถามหน่อยครับ เน‚เธ”เธข tatcha_jah ~? เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 11:37 pm
[สนทนาศาสนธรรม] ผู้หญิงเรียนสูง(ต่อโทต่อเอกเป็นต้น) ดีหรือไม่ มาเสวนากัน เน‚เธ”เธข tatcha_jah ~? เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 11:29 pm
[สนทนาศาสนธรรม] ถ้ารู้อย่างนี้ ยังจะกล้าทาน "อินทผาลัม" อีกไหม?! เน‚เธ”เธข มาลิกกุ๊กกิ๊กแห่งกรุงศรีอโยธยา เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 02:21 pm
[บทความ] เคยคิดมั้ยว่า "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ?" เน‚เธ”เธข beechern เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 10:50 am
[ร่อมะฎอน] มันขนาดนั้นเลยหรือครับ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:48 am
[นิติศาสตร์อิสลาม( ฟิกห์ )] มาทายปริศนาเชิงฟิกห์กันครับ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:46 am
[นิติศาสตร์อิสลาม( ฟิกห์ )] ละหมาดฟัรดูไม่รู้ทิศ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:44 am
[มุมมุสลิมะฮ์] ช่วยคิดสูตรอาหารที่ทำจากอินทผลัมหน่อยค่ะ ^^ เน‚เธ”เธข ILHAM เน€เธกเธทเนˆเธญเธงเธฒเธ™เธ™เธตเน‰ เน€เธงเธฅเธฒ 04:35 am
[มุมมุสลิมะฮ์] แค่ได้คุยกับแม่...ความเครียดก็ทุเลาเบาบาง~* เน‚เธ”เธข Napat เธ.เธข. 06, 10, 03:08 pm
[มุมมุสลิมะฮ์] ครัวมุสลิมะฮ์ เน‚เธ”เธข Napat เธ.เธข. 06, 10, 03:01 pm
[ไฟล์เสียงบรรยาย,อัลกุรอ่านและคลิปวีดีโออื่น ๆ ] เดือนนอกเดือนใน...ใครตัดสิน อ.อาลี เสือสมิง เน‚เธ”เธข กูปีเยาะฮฺสะอื้น เธ.เธข. 06, 10, 10:25 am
[บทความ] ปู๊นๆๆ...รางรถไฟ...มีทางใดที่เราสามารถตัดสินใจเลือกได้บ้าง?... เน‚เธ”เธข กูปีเยาะฮฺสะอื้น เธ.เธข. 06, 10, 10:03 am
[อัลกุรอาน] อัลกุรฺอาน คำแปลและคำอธิบาย (ตอนที่ 76 อัลอินสาน) เน‚เธ”เธข Bangmud เธ.เธข. 06, 10, 01:29 am
[ข่าวสารและสังคมมุสลิม] รับนักศึกษาภาคพิเศษปริญาตรีธุรกิจอิสลามศึกษา 2/53 เน‚เธ”เธข pareet เธ.เธข. 05, 10, 08:58 pm
[ประชาสัมพันธ์บอร์ด] รับนักศึกษาภาคพิเศษปริญาตรีธุรกิจอิสลามศึกษา 2/53 เน‚เธ”เธข pareet เธ.เธข. 05, 10, 08:56 pm
[บทความ] ไข้เลือดออกและไข้ชิคุนกุนยา เน‚เธ”เธข กอ-กล้วย เธ.เธข. 05, 10, 11:47 am
[ร่อมะฎอน] ถ่ายทอดสด ดุอาอฺคอตั่มที่มัสยิดฮารอม เน‚เธ”เธข JawhaR เธ.เธข. 05, 10, 11:43 am
[ร่อมะฎอน] หลักเอียะอฺติกาฟและถาม - ตอบ เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 10:13 pm
[ข่าวสารและสังคมมุสลิม] รอมฎอนปีนี้... เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 10:10 pm
[ข่าวสารและสังคมมุสลิม] เรื่องของ บารากู่ เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 10:07 pm
[ประชาสัมพันธ์ทั่วไป] แจกวารสารคุณภาพ เพื่อคนคุณภาพ "ดาวเดือนโดม" เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 09:58 pm
[มุมมุสลิมะฮ์] ^_^ต่อกลอนซ้อนภาพ^_^ เน‚เธ”เธข ILHAM เธ.เธข. 03, 10, 09:54 pm
ดูกระทู้ทั้งหมด
powered by joomla | joomla templates design by iboldesign