Skip to Content

อ.อารีฟีน แสงวิมาน

เนื้อหาจากอาจารย์อารีฟีน แสงวิมาน

คำฟัตวาของปราชญ์อะฮ์ลิซซุนนะฮ์เกี่ยวกับเมาลิดนะบีย์

การทำเมาลิดนะบีย์นั้น เป็นรูปแบบที่ไม่มีการพูดถึงหรือไม่ถูกระบุฮุกุ่มไว้ในยุคสมัยของท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และยุคสะละฟุศศอลิห์ ดังนั้นฮุกุ่มจึงถูกว่างเว้นโดยไม่อนุญาตให้กล่าวว่าท่านนะบีย์และสะลัฟได้ห้ามหรือได้ใช้ให้ทำเมาลิดในรูปแบบที่เกิดขึ้นมาในยุคหลัง และเมื่อการทำเมาลิดได้เกิดขึ้น บรรดาปวงปราชญ์ส่วนมากได้วินิจฉัยว่าการทำเมาลิดนั้นเป็นสิ่งที่ดีและอนุญาตให้กระทำได้ตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนั้นผู้เขียนจึงขอนำคำฟัตวาของปราชญ์อะฮ์ลิซซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์สามท่านมานำเสนอเพื่อให้ท่านผู้อ่านที่มีหัวใจเป็นธรรมและใฝ่รู้ได้นำไปคิดใคร่ครวญและนำไปปรับปรุงเกี่ยวกับการทำเมาลิดนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

ละหมาดสุนัตร่อวาติบก่อนและหลังละหมาดฟัรฎู

ละหมาดร่อวาติบ คือละหมาดสุนัตก่อนและหลังละหมาดฟัรฎู ละหมาดสุนัตก่อนฟัรฎู เรียกว่า สุนัตก็อบลียะฮ์ [اَلْقَبْلِيَّةُ ] และละหมาดสุนัตหลังฟัรฎู เรียกว่าสุนัตบะอฺดียะฮ์ [اَلْبَعْدِيَّةُ ]

นางสวรรค์มีให้แก่บุรุษในสวรรค์แต่เหตุใดอัลกุรอานไม่ได้ระบุให้แก่สตรี?

พวกที่ชอบสร้างความสงสัยในอิสลามจะกล่าวว่า อัลกุรอานได้กล่าวไว้อย่างยืดยาวเกี่ยวกับนางสวรรค์ (อัลฮูรุลอีน) ที่อัลเลาะฮ์ทรงตระเตรียมไว้สำหรับบรรดาบุรุษในสวรรค์ โดยพระองค์มิได้ทรงตระเตรียมไว้สำหรับสตรีในอัลกุรอาน ซึ่งประเด็นที่ได้กล่าวไว้ในอัลกุรอานเช่นนี้ เป็นหลักฐานชิ้นใหม่ที่วางอยู่บนพื้นฐานของทฤษฏีการเหยียดหยามสิทธิสตรี แม้กระทั่งในสวรรค์อันนิรันดรที่เป็นสถานที่พำนักแห่งการตอบแทนก็ตาม

ละหมาดเพราะเกิดสุริยคราสและจันทรคราส

ละหมาดสุรยคราสและจันทรคราสคือ การละหมาดที่ถูกบัญญัติขึ้นเพราะมีเหตุเกิดสุริยคราส (กุซูฟ) และจันทรคราส (คุซูฟ) มุสลิมจะทำการวิงวอนต่ออัลเลาะฮ์ตะอาลา ให้พ้นจากความเดือดร้อนและขอให้แสงสว่างกลับคืนมา

สิ่งที่ซ่อนเร้นภายในจิตใจจะถูกเปิดเผยให้เห็น

ท่านอิหม่ามอิบนุอะฏออิลลาฮ์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือฮิกัมของท่านว่า:

مَا اسْتُوْدِعَ فِي غَيْبِ السَّراَئِرِ ظَهَرَ فِي شَهَادَةِ الظَّوَاهِرِ

“สิ่งที่ถูกบรรจุไว้ในจิตใจที่มองไม่เห็น (ด้วยตา) มันจะปรากฏให้เห็นทางภายนอก”

การถือศีลอดวันอาชูรออฺและตาซูอาอฺ

 

การถือศีลอดในวันตาซูอาอฺและอาชูรออฺนั้น เป็นซุนนะฮ์ของท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม วันตาซูอาอฺ คือวันที่ 9 ของเดือนมุหัรร็อม และวันอาชูรออฺ คือวันที่ 10 ของเดือนมุหัรร็อม

รู้ได้อย่างไรว่าหัวใจมืดดำ ?

ท่านผู้อ่านอาจจะตั้งคำถามว่า  เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหัวใจกำลังมืดดำ?  ขอตอบว่า: หัวใจที่มืดดำนั้น  จะมีเครื่องหมายที่สังเกตได้  ก็คือ  รู้สึกว่าจิตใจแข็งกระด้าง  ขาดรสชาติในการทำอิบาดะฮ์  จิตใจไม่ปรารถนาที่จะใฝ่หาสัจธรรม  ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ เมื่อกระทำบาป  ไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจเมื่อทิ้งละหมาด  ไม่ให้ความสำคัญกับคำสอนของศาสนา  และหัวใจไม่รู้สึกโศกเศร้าเสียใจต่อบาปที่ได้เคยกระทำมา  เป็นต้น

นิอฺมัตและบะลาอฺ

ท่านอิมาม อับดุลกอดิร อัลญีลานีย์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ ฟุตูหุลฆัยบ์ หน้า 169 - 172 โดยสรุปว่า แท้จริงมนุษย์นั้นมีสองประเภท คือผู้ที่ได้รับนิอฺมัตปัจจัยอำนวยสุข และผู้ที่ได้รับบะลาอฺการทดสอบ

บางคนถูกกำหนดมาให้มีความวิตกกังวลเนื่องจากมีบะลาอฺต่างๆ มาประสบ เช่น มีโรคประจำตัว มีความหิวโหย ร่างกายได้รับความเจ็บปวด ทรัพย์สินและเรือกสวนไร่นาเสียหาย คู่ครองและบุตรหลานต้องจากไป จนทำให้เกิดความวิตกกังวลและรู้สึกเหมือนกับว่าเขาไม่เคยได้รับนิอฺมัตปัจจัยอำนวยสุขเลย

ในขณะที่บางคนร่ำรวย มีสุขภาพดี มีทรัพย์สินเงินทอง และมีเกียรติยศในสังคม ทำให้เขาอยู่ในสภาพที่สุขสบายจนรู้สึกเหมือนกับว่าไม่เคยมีบะลาอฺเกิดขึ้นแก่เขาเลย

กลยุทธ์และกลลวงของชัยฏอน

ตราบใดที่มุสลิมยังมีลมหายใจ  ชัยฏอนก็จะไม่ย่อท้อในการใช้กลยุทธ์และกลลวงให้มุสลิมตกอยู่ในความหลงผิด  ด้วยเหตุนี้ชัยฏอนจึงมีกลลวงอันชั่วร้ายที่พยายามสอดแทรกเข้าไปในกระแสความคิดและความรู้สึกของจิตใจมุสลิม  ฉะนั้นถ้าหากมุสลิมไม่รู้ถึงกลลวงของชัยฏอนนี้  ก็จะต้องพ่ายแพ้มันอย่างแน่นอน 

การฝันเห็นนะบีย์ของอิหม่ามทั้งสี่

ท่านอะนัส บิน มาลิก ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า

قَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مَنْ رَآنِي فِي الْمَنَامِ فَقَدْ رَآنِي فَإِنَّ الشَّيْطَانَ لَا يَتَخَيَّلُ بِي وَرُؤْيَا الْمُؤْمِنِ جُزْءٌ مِنْ سِتَّةٍ وَأَرْبَعِينَ جُزْءًا مِنْ النُّبُوَّةِ

“ท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า ผู้ใดฝันเห็นฉัน แท้จริงเขาได้เห็นฉันจริง เพราะแท้จริงชัยฏอนนั้นไม่สามารถจำแลงเป็นฉันได้ และการฝันของผู้มีศรัทธานั้นเป็นส่วนหนึ่งจากสี่สิบหกส่วนของการเป็นนะบีย์ (คือส่วนหนึ่งของคุณลักษณะการเป็นนะบีย์นั้นคือฝันที่เป็นจริง) ” รายงานโดยอัลบุคอรีย์ ฮะดีษลำดับที่ 6994 .

Syndicate content